Criterion 4 – Student Assessment
Criterion
Requirements
4.1 A variety of assessment methods are shown to be used and are shown to be constructively aligned to achieving the expected learning outcomes and the teaching and learning objectives.
4.2 The assessment and assessment-appeal policies are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently.
4.3 The assessment standards and procedures for student progression and degree completion, are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently.
4.4 The assessments methods are shown to include rubrics, marking schemes, timelines, and regulations, and these are shown to ensure validity, reliability, and fairness in assessment.
4.5 The assessment methods are shown to measure the achievement of the expected learning outcomes of the programme and its courses.
4.6 Feedback of student assessment is shown to be provided in a timely manner.
4.7 The student assessment and its processes are shown to be continuously reviewed and improved to ensure their relevance to the needs of industry and alignment to the expected learning outcomes.
Quality level assessment
| Score | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
| No. of Item | 1 | 2 | 3 | 4-5 | 6-7 |
Result
4.1 A variety of assessment methods are shown to be used and are shown to be constructively aligned to achieving the expected learning outcomes and the teaching and learning objectives.
Operational Result
หลักสูตรมีการใช้วิธีการประเมินผู้เรียนที่หลากหลายและสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง โดยในช่วงปีการประเมิน หลักสูตรอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF: หลักสูตร พ.ศ. 2563) ไปสู่หลักสูตรปรับปรุงที่กำหนดผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตร (Programme Learning Outcomes: PLOs) อย่างชัดเจน (หลักสูตร พ.ศ. 2568)
สำหรับนักศึกษาที่เรียนตามหลักสูตรเดิม (TQF) หลักสูตรได้กำหนดผลการเรียนรู้รายวิชา (CLOs) ให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ตาม 5 ด้านของ TQF ได้แก่ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ความรู้ ทักษะทางปัญญา ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีการออกแบบวิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสอบข้อเขียน การปฏิบัติ การทำโครงงาน และการนำเสนอผลงาน เพื่อวัดผลลัพธ์ในแต่ละด้านอย่างเหมาะสม
ในขณะเดียวกัน สำหรับหลักสูตรปรับปรุง (พ.ศ. 2568) หลักสูตรได้กำหนด PLOs และถ่ายทอดสู่ CLOs ของแต่ละรายวิชาอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดทำ Curriculum Mapping และ Assessment Mapping เพื่อเชื่อมโยงระหว่างPLOs CLOs และวิธีการประเมิน (Assessment Methods) อย่างชัดเจน ส่งผลให้การประเมินสามารถสะท้อนการบรรลุผลการเรียนรู้ของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและสามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์ได้ หลักสูตรได้ดำเนินการ Mapping เชื่อมโยงระหว่างผลการเรียนรู้ตาม TQF กับ PLOs ของหลักสูตรใหม่ และใช้กรอบดังกล่าวในการออกแบบและทวนสอบเครื่องมือประเมินในรายวิชาที่มีการจัดการเรียนการสอนร่วมกันในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ตารางที่ 4.1-1 การเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (TQF) กับผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs)
P = สอดคล้องโดยตรง / O = สอดคล้องบางส่วน
| TQF Learning Domains (2563) | ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568 | |||||||
| PLO 1 | PLO 2 | PLO 3 | PLO 4 | PLO 5 | PLO 6 | PLO 7 | PLO 8 | |
| คุณธรรม จริยธรรม | P | P | O | |||||
| ความรู้ | P | P | P | |||||
| ทักษะทางปัญญา | P | P | P | P | P | |||
| ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ | P | P | P | P | O | |||
| ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และ IT | P | P | P | P | P | |||
หลักสูตรได้ดำเนินการเชื่อมโยงผลการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF: หลักสูตร พ.ศ. 2563) กับผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตร (Programme Learning Outcomes: PLOs) ของหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568 เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period)
จากตารางที่ 4.1-1 พบว่า
ด้าน ความรู้ เชื่อมโยงโดยตรงกับ PLO1 และ PLO2 ซึ่งเป็นฐานของการสร้างองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้
ด้าน ทักษะทางปัญญา และ ทักษะศตวรรษที่ 21 เชื่อมโยงกับ PLO2, PLO3, PLO5, PLO6 และ PLO8 ซึ่งสะท้อนการคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ และการปรับตัว
ด้าน คุณธรรม จริยธรรม เชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับ PLO7 และ PLO6 ซึ่งเน้นจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคม
ด้าน การสื่อสารและเทคโนโลยี เชื่อมโยงกับ PLO3, PLO4 และ PLO5 ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญของวิชาชีพด้านสื่อดิจิทัลและภาพยนตร์
ผลจากการ Mapping นี้ถูกนำไปใช้ในการออกแบบ CLOs การกำหนดวิธีการประเมิน และการพัฒนาเครื่องมือวัดผล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนทั้งในหลักสูตรเดิมและหลักสูตรปรับปรุงสามารถบรรลุผลการเรียนรู้ที่คาดหวังได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกัน
นอกจากนี้ หลักสูตรยังคงใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง Formative และ Summative Assessment ได้แก่ การสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติ การประเมินผลงานสร้างสรรค์ การทำงานกลุ่ม และการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ โดยมีการกำหนดเกณฑ์การประเมิน (Rubrics) ที่ชัดเจน และมีการให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ผลการประเมินผู้เรียนถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอน และพัฒนาการออกแบบการประเมินให้สอดคล้องกับทั้ง TQF และ PLOs อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนทุกกลุ่มสามารถบรรลุผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตรได้
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 4.1-1 | มคอ.2 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2563 |
