ส่วนที่ 3 องค์ประกอบที่ 5 บุคลากร (Criteria 5.2 ความผูกพันของบุคลากร (WORKFORCE Engagement))

Criteria 5.2 ความผูกพันของบุคลากร (WORKFORCE Engagement)

Requirements

Quality level assessment

Result 5.2

1. การประเมินความผูกพันของบุคลากร (5.2 ก)

          (1) ปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน

          คณะฯ มีการกำหนดปัจจัยขับเคลื่อนและการปฏิบัติของผู้บริหารในส่วนโครงร่างองค์กร (OP-07) คณะฯ มีระบบงานเพื่อสร้างความผูกพัน และแนวการปฏิบัติ (ตาราง 5.2-1)

ตาราง 5.2-1 ปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพันของบุคลากร

ปัจจัยแนวปฏิบัติ
1. ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ– ผู้นำทุกระดับต้องสามารถสื่อสารเป้าหมายวิสัยทัศน์องค์กรและให้การสนับสนุนบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ
2. การมีโอกาสเติบโตในสายงาน
– ให้ทุนการศึกษาในระดับสูงขึ้นสนับสนุนการอบรมภายนอกและภายใน
– ส่งเสริมการพัฒนาเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการและศักยภาพของอาจารย์ด้านวิชาการ/วิชาชีพ
3. บรรยากาศ การทำงานที่ดี
– การมีวัฒนธรรมองค์กร “การทำงานเป็นทีมมุ่งสู่คุณภาพเคารพความเห็นซึ่งกันและกันและการสื่อสารที่ชัดเจนและเปิดกว้าง”ส่งผลให้เกิดความสุขในการทำงาน
– ปรับปรุง อาคาร สถานที่ เอื้อต่อการปฏิบัติงาน
– กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เช่น OD และการศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ
4. ระบบตอบแทน และสวัสดิการที่เป็นธรรม– การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน เชิงประจักษ์สู่การปรับเงินเดือนตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
– ค่าตอบแทนเทียบเคียงกับมหาวิทยาลัยในระดับเดียวกัน
– มีระบบประกันสังคมตามกฎหมายกำหนด
– มีสวัสดิการเพิ่มเติมของคณะฯ
– สวัสดิการและสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของคุรุสภา
5. การมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ– ระบบบริหารที่กระจายอำนาจในทุกพันธกิจ
– การเปิดพื้นที่ให้บุคลากรแสดงความคิดเห็นโดยตรงกับผู้บริหารทุกระดับ และในการประชุมอาจารย์
6. ความภูมิใจ ในองค์กร– การยกย่องและให้รางวัลบุคลากรที่ผลงานดีเด่นทุกพันธกิจ
– ตั้งมูลนิธิพยาบาลเซนต์เทเรซา วิภาวิรัชนี เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาของนักศึกษา ทุนการทำวิจัย และประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่า ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย

          (2) การประเมินความผูกพัน

          คณะได้ประเมินความผูกพันในกลุ่มของอาจารย์ บุคลากร นักศึกษาปัจจุบัน และศิษย์เก่า โดยใช้แบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย โดยมีผลการประเมิน ในปีการศึกษา 2568 ดังนี้ (ตาราง 5.2-2)

ตาราง 5.2-2 ผลการประเมินความผูกพันของคณะพยาบาลศาสตร์

ลำดับผู้ประเมินผลการประเมิน
ค่าเฉลี่ยS.D.
1คณาจารย์4.470.11
2บุคลากร3.830.26
3นักศึกษา3.790.27
4ศิษย์เก่า4.010.13

          การวิเคราะห์ในภาพรวมผลการประเมินในทุกกลุ่ม มีขนาดความผูกพันผ่านเกณฑ์ และไม่มีข้อใดที่ได้มีคะแนนการประเมินน้อยกว่า 3.50

