Criterion 7 – Facilities and Infrastructure
Criterion
Requirements

Quality level assessment

Result
7.1 The physical resources to deliver the curriculum, including equipment, material, and information technology, are shown to be sufficient.
มีทรัพยากรทางกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ในการดำเนินการของหลักสูตรรวมถึงเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงพอเหมาะสม พร้อมใช้และทันสมัย
Operational Result
1. อาคารสถานที่มีห้องเรียนที่เพียงพอ สะอาด ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้
1.1 อาคารเรียน คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ประกอบด้วยห้องเรียนขนาด 100-120 ที่นั่ง จำนวน 4 ห้อง มีการใช้อาคารเรียนร่วมกับคณะอื่นๆ ตามนโยบายทรัพยากรร่วมกันเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ห้องสมุด ห้องสัมมนา และพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน (Learning space) อาคารเซนต์แมรี่ มีห้องเรียนขนาด 100-120 ที่นั่ง จำนวน 4 ห้อง และอาคารโจเซฟมาเรียเป็นห้องเรียนขนาดความจุ 300 คน ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ความจุของห้องและจำนวนเพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนของภาคทฤษฏีทุกรูปแบบการสอนที่กำหนดไว้ในหลักสูตรและปฏิทินการใช้ห้องเรียนปีการศึกษา 2568 (7.1-1)
1.2 มีอาคารห้องปฏิบัติการพยาบาล เป็นอาคาร 4 ชั้น ใช้สำหรับฝึกทักษะทางคลินิก ปฏิบัติการพยาบาลครบทุกสาขาวิชาและห้องปฏิบัติการฝึกทักษะระบบจำลอง (Simulation Room) อุปกรณ์เครื่องมือการเรียนการสอน หุ่นจำลองทางการพยาบาล เช่น หุ่น CPR, หุ่นตรวจร่างกาย, หุ่นทำคลอด เป็นต้น
1.3 มีอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์และการพยาบาลพื้นฐาน เช่น เตียงผู้ป่วย, อุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ, ชุดทำแผล, เครื่องให้ออกซิเจน ฯลฯ
1.4 มีสื่อการสอน เช่น แบบจำลอง (Model) โปสเตอร์,ชุดวิดีโอการสาธิต โดยการบริหารจัดการห้องเรียนหลัก นักเรียนกลุ่มย่อย (7.1-2) และห้องประชุมด้วยระบบการจองห้องออนไลน์ และทุกห้องของมหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมต่อกับ Internet ได้ และมีระบบ Wi-Fi ให้ใช้งานโดยมีจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เพียงพอเหมาะสมพร้อมใช้งาน
1.5 มีสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่นการบริการห้องสมุด ระบบสืบค้นข้อมูลห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ
2. อาคารห้องปฏิบัติงานสำหรับผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรเพียงพอเหมาะสมต่อการปฏิบัติงานทั้งหมด 10 ห้อง ห้องประชุม 3 ห้อง ห้องให้คำปรึกษา 1 ห้อง ห้องสโมสรนักศึกษา 1 ห้อง และหอประชุมที่ใช้ร่วมกับคณะอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย จำนวน 2 ห้อง ห้องปฏิบัติงานทุกห้องมีครุภัณฑ์ อุปกรณ์สำนักงานเพียง พร้อมใช้ (7.1.3)
3. เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.1 ระบบห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart classroom) จำนวน 9 ห้อง มี Smart TV คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มการเรียนการสอนออนไลน์
3.2 มีระบบจัดการเรียนรู้ (Leaning Management System LMS) เพื่อใช้ทดสอบความรู้เช่น แบบทดสอบสภาการพยาบาล การสอบภาษาอังกฤษ และแบบทดสอบ TOEIC
3.3 ใช้ Google Classroom เป็นสื่อในการเรียนการสอน
3.4 มีซอฟต์แวร์จำลองสถานการณ์ทางการแพทย์หรือการพยาบาลเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการและห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่นักศึกษาเข้าถึงได้
3.5 มีการบำรุงรักษาเป็นประจำสม่ำเสมอ พร้อมใช้งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพมีการวางแผนปรับปรุงบำรุงรักษา (Maintenance Planning) เป็นประจำทุกปี ทำให้อาจารย์และนักศึกษาสามารถเข้าถึงและใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.6 การจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมกับจำนวนนักศึกษา เช่น อุปกรณ์เครื่องเสียง เครื่องขยายเสียง คอมพิวเตอร์ เพียงพอกับจำนวนห้องเรียนที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีเจ้าหน้าที่สนับสนุนการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี
3.7 มีระบบการบริหารจัดการ มีแบบประเมินความพึงพอใจเมื่อสิ้นสุดการสอน เพื่อสำรวจสภาพปัญหา วิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้เพื่อวางแผนการจัดซื้ออุปกรณ์ตามแผนงบประมาณ ในปีการศึกษา 2569
4. สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
ระบบสาธารณูปโภคภายในและภายนอกอาคาร บริการหอพักที่สะอาดและปลอดภัย สวัสดิการร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ มีการจัดสถานที่ให้มีสภาพแวดล้อมสวยงาม รองรับการเพิ่มขึ้นของนักศึกษา (7.1.4)
4.1 เพิ่มวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการเรียนการสอนและจัดเตรียมห้องสำรองไว้ หากมีการใช้งานที่หลากหลายนอกเหนือจากแผนการใช้งานปกติ เช่น ห้องประชุมกลุ่มย่อย (Conference)
4.2 พัฒนาห้องเรียน โดยการสำรวจระบบอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้พร้อมใช้
4.3 จัดสรรพื้นที่ Learning Space เพื่อการศึกษาแบบกลุ่มและรายบุคคล เช่น อ่านหนังสือ ประชุมกลุ่มทำโปรเจกต์ เพื่อให้สอดคล้องกับหลัก Active Learning ที่เน้นให้นักศึกษาเรียนรู้ผ่านการลงมือทำและมีปฏิสัมพันธ์ มีปลั๊กไฟ/จุดชาร์จเพียงพอ ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ ในพื้นที่อาคารห้องสมุด และ อาคารเอนกประสงค์บริเวณสระน้ำ หน้าคณะพยาบาลศาสตร์
5. มีแผนการจัดซื้อทรัพยากรทางการศึกษา ปีการศึกษา 2568 (7.1.5)
แนวทางการยกระดับคุณภาพสู่แนวปฏิบัติที่ดี (วางแผนพัฒนา ปีการศึกษา 2569)
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่การเรียนรู้
- ปรับปรุงห้องเรียนให้เป็น Smart Classroom พร้อมจอสัมผัส ระบบ Wi-Fi ความเร็วสูงและอุปกรณ์โต้ตอบแบบ Real-time
- เพิ่มพื้นที่ Learning Space เพื่อการศึกษาค้นคว้าแบบกลุ่มและรายบุคคลในบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ให้มากขึ้น
2. การจัดหาและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนการสอน
- พัฒนา LMS (Leaning Management System) สำหรับจัดการบทเรียน เอกสาร แบบฝึกหัด และการสื่อสารระหว่างผู้สอน-ผู้เรียน
- จัดให้มีอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Tablet, Notebook, Smart board) สำหรับอาจารย์และนักศึกษาที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์
- ใช้เทคโนโลยีเช่น VR ( Virtual Reality) จำลองสถานการณ์ทางคลินิก เช่น ให้นักศึกษาฝึกทักษะได้อย่างปลอดภัยและหลากหลาย
3. การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีของอาจารย์และบุคลากร
- อบรมการใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น Canva, Genially (เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยให้เปลี่ยนสื่อการสอนธรรมดาให้กลายเป็นสื่อแบบ Interactive), AI Tools ,Google workshop เพื่อพัฒนาสื่อการเรียน
- จัด Work shop ประจำภาคเรียน เช่น การสร้างแบบทดสอบออนไลน์, การเรียนรู้แบบ Game-based Learning
4. การบูรณาการแหล่งเรียนรู้ออนไลน์
- เชื่อมต่อฐานข้อมูลทางวิชาการ เช่น Science Direct, EBSCO เข้ากับระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
- ส่งเสริมการใช้การใช้ e-Book, วีดีโอสาธารณะเชิงวิชาการ เช่น YouTube EDU
5. การติดตามการประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- พัฒนาระบบ Digital Dashboard เพื่อติดตามการใช้ทรัพยากรแต่ละประเภท และวิเคราะห์ความคุ้มค่า
- รับฟังข้อเสนอแนะจากนักศึกษาและอาจารย์ผ่านแบบสอบถามออนไลน์/ Focus Group
- วางแผนปรับปรุงประจำปี โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
6. การจัดทำแผนปฏิบัติการและงบประมาณ
- จัดทำแผน 5 ปี (ระยะยาว) และแผนปฏิบัติการรายปี ในการพัฒนาเทคโนโลยีและกายภาพ พร้อมกรอบงบประมาณ ()
- จัดลำดับความสำคัญ (Priority Setting) เช่น เริ่มจากห้องเรียนที่ใช้บ่อย, แหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงมากที่สุด
7. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
- สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรือบริษัทเทคโนโลยี พัฒนาห้องเรียนต้นแบบ หรือขอรับการสนับสนุน
- เข้าร่วมโครงการระดับชาติ เช่น โครงการ Digital University ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