| 4.1-2 | มคอ.2 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2568 |
| 4.1-3 | มคอ.3,4 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2563 |
| 4.1-4 | มคอ.3,4 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2568 |
| 4.1-5 | ตัวอย่าง Rubrics (อย่างน้อย 2–3 วิชา) |
| 4.1-6 | ตัวอย่างผลงานนักศึกษา (Student Work) |
| 4.1-7 | ผลคะแนนนักศึกษา (Grade distribution) |
| 4.1-8 | หลักฐาน การฝึกงาน |
| 4.1-9 | รายงาน การทวนสอบผลสัมฤทธิ์ |
| 4.1-10 | มคอ.5 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2563 |
| 4.1-11 | มคอ.5 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2568 |
4.2 The assessment and assessment-appeal policies are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently.
Operational Result
หลักสูตรได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการประเมินผลการเรียน (Assessment Policy) และการอุทธรณ์ผลการประเมิน (Assessment Appeal) ไว้อย่างชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร และสอดคล้องกับระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยครอบคลุมทั้งหลักสูตรเดิมตามกรอบ TQF (พ.ศ. 2563) และหลักสูตรปรับปรุง (พ.ศ. 2568) ที่กำหนดผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs)
ในระดับรายวิชา ผู้สอนได้ระบุรายละเอียดการประเมินอย่างชัดเจนในเอกสาร มคอ.3 / Course Syllabus ได้แก่ วิธีการประเมิน สัดส่วนคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics) และเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน โดยมีการเชื่อมโยงกับผลการเรียนรู้ของรายวิชา (CLOs) และสื่อสารให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มการเรียนการสอน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การปฐมนิเทศรายวิชา ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) และเอกสารประกอบการสอน
ในส่วนของการอุทธรณ์ผลการประเมิน มหาวิทยาลัยได้กำหนดขั้นตอนและช่องทางการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน โดยนักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลการประเมินตามระยะเวลาที่กำหนด ผ่านฝ่ายทะเบียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ทั้งนี้ หลักสูตรได้ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนดังกล่าวผ่านคู่มือนักศึกษา เว็บไซต์ของคณะ และการชี้แจงในชั้นเรียน
หลักสูตรมีการกำกับติดตามให้ผู้สอนดำเนินการตามนโยบายการประเมินอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการตรวจสอบความสอดคล้องของแผนการประเมินใน มคอ.3 กับการดำเนินการจริงใน มคอ.5 รวมถึงการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน (Verification of Student Achievement) เพื่อให้มั่นใจว่าการประเมินมีความเป็นธรรม โปร่งใส และสามารถสะท้อนผลการเรียนรู้ที่แท้จริงของผู้เรียน
นอกจากนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) แก่ผู้เรียนอย่างเหมาะสมและทันเวลา เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของตนเอง และลดข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประเมิน ทั้งนี้ หากพบประเด็นข้อร้องเรียน หลักสูตรจะนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการประเมินอย่างต่อเนื่อง
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 4.2-1 | ระเบียบมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2567 |
| 4.2-2 | คู่มือนักศึกษา (Student Handbook) |
| 4.2-3 | มคอ.3 |
| 4.2-4 | ตัวอย่าง Rubrics |
| 4.2-5 | แผนการให้คะแนน (Marking Scheme) |
| 4.2-6 | ภาพตัวอย่าง Feedback |
| 4.2-7 | Flowchart ขั้นตอนการอุทธรณ์ |
| 4.2-8 | มคอ.5 |
| 4.2-9 | รายงานทวนสอบ |
4.3 The assessment standards and procedures for student progression and degree completion, are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently.
Operational Result
หลักสูตรจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้ง 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2563 และหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2568 ตามระเบียบมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ว่าด้วย การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2567 ซึ่งมีเนื้อหาสาระ เรื่อง ระบบการจัดการศึกษา หลักสูตร การรับเข้าศึกษา การลงทะเบียนเรียน การเพิ่ม และการถอนรายวิชา การวัดผลการศึกษา การอนุมัติปริญญา การย้ายสาขา การเทียบโอนหน่วยกิตและผลการศึกษา การพ้นสภาพนักศึกษา การลา การประกันคุณภาพและการพัฒนาหลักสูตร ข้อบังคับที่เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาที่สำคัญ ได้แก่
หมวดที่ 5 การวัดผลการศึกษา
ข้อ 30 การวัดและประเมินผลการศึกษา ให้มีทั้งการวัดและประเมินผลแบบก้าวหน้า (Formative assessment) และการวัดและประเมินผลแบบรวบยอด (Summative assessment) สามารถดำเนินการได้หลายวิธี ดังนี้
30.1 การมอบหมายงาน (Assignment)
30.2 การทำโครงงาน (Project)
30.3 การเขียนรายงาน (Report)
30.4 การประเมินในสถานการณ์จริง (Authentic Assessment)
30.5 การสอบ
3.6 วิธีการอื่นๆตามที่กำหนดไว้ในรายวิชาหรือหลักสูตร
ข้อ 33 การสำเร็จการศึกษา
นักศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษาได้ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้
- เรียนครบหน่วยกิจและรายวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตร
- มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 2.00
- บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี
- ไม่มีพันธะด้านหนี้สินใด ๆ กับมหาวิทยาลัย