          ผลการดำเนินงานตามแบบสอบถามกลางของมหาวิทยาลัยไม่สามารถวิเคราะห์เพื่อพัฒนาความผูกพันให้ตรงประเด็นเกี่ยวกับปัจจัยขับเคลื่อนความผูกผันของบุคลากร คณะฯ จึงได้ทำแบบสอบถามเพื่อประเมินระดับความผูกพันของอาจารย์และบุคลากร และวิเคราะห์หาประเด็นเพื่อพัฒนาได้ โดยมีผลการประเมินของปีการศึกษา 2568 (ตาราง 5.2-3)

ตาราง 5.2-3 ความผูกพันของบุคลากร

ลำดับประเด็นปัจจัยการขับเคลื่อนความผูกพันปีการศึกษา 2568
คะแนนอาจารย์คะแนนบุคลากร
ค่าเฉลี่ยS.D.ค่าเฉลี่ยS.D.
1ผู้นำองค์การเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์4.570.074.370.20
2วัฒนธรรมองค์กร “ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารทำงานเป็นทีมมุ่งสู่คุณภาพ”4.420.064.500.22
3การยอมรับและเห็นคุณค่าของบุคลากรทุกบทบาททุกตำแหน่ง4.600.084.370.26
4ระบบสนับสนุนความก้าวหน้าในสายอาชีพและวิชาการ4.450.094.330.25
5สร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานและ Work-life balance4.360.104.690.17
6ระบบยกย่องและชมเชย4.600.084.000.23
ค่าเฉลี่ยรวม4.500.084.370.22

          ผลลัพธ์การประเมินอยู่ในระดับดี-ดีมากในทุกประเด็น

2. วัฒนธรรมองค์กร (5.2 ข)

          วัฒนธรรมองค์กร (organizational culture) คือ แบบแผนค่านิยมความเชื่อและพฤติกรรมที่บุคลากรในองค์กรยึดถือและปฏิบัติร่วมกันอย่างต่อเนื่อง คณะฯ ได้กำหนดวัฒนธรรมองค์กร คือ “การทำงานเป็นทีมมุ่งสู่คุณภาพ” และทำการสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษรและพฤติกรรมการแสดงออกทีมผู้บริหารเป็นแบบอย่างให้กับบุคลากรในองค์กร ยึดถือและปฏิบัติร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้เกิดการมีวัฒนธรรมในองค์กรที่เข้มแข็ง ช่วยส่งเสริมความผูกพันอย่างสามัคคีและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายขององค์กรอย่างยั่งยืนโดยมีแนวทางการดำเนินงานการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของคณะพยาบาลศาสตร์ ดังภาพ 5.2-1

ภาพ 5.2-1 การสร้างวัฒนธรรมองค์กร

          ในปีการศึกษา 2568 คณะได้ประเมินพฤติกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรของอาจารย์ x̄ = 4.53 S.D. = 0.56

บุคลากร x̄ = 4.82 S.D. = 0.36 และพฤติกรรมที่แสดงออกถึงค่านิยมองค์กรของเดิม STIC ของอาจารย์ x̄= 4.52 S.D. = 0.11 บุคลากร x̄ = 4.58 S.D. = 0.18  

          ผลการประเมินพฤติกรรมทางด้านวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก

3. การจัดการผลการปฏิบัติงานและการพัฒนา (5.2 ค)

          (1) การจัดการผลการปฏิบัติงาน

          คณะพยาบาลศาสตร์มีระบบและแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับอาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน เพื่อส่งเสริมให้เกิดผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นประจำทุกปีการศึกษา (ตาราง 5.2-4)

