ส่วนที่ 3 องค์ประกอบที่ 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (Criteria 4.2 การจัดการสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (Information, and Knowledge Management))

Criteria 4.2 การจัดการสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (Information, and Knowledge Management

Requirements

Quality level assessment

Result 4.2

1. ข้อมูล และสารสนเทศ (4.2 ก)

(1) คุณภาพ

คณะฯ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการระบบฐานข้อมูลทำหน้าที่ในการออกแบบระบบการจัดการข้อมูลให้มีคุณภาพ และมีผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศนั้นๆ เป็นผู้กำกับดูแล ติดตามและตรวจสอบการข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งก่อนการนำข้อมูลเข้าระบบ จะมีการตรวจสอบข้อมูลโดยคณะกรรมการจัดการระบบฐานข้อมูลก่อนทุกครั้ง และหากเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญและต้องระวังอย่างมากจะมีการตรวจสอบข้อมูลโดยผ่าน คกก. คณะฯก่อนเสมอ ข้อมูลสารสนเทศแบ่ง 2 ระดับ คือ 1. สารสนเทศระดับมหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ มีการจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยและส่งต่อข้อมูลผ่านระบบ Intranet ไปยังหน่วยงานและผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลและสารสนเทศสำคัญ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ด้านการศึกษา ใช้สำหรับการบริหารจัดการการเรียนการสอนและหลักสูตร เช่น ระบบการจัดการชั้นเรียน 2) ด้านการวิจัย ใช้สำหรับการรับรองจริยธรรม ทุนวิจัย ฐานข้อมูลวิจัย เช่น MIS 3) ด้านการบริหารจัดการ ใช้ในการบริหารกระบวนการสนับสนุน เช่น ระบบบริหารงานบุคคล ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริหารด้านงบประมาณ งานการเงินและบัญชี มีผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศให้มีความถูกต้อง แม่นยำ สมบูรณ์ ครบถ้วน เป็นปัจจุบันทันสมัย และพร้อมใช้งาน 2. สารสนเทศระดับคณะ จะถูกจัดเก็บไว้ ที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านการศึกษา ด้านงบประมาณ ด้านบุคลากรผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงโดยมีการรวบรวมข้อมูล ทั้งรูปแบบของเอกสาร หนังสือ และในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และมีเจ้าหน้าที่ของคณะฯ ตามโครงสร้างความรับผิดชอบของการบริหารงานของคณะ คณบดี ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ และตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือ ทันสมัย และปลอดภัย โดยหากเกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ คณะฯ มีการนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงแก้ไขทันที ตัวอย่างข้อมูลและสารสนเทศสำคัญ ระดับคณะฯ เช่น ด้านการศึกษา ระบบฐานข้อมูลศิษย์เก่า ด้านการบริหารจัดการ ระบบการรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดแผนปฏิบัติการและเป้าประสงค์คณะฯ สารสนเทศด้านบุคลากรของคณะฯ สารสนเทศด้านงานพัสดุและการเงินของคณะฯ เป็นต้น ซึ่งคณะฯ จัดให้มีการกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้และเข้าถึงข้อมูลเพื่อความปลอดภัยและการสูญหายของข้อมูล

(2) ความพร้อมใช้

ระบบสารสนเทศที่ใช้ในการตอบสนองต่อกลยุทธ์ กฎระเบียบ ความต้องการของผู้ใช้งาน ในข้อ4.2ก(1) ได้รับการดูแลโดยฝ่ายไอที มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา เป็นผู้รับผิดชอบอำนวยความสะดวกให้เกิดความพร้อมใช้งานแก่คณะ ต่างๆ ซึ่งในปีการศึกษา 2567 ถึงแม้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ทำให้ผู้สอนส่วนใหญ่และผู้เรียนอยู่นอกที่ตั้งของมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา และใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตส่วนตัวเป็นหลัก แต่จะมีระบบสารสนเทศบางอย่างที่ติดตั้งในมหาวิทยาลัย

(3) ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์

ความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศจัดเก็บในแต่ละงาน การเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศแยกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ 1) ข้อมูลระดับคณะฯ การเข้าถึงข้อมูลต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาคือหัวหน้าสาขาวิชา และคณบดีเป็นลำดับ และ 2) ข้อมูลส่วนบุคคลการเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศในระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัยต้องใช้รหัสผ่าน Trsu ID ที่เป็นรหัสเฉพาะส่วนบุคคล 3) สำรองข้อมูลสำคัญและจัดเก็บข้อมูลให้ปลอดภัย โดยการติดตั้งระบบป้องกันไวรัสและป้องกันด้วยรหัสป้องกันการเปิดเครื่องเฉพาะบุคคล การจัดเก็บข้อมูลเป็น Electronic document