- มีความประพฤติเรียบร้อย ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และไม่อยู่ในระหว่างการรับโทษทางวินัย หรืออยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัยนักศึกษาอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับว่าด้วยวินัยของนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
- มีคุณสมบัติอื่นตามที่หลักสูตร หรือมหาวิทยาลัยกำหนด
สำหรับภาคการศึกษาที่คาดว่าจะเป็นภาคสุดท้ายที่จะสำเร็จการศึกษา ให้นักศึกษาปฏิบัติตามตามระเบียบ ดังนี้
ข้อ 34 นักศึกษาที่มีสิทธิ์แสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้
- เป็นนักศึกษาภาคการศึกษาสุดท้ายที่ลงทะเบียนเรียนครบตามหลักสูตร
- เข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาต่องานทะเบียนและประมวลผลภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นอาจไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติให้ปริญญาในปีการศึกษานั้น
ระเบียบดังกล่าวจะถูกสื่อสารให้ผู้เรียนทราบผ่านการปฐมนิเทศ คู่มือนักศึกษา และมีการสื่อสารต่ออาจารย์ประจำหลักสูตรในการปฐมนิเทศอาจารย์ใหม่ และการสื่อสารผ่านการสอนงาน (coaching) เพื่อให้มั่นใจได้ว่านักศึกษาจะสำเร็จการศึกษาตามเวลาที่หลักสูตรกำหนด คณะฯมีระบบการดูแลนักศึกษาและติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนหลายระดับ ได้แก่
ระดับผู้เรียน – มอบหมายอาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor) ให้ดูแลนักศึกษาตั้งแต่แรกเข้าศึกษาและติดตามต่อเนื่องจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา การดูแลนักศึกษาครอบคลุมทั้งเรื่องการเรียน สุขภาพ และการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ในเรื่องการเรียนอาจารย์ที่ปรึกษาสามารถติดตามผลการเรียนของนักศึกษาได้จากระบบ MIS ซึ่งเปิดสิทธิ์ให้อาจารย์เข้าถึงข้อมูลผลการเรียนของนักศึกษาได้
ระดับรายวิชา – ผู้รับผิดชอบรายวิชา ในรายวิชาทฤษฎีเมื่อประเมินผลการเรียนรู้แต่ละครั้ง ถ้าพบนักศึกษาที่มีคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ของการประเมินแต่ละครั้ง จะดำเนินการสอบถามปัญหา และให้การดูแลใกล้ชิดมากขึ้นและแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือให้สามารถบรรลุผลการเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ต่อไป สำหรับรายวิชาภาคปฏิบัติหากนักศึกษาได้รับผลการประเมินที่ต่ำกว่าเกณฑ์หรือมีความแตกต่างของผลการประเมิน อาจารย์ผู้สอนภาคปฏิบัติจะดำเนินการประชุมหารือให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของนักศึกษาเพื่อหาแนวทาสงการช่วยเหลือให้สามารถบรรลุผลการเรียนรู้ตามเกณฑ์
ระดับหลักสูตร – คณะกรรมการบริหารหลักสูตรจัดประชุมเพื่อเปิดโอกาสให้พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาใดๆที่อาจนำไปสู่การสำเร็จการศึกษาที่ช้ากว่าหลักสูตรกำหนด
ผลการดำเนินการในปีการศึกษา 2568 ผลการบริหารหลักสูตรทำให้มีผู้สำเร็จการศึกษาภายใน 4 ปี ตามหลักสูตร ดังตารางที่ 4.3-1
ตารางที่ 4.3-1 ตารางร้อยละของผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ย้อนหลัง 4 ปี
| ปีการศึกษาที่สำเร็จการศึกษา | จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 | จำนวนที่สำเร็จการศึกษา | รวมผู้สำเร็จการศึกษา | |||
| ภายใน 4 ปี | ร้อยละ | เกิน 4 ปี | ร้อยละ | |||
| 2565
รุ่นรหัส 19 |
11 | 11
(อนุมัติจบ 27 ก.พ. 2566) |
100.00 | – | – | 11
100% |
| 2566
รุ่นรหัส 20 |
4 | 4
(อนุมัติจบ29 ก.พ. 2567)
|
100.00 | – | – | 4
100% |
| 2567
รุ่นรหัส 21 |
4 | 4
(อนุมัติจบ27 ก.พ. 2568) |
100.00 | – | – | 4
100% |
| 2568
รุ่นรหัส 22 |
5 | 3
(อนุมัติจบ25 ก.พ. 2569) 60 |
60.00 | – | – | 3
60.00%
|
หมายเหตุ
1) นักศึกษารุ่นรหัส 22 จำนวน 1 คน (นางสาวพัณณิตา โก้สันเทียะ) ได้ลาพักการศึกษาเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2567) เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพและโรคประจำตัว หลักสูตรได้ดำเนินการติดตาม ดูแล และวางแผนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายอาจารย์ที่ปรึกษาติดตามอย่างต่อเนื่อง จัดทำแผนการเรียนรายบุคคล (Individual Study Plan) ให้คำปรึกษาด้านการลงทะเบียนและการวางแผนการศึกษา รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าทางการเรียนหลังกลับเข้าศึกษา เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องและมีโอกาสสำเร็จการศึกษาตามแผนที่เหมาะสม
2) นักศึกษารุ่นรหัส 22 จำนวน 1 คน (นางสาวสุชาดา เจริญอุปกรณ์) คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในภาคเรียนที่ 3/2568 เนื่องจากหลักสูตรได้ปรับแผนการเรียนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และข้อจำกัดของนักศึกษา โดยมีการวางแผนเรียนและติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาสามารถเรียนได้อย่างต่อเนื่องและสำเร็จการศึกษาตามแผนที่กำหนด
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 4.3-1 | ระเบียบมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ว่าด้วย การจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2567 |
| 4.3-2 | มคอ.3/4 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2563 |
| 4.3-3 | มคอ.3/4 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568 |
| 4.3-4 | ระบบสารสนเทศ MIS สำหรับติดตามผลการเรียนนักศึกษา |
| 4.3-5 | การปฐมนิเทศ |
| 4.3-6 | คู่มือนักศึกษา |
| 4.3-7 | คำสั่งแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษา |
| 4.3-8 | ตัวอย่างการให้คำปรึกษา |
| 4.3-9 | ช่องทางการให้คำปรึกษา เช่น ไลน์กลุ่มแต่ละชั้นปี/กลุ่มในFacebook |
4.4 The assessments methods are shown to include rubrics, marking schemes, timelines, and regulations, and these are shown to ensure validity, reliability, and fairness in assessment.