ตาราง 5.2-4 แนวทางการประเมินการปฏิบัติงาน

บุคลากรแบบประเมินผู้รับการประเมินผู้ประเมิน
1. อาจารย์1. ความสามารถในการสอน (ภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน)– หัวหน้าภาควิชา
– อาจารย์
– รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
– การประเมินตนเอง
2. แบบประเมินการสอนภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ โดยนักศึกษา– หัวหน้าภาควิชา
– อาจารย์
– นักศึกษา
3. ความสามารถในการปฏิบัติงาน (ครองตน ครองคน ครองงาน)– รองคณบดี
– หัวหน้างานสำนักงานคณบดี
– คณบดี
– หัวหน้าภาควิชา– คณบดี
– รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
– หัวหน้างาน– คณบดี
– ภาคคณบดีที่เกี่ยวข้อง
– อาจารย์– คณบดี
– รองคณบดี
– หัวหน้างานสำนักงานคณบดี
4. ธรรมาภิบาล– รองคณบดี
– หัวหน้างานสำนักงานคณบดี
– อาจารย์ทุกคน  
– หัวหน้าภาควิชา– อาจารย์ทุกคน
5. ภาระงาน– อาจารย์ทุกคน– คณะกรรมการบริหาร
6. เกณฑ์การคัดเลือกบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น– อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน– คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการตัดสินผลงาน
2. บุคลากรสายสนับสนุน7. แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน– บุคลากรสายสนับสนุน– คณบดี
– หัวหน้างานสำนักงานคณบดี

          (2) การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน

          ผู้รับผิดชอบและบริหาร ได้ดำเนินการประเมินผลปฏิบัติงาน ตามระบบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานตามระบบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลปฏิบัติงาน และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น (ตาราง 5.2-5)

ตาราง 5.2-5 การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน

บุคลากรการดำเนินการผลการดำเนินการ
อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน– การประเมินผลตามแนวทางการประเมิน ตามแบบประเมิน– นำผลการประเมินเสนอผู้บริหาร เพื่อพิจารณา ความดี ความชอบ และค่าตอบแทนทุกสิ้นปีการศึกษา
– รายงานสรุปภาระงานอาจารย์ตามพันธกิจและการสอนต่อผู้บริหาร เพื่อนำผลไปพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพมากขึ้น
– ประกาศหลักการคัดเลือกบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น และแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก 

          (3) การพัฒนาอาชีพการงานและการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง

          3.1 คณะฯ มีแนวทางพัฒนาอาชีพสายอาจารย์พยาบาล (Career Path) ต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ทางคลินิกและผลงานทางวิชาการ โดยเส้นทางจะเป็นและมีแนวปฏิบัติดังนี้

             1. การศึกษาและวุฒิ การเติบโตในสายวิชาการจำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษาเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับดังนี้

                – อาจารย์ผู้ช่วยสอนศึกษาต่อปริญญาโท

                – อาจารย์ปริญญาโทศึกษาต่อปริญญาเอก

                – การอบรมเฉพาะทางและใบรับรอง (Certification) เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในสาขาที่สอน

             2. การกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ความก้าวหน้าในสายอาจารย์จะวัดผลงานทางวิชาการ งานวิจัยตำรา บทความวิชาการ โดยมีเส้นทาง ดังนี้

                – อาจารย์ Instructor/Lecturer ระดับเริ่มต้น

                – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.- Assistant Professor) เริ่มต้นทำผลงานวิจัยและวิชาการตามหลักเกณฑ์ ก.พ.อ.

                – รองศาสตราจารย์ (รศ.- Associate Professor) ต้องมีการตีพิมพ์ผลงานในระดับชาติและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

                –  ศาสตราจารย์ (ศ.- Professor) ตำแหน่งสูงสุดที่ต้องสร้างผลกระทบและองค์ความรู้ระดับสากล

             3. สมรรถนะทางการสอนและคลินิก (Teaching and Clinical Competency) อาจารย์ต้องมีความสามารถทั้งการสอนและปฏิบัติโดย

                 –  การฝึกอบรมด้านการสอนเข้าร่วมอบรมเทคนิคการสอนเทคนิคการใช้สื่อการเรียนรู้และการประเมินผลการเรียนรู้

                 –  การเป็นอาจารย์พี่เลี้ยง (Preceptor/Mentor) การเป็นพี่เลี้ยงให้แก่นักศึกษาฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลหรือเป็นพี่เลี้ยงให้อาจารย์ใหม่

                 –  คงความเชี่ยวชาญทางคลินิก (Faculty Practice) อาจารย์พยาบาลที่ดีจะต้องอัพเดททักษะหน้างานอยู่เสมอ โดยการลงมือปฏิบัติจริงในโรงพยาบาลหรือแหล่งฝึกผ่านชั่วโมง Faculty Practice