2. ความรู้ของสถาบัน (4.2 ข)

(1) การจัดการความรู้

คณะฯ มีแนวทางในการจัดการความรู้ ดังนี้

  1. กำหนดองค์ความรู้ที่จำเป็น และต้องการผลักดันของคณะฯ
  2. การค้นหา เก็บรวมรวมองค์ความรู้ จากตัวบุคคล และเอกสารการบันทึกต่างๆ
  3. การสร้างเป็นองค์ความรู้ ซึ่งได้จากการค้นหารวบรวมและถอดออกเป็นลักษณะของเอกสารสรุป หรือแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม
  4. การถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งในรูปแบบโครงการการจัดกิจกรรมอบรม หรือการนำเสนอสารสนเทศต่างๆ
  5. ผลักดันให้เกิดการนำองค์ความรู้ดังกล่าวสู่การปฏิบัติงานจริง
  6. ประเมินผลหลังการนำองค์ความรู้ไปใช้งาน

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 จนปีการศึกษา 2567 นั้น คณะฯ ได้มุ่งเน้นองค์ความรู้ด้านการผลักดันบุคลากร เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการและตำแหน่งทางวิชาชีพ โดยได้รวบรวมองค์ความรู้ทั้งจากบุคลากรของคณะ และ เอกสาร แหล่งความรู้ต่าง ๆ มาสร้างเป็นองค์ความรู้ และจัดกิจกรรมการถ่ายทอดทั้งในรูปแบบที่เป็นกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพี่เลี้ยงตามความสมัครใจ และมีการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

(2) วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ

จากแนวทางในการจัดการความรู้ ใน 4.2 ข(1) ในขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนที่ 4 นั้น คณะฯ มีกระบวนการในการค้นหา ระบุวิธีการปฏิบัติที่ดีเลิศในองค์กร รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ ดังนี้

  1. ค้นหา รวบรวมและระบุวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศจากผลลัพธ์ที่มีการยืนยัน ซึ่งอาจมาจากรางวัล หรือการประเมินจากภายในและภายนอกคณะฯ
  2. วิเคราะห์ความสอดคล้องของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ที่สามารถผลักดันยุทธศาสตร์ หรือ สามารถตอบสนองความท้าทายเชิงกลยุทธ์ของคณะฯ
  3. ใช้กระบวนการจัดการความรู้ในการถ่ายทอดไปสู่ในระดับต่างๆ นำผลงานการจัดการเรียนรู้ (KM) เข้าร่วมในกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (KM Day) อย่างสม่ำเสมอ

3. การมุ่งสร้างนวัตกรรม (4.2 ค)

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 ถึง ปีการศึกษา 2567 ที่คณะฯ ได้ผลักดันองค์ความรู้ด้านการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการและวิชาชีพให้แก่บุคลากรในคณะฯ โดยเฉพาะบุคลากรสายวิชาการคนใหม่ที่เข้ามาร่วมงานกับคณะฯ ที่จำเป็นต้องได้ตำแหน่งทางวิชาการถึงสามารถต่อสัญญาในการทำงานได้ ดังนั้นจากการมีพี่เลี้ยงนั้น ทำให้อาจารย์ใหม่ของคณะฯ และอาจารย์ที่ต้องการทำตำแหน่งทางวิชาการ จะได้รับการปลูกฝัง ถ่ายทอดและตระหนักถึงการดำเนินงานที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการขอตำแหน่งทางวิชาการ ที่ประกอบด้วยเอกสารประกอบการสอนผลงานวิจัย และการตีพิมพ์ผลงานวิจัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์อยู่เป็นระยะตลอดช่วงปีการศึกษาที่ผ่านมาซึ่งอาจารย์จำเป็นต้องเรียนรู้และปรับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

Evidence

รหัสหลักฐานชื่อหลักฐาน(พร้อมแนบลิ้งค์)
4.2-1-01ระบบสารสนเทศ
4.2-1-02กระบวนการจัดการความรู้
4.2-1-03ผลงานการจัดการเรียนรู้ (KM)

Self-Assessment 4.2

เกณฑ์คุณภาพประเมินตนเองคะแนน
1. ข้อมูล และสารสนเทศ
   (1) คุณภาพ    (2) ความพร้อมใช้ (1 คะแนน)/1
   (3) ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ (1 คะแนน)/1
2. ความรู้ของสถาบัน
   (1) การจัดการความรู้ (1 คะแนน)/1
   (2) วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (1 คะแนน)/1
3. การมุ่งสร้างนวัตกรรม (1 คะแนน)1
รวมผลการประเมินตนเอง Criteria 4.24