Operational Result
หลักสูตรได้กำหนดระบบและวิธีการประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม และสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ของรายวิชา (Course Learning Outcomes: CLOs) และผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตร (Program Learning Outcomes: PLOs) โดยครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ วิธีการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics) แนวทางการให้คะแนน (Marking Schemes) ช่วงเวลาการประเมิน (Assessment Timing) และเกณฑ์การตัดสินผล (Assessment Criteria) เพื่อให้มั่นใจว่าการประเมินสามารถวัดผลการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ และยุติธรรม
- 1. การกำหนดวิธีการประเมินที่สอดคล้องกับผลการเรียนรู้
หลักสูตรออกแบบวิธีการประเมินให้สอดคล้องกับลักษณะของผลลัพธ์การเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา โดยใช้ทั้งการประเมินภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น
– การสอบข้อเขียน (Written Examination) สำหรับการวัดความรู้และความเข้าใจเชิงทฤษฎี
– การประเมินผลงาน (Project-based Assessment) สำหรับการวัดทักษะการผลิตสื่อและความคิดสร้างสรรค์
– การประเมินการปฏิบัติงานจริง (Performance-based Assessment) สำหรับรายวิชาด้านการผลิตภาพยนตร์และการออกแบบสื่อ
– การนำเสนอผลงาน (Presentation) และการวิจารณ์ผลงาน (Critique) เพื่อประเมินทักษะการสื่อสารและการคิดวิเคราะห์
ตัวอย่างรายวิชาที่ใช้การประเมินแบบปฏิบัติ ได้แก่ รายวิชา Motion Picture, Documentary Film, Light and Sound Design และ Short Film Production ซึ่งผู้สอนได้ออกแบบกิจกรรมและเครื่องมือประเมินให้สอดคล้องกับ CLOs ของรายวิชาอย่างชัดเจน
- 2. การใช้ Rubrics และ Marking Schemes
หลักสูตรได้พัฒนาเกณฑ์การประเมิน (Rubrics) สำหรับรายวิชาที่มีลักษณะเป็นการปฏิบัติหรือผลงานสร้างสรรค์ โดยกำหนดตัวชี้วัด (Indicators) และระดับผลการปฏิบัติ (Performance Levels) อย่างชัดเจน เช่น ด้านความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพการผลิต การวางแผน การทำงานเป็นทีม และการสื่อสารทางภาพ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความคาดหวังของรายวิชาล่วงหน้า และช่วยให้การให้คะแนนมีมาตรฐานเดียวกันระหว่างผู้สอน
สำหรับรายวิชาที่มีการสอบข้อเขียน หลักสูตรได้จัดทำ Marking Schemes หรือแนวคำตอบและเกณฑ์การให้คะแนน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจข้อสอบและลดความคลาดเคลื่อนในการให้คะแนน ส่งผลให้การประเมินมีความสอดคล้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
- 3. การกำหนดช่วงเวลาการประเมิน
หลักสูตรกำหนดช่วงเวลาการประเมินอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง โดยประกอบด้วย
– การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) เช่น Assignment, Quiz, Progress Review, Workshop และการให้ Feedback ระหว่างกระบวนการทำงาน
– การประเมินปลายภาค (Summative Assessment) เช่น Final Project, Final Examination และการนำเสนอผลงานขั้นสุดท้าย
การประเมินถูกกระจายตลอดภาคการศึกษาเพื่อติดตามพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงจากการประเมินเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ มีการระบุวิธีการประเมิน สัดส่วนคะแนน และช่วงเวลาการประเมินไว้อย่างชัดเจนในเอกสาร มคอ.3 / Course Syllabus และสื่อสารให้ผู้เรียนทราบตั้งแต่ต้นภาคการศึกษา
- 4. ความถูกต้อง (Validity) ของการประเมิน
หลักสูตรให้ความสำคัญกับความสอดคล้องระหว่างเครื่องมือประเมินกับผลการเรียนรู้ที่ต้องการวัด โดยออกแบบการประเมินให้เหมาะสมกับธรรมชาติของรายวิชา เช่น
– ใช้การประเมินแบบปฏิบัติสำหรับการวัดทักษะด้านการผลิตสื่อและการสร้างสรรค์
– ใช้ข้อสอบข้อเขียนสำหรับการวัดความรู้เชิงทฤษฎีและการวิเคราะห์
– ใช้การนำเสนอและการวิจารณ์ผลงานเพื่อวัดทักษะการสื่อสารและการคิดเชิงวิพากษ์
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผลการประเมินสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง และสอดคล้องกับ CLOs และ PLOs ของหลักสูตร
- 5. ความน่าเชื่อถือ (Reliability) ของการประเมิน
เพื่อให้การประเมินมีความสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือ หลักสูตรได้ดำเนินการดังนี้
– ใช้ Rubrics และ Marking Schemes เป็นมาตรฐานเดียวกันในการให้คะแนน
– กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
– มีการทวนสอบผลการประเมิน (Moderation) ในรายวิชาสำคัญ
– มีการตรวจสอบความถูกต้องของคะแนน (Double-checking) ระหว่างผู้สอนหรือคณะกรรมการประจำรายวิชา
กระบวนการดังกล่าวช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการประเมิน และสร้างความสม่ำเสมอในการให้คะแนนระหว่างผู้สอน
- 6. ความยุติธรรม (Fairness) ของการประเมิน
หลักสูตรดำเนินการประเมินภายใต้หลักความโปร่งใสและความเป็นธรรม โดย
– เปิดเผยเกณฑ์การประเมินและ Rubrics ให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้า
– ให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาของผู้เรียน
– เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสอบถามหรืออุทธรณ์ผลการประเมินตามขั้นตอนของมหาวิทยาลัย
– ใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกันกับผู้เรียนทุกคนเพื่อลดอคติในการให้คะแนน
นอกจากนี้ หลักสูตรยังออกแบบการประเมินให้เหมาะสมกับลักษณะของกิจกรรมการเรียนรู้และบริบทของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียม
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 4.4-1 | มคอ.3 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2563 |
| 4.4-2 | มคอ.3 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568 |
| 4.4-3 | ตัวอย่าง Rubrics (อย่างน้อย 2–3 วิชา) |
| 4.4-4 | ผลงานของนักศึกษา |
| 4.4-5 | มคอ.5 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2563 |
| 4.4-6 | มคอ.5 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568 |
4.5 The assessment methods are shown to measure the achievement of the expected learning outcomes of the programme and its courses.