          3.2 แนวทางการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan)

          เพื่อป้องกันภาวการณ์ขาดแคนผู้นำในมหาวิทยาลัยและลดปัญหาการเปลี่ยนผ่าน คณะมีระบบวางแผนสืบทอดตำแหน่งดังนี้

          1. ระบุตำแหน่งและสมรรถนะ (Role Identification) กำหนดตำแหน่งสำคัญที่ต้องวางแผน เช่น รองคณบดี คณบดี หัวหน้าภาควิชา พร้อมระบุคุณสมบัติทักษะที่จำเป็น

          2. คัดเลือกผู้สืบทอด (Talent Identification) ประเมินศักยภาพอาจารย์พยาบาลที่มีผลงานโดดเด่นมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเติบโตในสายงานบริหาร

          3. การพัฒนาทักษะเฉพาะด้านและเตรียมความพร้อม (Development & Mentoring) ส่งอบรมทักษะของการเป็นผู้บริหาร สอดคล้องกับตำแหน่ง เช่น การบริหารองค์กรการวางแผนกลยุทธ์ การบริหารหลักสูตร โดยจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคลากรตามตำแหน่ง (Individual Development Plan : IDP) ผู้บริหารระดับสูงจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและถ่ายทอดงาน (Coaching and Mentoring)

          4. ประเมินผลและปรับแผน (Evaluation & Transition) ติดตามความก้าวหน้าของผู้สืบทอดอย่างต่อเนื่องและประเมินความต้องการก่อนที่จะมอบหมายให้รับตำแหน่งจริง

          (4) ความเสมอภาคและการให้เข้ามามีส่วนร่วม

          คณะพยาบาลศาสตร์สร้างระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน และการพิจารณาผลงานดีเด่นโดยแจ้ง/ประกาศเกณฑ์การคัดเลือก โดยแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก และคณะพิจารณาตัดสินและมอบรางวัล ในงานพิธีสำคัญของคณะวิชา รวมทั้งแจ้งระบบและแนวทางและแบบประเมินผลการปฏิบัติงานให้ทุกคนทราบ

Evidence

รหัสหลักฐานชื่อหลักฐาน(พร้อมแนบลิ้งค์)
5.2-1โครงการพัฒนาความสัมพันธ์ของบุคลากร เพื่อพัฒนาสู่ความสำเร็จ
5.2-2รายชื่อผู้ได้รับสวัสดิการของคณะวิชา
5.2-3ประกาศและผลการดำเนินการคัดเลือกบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น
5.2-4เอกสารเกี่ยวกับมูลนิธิพยาบาลเซนต์เทเรซา
5.2-5แบบประเมินความผูกพันของคณะพยาบาลศาสตร์
5.2-6แบบประเมินพฤติกรรมที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กร
5.2-7แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานและแบบประเมิน
5.2-8สรุปผลภาระงานสอนและงานตามพันธกิจและการพัฒนา
5.2-9ประกาศการคัดเลือกบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น และคำสั่งแต่งตั้ง
5.2-10แนวทางการพัฒนาทำข้อตกลงการปฏิบัติงาน (PA)
5.2-11แบบประเมินธรรมาภิบาล
5.2-12กิจกรรม KM เข้าสู่ตำแหน่งวิชาการ

Self-Assessment 5.2

เกณฑ์คุณภาพประเมินตนเองคะแนน
1. การประเมินความผูกพันของบุคลากร
   (1) ปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน (1 คะแนน)/1
   (2) การประเมินความผูกพัน (1 คะแนน)/1
2. วัฒนธรรมองค์กร (1 คะแนน)/1
3. การจัดการผลการปฏิบัติงานและการพัฒนา
   (1) การจัดการผลการปฏิบัติงาน   
(2) การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน (1 คะแนน)
/1
   (3) การพัฒนาอาชีพการงานและการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง   
(4) ความเสมอภาคและการให้เข้ามามีส่วนร่วม (1 คะแนน)
/1
รวมผลการประเมินตนเอง Criteria 5.25