Operational Result
หลักสูตรได้ออกแบบวิธีการประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถวัดผลการบรรลุผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตร (Programme Learning Outcomes: PLOs) และผลการเรียนรู้ระดับรายวิชา (Course Learning Outcomes: CLOs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักการเชื่อมโยงระหว่าง PLOs, CLOs, กิจกรรมการเรียนการสอน และวิธีการประเมิน
ในระดับรายวิชา มีการกำหนด CLOs ให้สอดคล้องกับ PLOs และออกแบบวิธีการประเมินที่เหมาะสมกับลักษณะของรายวิชา โดยมีตัวอย่างดังนี้
– รายวิชา 131 104 Motion Picture ใช้การประเมินแบบโครงงาน (Project-based Assessment) โดยให้นักศึกษาผลิตผลงานภาพยนตร์สั้น ซึ่งประเมินด้วย Rubrics ที่ครอบคลุมด้านการวางแผน การเล่าเรื่อง เทคนิคการถ่ายทำ และการทำงานเป็นทีม เพื่อวัด PLO1, PLO2 และ PLO5
– รายวิชา 131 212 Short Film Production และ 131 211 Documentary Production ใช้การประเมินผลงานสร้างสรรค์ (Creative Production) และการนำเสนอผลงาน เพื่อวัดทักษะการผลิตสื่อและการสื่อสาร (PLO4, PLO5)
– รายวิชา 131 208 Lighting and Sound Design ใช้การสอบปฏิบัติและแบบฝึกหัดเชิงเทคนิค เพื่อวัดทักษะการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี (PLO2, PLO5)
– รายวิชา 131 302 Advanced Screenplay Writing ใช้การประเมินงานเขียนบท (Script Writing) และการนำเสนอแนวคิด เพื่อวัดความคิดสร้างสรรค์และทักษะการสื่อสาร (PLO3, PLO4)
– รายวิชา 131 107 Intercultural Communication และ 131 202 Articles, News and Non-fiction Writing ใช้การเขียนและการนำเสนอ เพื่อวัดทักษะภาษาและการสื่อสารในบริบทวิชาชีพ (PLO3, PLO4)
– รายวิชา 131 215 Training Practicum ใช้การประเมินจากสถานประกอบการร่วมกับอาจารย์นิเทศ โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะวิชาชีพ เพื่อวัดการบรรลุ PLO6 และ PLO7
ในระดับหลักสูตร หลักสูตรได้กำหนดรายวิชาสำคัญ (Key Courses) และรายวิชาบูรณาการ เช่น Short Film Production, Documentary Production และ Training Practicum เป็นจุดประเมินสำคัญ (Milestones) สำหรับติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนในการบรรลุ PLOs โดยใช้หลักฐานจากผลงานนักศึกษา โครงงานภาพยนตร์ และผลการประเมินจากสถานประกอบการ
หลักสูตรได้กำหนดเกณฑ์ความสำเร็จ (Achievement Criteria) อย่างชัดเจน เช่น ร้อยละของนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละรายวิชาและแต่ละ PLO (เช่น ≥ 80%) และมีการรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปผลในรูปแบบรายงาน CLO และ PLO Achievement เป็นรายภาคการศึกษาและรายปีการศึกษา เพื่อใช้ติดตามแนวโน้มของการบรรลุผลการเรียนรู้
นอกจากนี้ หลักสูตรยังมีระบบติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน (Student Progression Tracking) โดยจำแนกนักศึกษาตามระดับความเสี่ยง และมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษา (Academic Advising) เพื่อให้การสนับสนุนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะนักศึกษากลุ่มเสี่ยง เพื่อให้สามารถบรรลุผลการเรียนรู้และสำเร็จการศึกษาได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
ผลการประเมินและการวิเคราะห์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน วิธีการประเมิน และการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับรูปแบบการสอนในรายวิชาที่มีผลการบรรลุ PLO ต่ำ และการเพิ่มกิจกรรมเสริมทักษะ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ตารางที่ 4.5-1 ตารางแสดงความเชื่อมโยงระหว่างรายวิชากับผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) และวิธีการประเมินผลการเรียนรู้
P = วัดโดยตรง / O = วัดรอง
| รหัส/รายวิชา | PLO1 | PLO2 | PLO3 | PLO4 | PLO5 | PLO6 | PLO7 | PLO8 | วิธีการประเมิน (Assessment Methods) |
| 131 104 Motion Picture | P | P | O | O | P | O | Project (Short Film), Presentation, Rubric | ||
| 131 208 Lighting and Sound Design | P | P | O | P | Practical Exam, Technical Assignment, Rubric | ||||
| 131 212 Short Film Production | P | P | P | P | P | O | O | O | Capstone Project, Portfolio, Presentation, Rubric |
| 131 211 Documentary Production | P | P | P | P | P | O | O | O | Project, Field Work, Presentation, Rubric |
| 131 302 Advanced Screenplay Writing | P | P | P | P | O | O | Script Writing, Pitching, Rubric | ||
| 131 107 Intercultural Communication | O | O | P | P | P | P | P | Presentation, Reflection, Group Work | |
| 131 202 Articles, News and Non-fiction Writing | P | P | P | P | O | O | Writing Assignment, Presentation, Rubric | ||
| 131 215 Training Practicum | O | P | P | P | P | P | P | P | Internship Evaluation, Supervisor Report, Portfolio |
หลักสูตรได้จัดทำตาราง Mapping ระหว่างรายวิชากับผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) พร้อมระบุวิธีการประเมินในแต่ละรายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีการประเมินสามารถวัดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังได้อย่างครอบคลุม
จากตารางพบว่า รายวิชาหลักในสายวิชาชีพ เช่น Short Film Production และ Documentary Production มีบทบาทสำคัญในการวัดผลหลาย PLOs ในลักษณะบูรณาการ (Integrated Assessment) ขณะที่รายวิชาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ (Training Practicum) เป็นกลไกสำคัญในการประเมินสมรรถนะด้านการปฏิบัติงานจริงและจรรยาบรรณวิชาชีพ
วิธีการประเมินที่ใช้มีความหลากหลายและเหมาะสมกับลักษณะของผลการเรียนรู้ เช่น การประเมินโครงงาน การประเมินผลงานสร้างสรรค์ การนำเสนอ และการประเมินจากสถานประกอบการ ซึ่งช่วยให้สามารถวัดผลการบรรลุ PLOs ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทวิชาชีพ
Evidence
4.6 Feedback of student assessment is shown to be provided in a timely manner.
Operational Result
หลักสูตรให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) จากการประเมินผู้เรียนในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ (Learning Enhancement) และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดระบบและแนวปฏิบัติในการให้ Feedback อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ของรายวิชา (Course Learning Outcomes: CLOs) รวมถึงผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตร (Program Learning Outcomes: PLOs) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนสามารถนำข้อมูลป้อนกลับไปใช้ในการพัฒนาตนเองได้จริง ภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม (Timely Feedback)
หลักสูตรกำหนดให้การให้ Feedback เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลในทุกรายวิชา โดยระบุแนวทางการประเมิน วิธีการให้ข้อมูลป้อนกลับ และช่วงเวลาในการแจ้งผลไว้ในเอกสาร มคอ.3 / Course Syllabus อย่างชัดเจน และสื่อสารให้ผู้เรียนทราบตั้งแต่ต้นภาคการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเป้าหมายการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมิน และแนวทางการพัฒนาตนเองระหว่างการเรียน
1) ระบบการให้ Feedback ที่เชื่อมโยงกับกระบวนการประเมิน
หลักสูตรออกแบบกระบวนการให้ข้อมูลป้อนกลับควบคู่ไปกับการประเมินทั้งในรูปแบบการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) และการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องระหว่างกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการรับทราบผลคะแนนเมื่อสิ้นสุดรายวิชา
รูปแบบการให้ Feedback ประกอบด้วย
– การให้ข้อเสนอแนะต่อโครงงาน (Project Feedback)
– การวิจารณ์ผลงาน (Critique Session)
– การสะท้อนผลหลังการนำเสนอผลงาน (Presentation Reflection)
– การให้ข้อคิดเห็นในงานเขียนและบทภาพยนตร์
– การให้คำแนะนำรายบุคคล (Individual Consultation)
– การให้ Feedback จากการปฏิบัติงานจริงและสถานประกอบการ
การดำเนินการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนสามารถรับรู้จุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา และแนวทางในการปรับปรุงผลงานได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
2) การให้ Feedback ในรายวิชาเชิงปฏิบัติและรายวิชาสร้างสรรค์
ในรายวิชาที่เน้นการปฏิบัติและการสร้างสรรค์สื่อ เช่น รายวิชา 131 104 Motion Picture, 131 211 Documentary Production และ 131 212 Short Film Production ผู้สอนได้กำหนดกระบวนการให้ Feedback ในทุกขั้นตอนของการผลิตผลงาน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับปรุงงานได้ระหว่างกระบวนการเรียนรู้จริง (Continuous Improvement)
ตัวอย่างการให้ Feedback ได้แก่
– การให้ข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาแนวคิด (Concept Development)
– การวิจารณ์บทภาพยนตร์และโครงสร้างการเล่าเรื่อง
– การสะท้อนผลด้านการวางแผนการผลิตและการทำงานเป็นทีม
– การให้คำแนะนำด้านการถ่ายภาพ การจัดแสง และการออกแบบเสียง
– การให้ข้อเสนอแนะด้านการตัดต่อ การเล่าเรื่อง และคุณภาพของ Final Production
ผู้เรียนสามารถนำ Feedback ไปปรับปรุงผลงานก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป เช่น การแก้ไขบทภาพยนตร์ก่อนการถ่ายทำ หรือการปรับปรุงการตัดต่อก่อนการนำเสนอผลงานขั้นสุดท้าย ส่งผลให้การเรียนรู้เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทำงานจริง และสะท้อนการพัฒนาทักษะอย่างเป็นรูปธรรม
3) การให้ Feedback ในรายวิชาด้านการเขียนและการสื่อสาร
สำหรับรายวิชา 131 302 Advanced Screenplay Writing และ 131 202 Articles, News and Non-fiction Writing ผู้สอนมีการให้ Feedback เชิงลึกทั้งในด้านเนื้อหา โครงสร้าง การเรียบเรียงภาษา และการสื่อสารสาระสำคัญ โดยผู้เรียนได้รับข้อเสนอแนะทั้งในรูปแบบการพูดในชั้นเรียน การเขียนหมายเหตุในชิ้นงาน และการปรึกษารายบุคคล
การให้ Feedback ในลักษณะดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การเล่าเรื่อง และการใช้ภาษาได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงงานเขียนฉบับถัดไปให้มีคุณภาพสูงขึ้น
4) การให้ Feedback ในรายวิชาด้านเทคนิคและวิชาชีพ
ในรายวิชา 131 208 Lighting and Sound Design ผู้สอนให้ Feedback จากการปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการและสถานการณ์จำลอง โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค การใช้อุปกรณ์ และการประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำงานจริง ผู้เรียนสามารถทดลอง ปรับแก้ และรับข้อเสนอแนะซ้ำในระหว่างการปฏิบัติงาน ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะด้านเทคนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่รายวิชา 131 215 Training Practicum ผู้เรียนได้รับข้อมูลป้อนกลับจากทั้งอาจารย์นิเทศและสถานประกอบการ โดยครอบคลุมทั้งด้านทักษะวิชาชีพ ความรับผิดชอบ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการปรับตัวในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนตระหนักถึงสมรรถนะของตนเองและสามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อวิชาชีพได้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
5) ความเหมาะสมด้านช่วงเวลา (Timeliness of Feedback)
หลักสูตรกำหนดช่วงเวลาในการให้ Feedback อย่างเหมาะสมและชัดเจน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำข้อมูลป้อนกลับไปใช้ในการพัฒนาตนเองได้ทันต่อกระบวนการเรียนรู้ โดยมีแนวปฏิบัติ เช่น
– การให้ข้อเสนอแนะระหว่างดำเนินโครงงานหรือระหว่างการปฏิบัติงาน
– การแจ้งผลและข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังการส่งงาน
– การจัดกิจกรรม Review และ Consultation หลังการประเมิน
– การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนปรับปรุงผลงาน (Revision) และส่งแก้ไขก่อนการประเมินครั้งถัดไป
การดำเนินการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากข้อผิดพลาด วิเคราะห์จุดที่ต้องพัฒนา และนำ Feedback ไปใช้ได้ทันที ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของผลงานและผลการเรียนรู้ในระยะต่อเนื่อง
6) การนำ Feedback ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน
หลักสูตรพบว่าผู้เรียนสามารถนำ Feedback ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น
– การปรับปรุงคุณภาพของผลงานในโครงงานและผลงานสร้างสรรค์ครั้งถัดไป
– การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา
– การพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
– การยกระดับมาตรฐานของ Portfolio และผลงานวิชาชีพ
– การพัฒนาความมั่นใจและความรับผิดชอบในการทำงาน
นอกจากนี้ หลักสูตรยังสนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนผ่านระบบอาจารย์ที่ปรึกษา (Academic Advising System) ซึ่งช่วยติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมถึงสนับสนุนให้ผู้เรียนจัดเก็บผลงานในรูปแบบ Portfolio เพื่อสะท้อนพัฒนาการและการนำ Feedback ไปใช้ในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
7) การติดตามและพัฒนาคุณภาพของระบบ Feedback
หลักสูตรมีการติดตามคุณภาพของการให้ข้อมูลป้อนกลับผ่านหลายกลไก ได้แก่
– ผลการประเมินรายวิชาจากนักศึกษา
– ข้อเสนอแนะจากผู้เรียนเกี่ยวกับความชัดเจนและประโยชน์ของ Feedback
– การประชุมอาจารย์ผู้สอนเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติในการให้ Feedback
– การทวนสอบผลการเรียนรู้และผลการประเมินผู้เรียน
ข้อมูลที่ได้รับถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงแนวทางการให้ Feedback ให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และเอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 4.6-1 | มคอ.3 (ระบุวิธีการให้ Feedback และช่วงเวลา) |
| 4.6-2 | Rubrics/Feedback |
| 4.6-3 | ตัวอย่างงานก่อน–หลังแก้ไข |
| 4.6-4 | ภาพกิจกรรมการวิจารณ์ผลงาน/การให้คำปรึกษา |
| 4.6-5 | มคอ.5 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2563 |
| 4.6-6 | ผลการประเมินรายวิชา (จากระบบ MIS) |
4.7 The student assessment and its processes are shown to be continuously reviewed and improved to ensure their relevance to the needs of industry and alignment to the expected learning outcomes.
Operational Result
หลักสูตรมีระบบการทบทวนและปรับปรุงการประเมินผลผู้เรียนและกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน และเกณฑ์การตัดสินผล มีความสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตร (Programme Learning Outcomes: PLOs) และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านสื่อดิจิทัล ภาพยนตร์ และการสื่อสารร่วมสมัยได้อย่างเหมาะสม โดยหลักสูตรดำเนินการภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ตามวงจร PDCA (Plan–Do–Check–Act)
หลักสูตรกำหนดให้การทบทวนและปรับปรุงการประเมินเป็นส่วนหนึ่งของระบบประกันคุณภาพการศึกษา และมีการดำเนินงานทั้งในระดับรายวิชาและระดับหลักสูตรอย่างเป็นระบบ
- การทบทวนและปรับปรุงในระดับรายวิชา (Course-level Review)
ผู้สอนในแต่ละรายวิชามีการทบทวนวิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน (Assessment Tools) และเกณฑ์การให้คะแนนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีการประเมินสามารถวัดผลการเรียนรู้ของรายวิชา (CLOs) ได้อย่างเหมาะสมและสะท้อนสมรรถนะที่แท้จริงของผู้เรียน
การทบทวนดังกล่าวอาศัยข้อมูลจากหลายแหล่ง ได้แก่
– ผลการเรียนและผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา
– ผลการบรรลุ CLO ของแต่ละรายวิชา
– ข้อเสนอแนะจากนักศึกษา (Student Feedback)
– ผลการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Verification / Moderation)
– ข้อเสนอแนะจากอาจารย์ผู้สอนร่วมและคณะกรรมการหลักสูตร
ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อพิจารณาว่าเครื่องมือประเมินมีความเหมาะสมหรือไม่ เช่น ความสอดคล้องระหว่างกิจกรรมการเรียนรู้กับวิธีการประเมิน ความชัดเจนของ Rubrics ความยากง่ายของงานหรือข้อสอบ และความสามารถในการสะท้อนผลลัพธ์การเรียนรู้
ตัวอย่างเช่น ในรายวิชา 131 212 Short Film Production และ 131 211 Documentary Production มีการปรับปรุง Rubrics ให้ครอบคลุมสมรรถนะที่จำเป็นมากยิ่งขึ้น ได้แก่
– ทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling Skills)
– การคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
– การใช้เทคนิคการผลิตสื่อ (Production Techniques)
– การสื่อสารผ่านสื่อภาพและเสียง
– การทำงานเป็นทีม (Teamwork)
– การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (Problem-solving)
การปรับปรุงดังกล่าวช่วยให้การประเมินสะท้อนสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานในอุตสาหกรรมจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- การทบทวนและปรับปรุงในระดับหลักสูตร (Programme-level Review)
ในระดับหลักสูตร มีการรวบรวม วิเคราะห์ และติดตามข้อมูลผลการบรรลุ CLO และ PLO (CLO/PLO Achievement Analysis) อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของระบบการประเมินผู้เรียนและกระบวนการจัดการเรียนการสอน
หลักสูตรมีการดำเนินการดังนี้
– วิเคราะห์ผลการบรรลุผลการเรียนรู้ของผู้เรียนในแต่ละปีการศึกษา
– ติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน (Student Progression Tracking)
– เปรียบเทียบแนวโน้มผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในแต่ละรุ่น
-วิเคราะห์รายวิชาที่มีผลการบรรลุ CLO ต่ำกว่าค่าเป้าหมาย
– รายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางปรับปรุง
ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงทั้งวิธีการประเมินและการจัดการเรียนการสอน เช่น
– การปรับสัดส่วนคะแนนระหว่างภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
– การเพิ่มกิจกรรม Project-based Learning
– การเพิ่มการประเมินแบบ Portfolio และ Creative Works
– การเพิ่มกิจกรรมฝึกปฏิบัติที่สะท้อนสถานการณ์จริง
– การบูรณาการเทคโนโลยีใหม่ในกระบวนการเรียนการสอนและการประเมิน
แนวทางดังกล่าวช่วยให้การประเมินผู้เรียนสามารถสะท้อนผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตรได้ชัดเจนมากขึ้น
- การนำข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมมาใช้ในการปรับปรุงการประเมิน
หลักสูตรให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Stakeholders) โดยเฉพาะสถานประกอบการ ผู้ใช้บัณฑิต และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสื่อและภาพยนตร์ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการประเมินมีความสอดคล้องกับสมรรถนะที่จำเป็นในสายวิชาชีพ
ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมได้มาจากหลายช่องทาง เช่น
– การประเมินผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในรายวิชา 131 215 Training Practicum
– ข้อเสนอแนะจากสถานประกอบการ
– การประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้บัณฑิต
– ข้อมูลสะท้อนจากศิษย์เก่าและผู้ประกอบวิชาชีพ
ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงรูปแบบและเกณฑ์การประเมินให้สอดคล้องกับความต้องการของวิชาชีพ เช่น
– การเพิ่มการประเมินด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น
– การประเมินทักษะการสื่อสารและการนำเสนอ
– การประเมินความสามารถในการแก้ปัญหาและการบริหารจัดการเวลา
– การประเมินผลงานจริง (Authentic Assessment)
– การใช้ Portfolio และ Creative Works เป็นหลักฐานสะท้อนสมรรถนะวิชาชีพ
การดำเนินการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนได้รับการประเมินที่ใกล้เคียงกับบริบทการทำงานจริง และช่วยพัฒนาทักษะที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม
- การติดตามผลหลังการปรับปรุง (Monitoring and Follow-up)
หลังจากมีการปรับปรุงวิธีการประเมิน หลักสูตรมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิผลของการปรับปรุง โดยใช้ข้อมูล เช่น
– ผลการบรรลุ PLO ของผู้เรียนในแต่ละปีการศึกษา
– แนวโน้มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
– คุณภาพของผลงานนักศึกษา
– ความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้ใช้บัณฑิต
– ผลสะท้อนจากสถานประกอบการ
ข้อมูลดังกล่าวถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์และพัฒนาในรอบถัดไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
- การดำเนินงานตามวงจร Continuous Improvement (PDCA)
กระบวนการทบทวนและปรับปรุงการประเมินของหลักสูตรดำเนินการภายใต้แนวคิด PDCA อย่างชัดเจน ได้แก่
– Plan: วางแผนวิธีการประเมินและกำหนดเกณฑ์ให้สอดคล้องกับ CLOs/PLOs
– Do: ดำเนินการประเมินตามแผนที่กำหนด
– Check: ตรวจสอบผลการบรรลุ CLO/PLO และรับข้อมูลสะท้อนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
– Act: ปรับปรุงวิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน และกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
วงจรดังกล่าวช่วยให้หลักสูตรสามารถพัฒนาระบบการประเมินผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสามารถสนับสนุนการบรรลุผลการเรียนรู้ที่คาดหวังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 4.7-1 | ผลการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตร (นักศึกษาประเมิน LO/PLO) |
| 4.7-2 | มคอ.5 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2563 |
| 4.7-3 | ผลการประเมินจากสถานประกอบการ (Internship) |
| 4.7-4 | ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต |
| 4.7-5 | Rubric “ก่อน–หลังปรับปรุง” |
Self-Assessment
| Requirements | Result | Score |
| 4.1 A variety of assessment methods are shown to be used and are shown to be constructively aligned to achieving the expected learning outcomes and the teaching and learning objectives. | / | 1 |
| 4.2 The assessment and assessment-appeal policies are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently. | / | 1 |
| 4.3 The assessment standards and procedures for student progression and degree completion, are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently. | / | 1 |
| 4.7 The student assessment and its processes are shown to be continuously reviewed and improved to ensure their relevance to the needs of industry and alignment to the expected learning outcomes. | ||
| 4.4 The assessments methods are shown to include rubrics, marking schemes, timelines, and regulations, and these are shown to ensure validity, reliability, and fairness in assessment. | / | 1 |
| 4.5 The assessment methods are shown to measure the achievement of the expected learning outcomes of the programme and its courses. | ||
| 4.6 Feedback of student assessment is shown to be provided in a timely manner. | / | 1 |
| Overall | 4 | |