Evidence
7.2 The laboratories and equipment are shown to be up-to-date, readily available, and effectively deployed.
Operational Result
คณะพยาบาลศาสตร์มีห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่มีความทันสมัยพร้อมใช้งาน และสามารถนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. มีอาคารปฏิบัติการพยาบาล (LRC Learning Resource Center) ที่มีห้องปฏิบัติการพยาบาลครบทุกสาขาวิชา (7.2-1) พร้อมหุ่นและอุปกรณ์การฝึกปฏิบัติพยาบาล สำหรับฝึกทักษะปฏิบัติการพยาบาลครบทุกสาขาวิชา และมีเครื่องมือแพทย์พื้นฐานและขั้นสูง เช่น เครื่องตรวจวัดความดัน ระบบบันทึกและวิเคราะห์การฝึก (Video Recording & Feedback System) เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้จากการย้อนดูการปฏิบัติ พร้อมสื่อวิดีทัศน์ และหุ่นจำลองอวัยวะต่าง ๆ เป็นต้น รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์สุขภาพได้แก่ ห้องปฏิบัติการเคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ ณ อาคารเรียนรวมของมหาวิทยาลัย (7.2-2)
2. มีห้องฝึกปฏิบัติการหุ่นจำลองเสมือนจริงขั้นสูง (High-Fidelity Manikins) ที่ตอบสนองต่อการสอนขั้นสูง ระบบซอฟต์แวร์ฝึกจำลองสถานการณ์ (Simulation Software) ที่สามารถจำลองเหตุการณ์ทางคลินิกต่าง ๆ ได้สมจริง และจัดทำรายงานการใช้ห้องปฏิบัติการพยาบาล (Learning Resource Center) และการใช้ห้องปฏิบัติการเสมือนจริง (Simulation Room) (7.2-3)
3. มีระบบการบริการที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษา โดยมีคู่มือการใช้ห้องปฏิบัติการพยาบาล มีแผนการใช้ห้องปฏิบัติการพยาบาล ตารางการใช้ห้องปฏิบัติการพยาบาล (7.2-4) และมีระบบการจองห้องปฏิบัติการพยาบาลแบบออนไลน์ (Google Calendar) สนับสนุนการเรียนแบบ Active learning ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีอุปกรณ์พร้อมใช้สำหรับการฝึกนอกเวลาเรียน พื้นที่รองรับการเรียนกลุ่ม หรือฝึกปฏิบัติร่วมกัน มีสื่อการเรียนรู้เสริม เช่น วิดีโอการสอน Interactive e-learning อำนวยความสะดวกสำหรับการเรียน การสอน ในทุกสาขาวิชา และอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองในการยืม-คืน อุปกรณ์ทั้งในและนอกเวลาทำการ (7.2-5)
4. มีคณะกรรมการพัฒนาห้องปฏิบัติการพยาบาล (7.2-6) ทำหน้าที่วางแผนในการใช้ห้องปฏิบัติการพยาบาล รวมถึงกำกับ ดูแล พัฒนา แก้ไขปัญหา อุปสรรค โดยมีอาจารย์ประจำห้องปฏิบัติการพยาบาลจำนวน 1 คน และบุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 2 คน (7.2-7) มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลการใช้ห้องปฏิบัติการพยาบาล จัดเตรียม ตรวจสอบ บำรุงรักษาและดูแลหุ่นจำลอง วัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน (7.2-8) ในการจัดการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี ภาคทดลอง และภาคปฏิบัติ รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการศึกษาด้วยตนเองของนักศึกษา
5. มีการประเมินความพึงพอใจ และสำรวจปัญหา ความต้องการของผู้ใช้บริการ จากอาจารย์และนักศึกษาของการใช้ห้องปฏิบัติการพยาบาลทุกสิ้นปีการศึกษา (7.2-9)
6. มีแผนการจัดหา การบำรุงรักษา ปีงบประมาณ ปีการศึกษา 2568 (7.2-10)
แนวทางการยกระดับคุณภาพสู่การปฏิบัติที่ดี
1. แนวทางการติดตามความทันสมัยให้สอดคล้องกับภาคการทำงาน
- ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคการทำงาน
- ทำ MOU กับโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพและหน่วยบริการชุมชน เพื่อรับข้อมูลแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
- ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาหลักสูตร ร่วมกับผู้แทนจากภาคการทำงานเพื่อทบทวนและเสนอแนว ทางพัฒนา
- เชิญพยาบาลวิชาชีพหรือผู้บริหารในสถานพยาบาล มาบรรยายหรือให้ข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนการสอน การพัฒนา สมรรถนะ และห้องปฏิบัติการ
2. การวิเคราะห์ความต้องการของตลาดแรงงาน (Labor Market Need)
- สำรวจข้อมูลจากหน่วยงานกำกับด้านสุขภาพ เช่น สภาการพยาบาล, กระทรวงสาธารณสุข, WHO
- ใช้ แบบสอบถาม/สัมภาษณ์เชิงลึก กับผู้ใช้บัณฑิตในภาคสนาม เช่น หัวหน้าวอร์ด หัวหน้าหน่วยบริการ
- ติดตามแนวโน้มโรคและเทคโนโลยีใหม่ ที่มีผลต่อบทบาทหน้าที่ของพยาบาล เช่น Telehealth, AI in nursing
3. ปรับปรุงหลักสูตรและแผนการสอนให้สอดคล้อง
- ปรับ CLO (Course Learning Outcomes) ให้ตอบสนองทักษะยุคใหม่ เช่น Critical Thinking, Digital Literacy, Interprofessional Collaboration
- เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพยาบาล, การดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม, การพยาบาลในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือโรคอุบัติใหม่
- บูรณาการการเรียนแบบ Problem-based Learning และ Case-based Simulation เพื่อสะท้อนสถานการณ์
4. พัฒนาศักยภาพอาจารย์
- ส่งเสริมให้อาจารย์เข้ารับ การอบรมระยะสั้นหรือศึกษาดูงานในโรงพยาบาลนำร่อง
- สนับสนุนการเรียนรู้ หลักสูตรออนไลน์ด้านทักษะใหม่ ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีในห้องผ่าตัด, Nursing Informatics
- จัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ระหว่างอาจารย์และบุคลากรในภาคการทำงาน
5. ระบบติดตามและประเมินผลการเชื่อมโยงกับภาคการทำงาน
- สร้าง ระบบ Feedback จากผู้ใช้บัณฑิต เป็นประจาทุกปี
- ติดตามอัตราการมีงานทำของบัณฑิต และวิเคราะห์จุดแข็ง/จุดอ่อนที่สะท้อนจากภาคปฏิบัติ
- จัดประชุมสรุปผล แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในภาคบริการ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
แนวทางการยกระดับความพร้อมใช้ เข้าถึงห้องปฏิบัติการพยาบาล
1. เพิ่มประสิทธิภาพความพร้อมของห้องปฏิบัติการ
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ตามแผนประจำเดือน/ปี
- จัดทำระบบเช็คสภาพห้องและอุปกรณ์ทุกครั้งก่อนเปิดใช้งาน
- จัดเตรียมอุปกรณ์สำรอง/อะไหล่สำหรับอุปกรณ์หลักที่ใช้งานบ่อย
- พัฒนา คู่มือการใช้งานและวางแผนฝึกอบรมบุคลากรผู้รับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ
2. พัฒนาระบบให้บริการที่เข้าถึงได้
- ใช้ระบบจองห้องและอุปกรณ์ออนไลน์ (Google Calendar, ระบบภายในมหาวิทยาลัย ฯลฯ)
- สร้าง แผนผังห้องปฏิบัติการ พร้อมภาพอุปกรณ์ และคำอธิบายการใช้งานให้เผยแพร่บนเว็บไซต์/QR code
- กำหนดเวลาให้บริการที่ชัดเจน พร้อมมีเจ้าหน้าที่ประจำห้องให้คำแนะนำ
- ส่งเสริมความรู้ในการใช้ห้องผ่าน วิดีโอสาธิต, poster, workshop
3. ส่งเสริมการเข้าถึงของนักศึกษาทุกกลุ่ม
- สนับสนุนให้ใช้ห้องร่วมกับกิจกรรมวิจัยหรือนวัตกรรมทางการพยาบาลของนักศึกษา
- เปิดให้ใช้ห้องนอกเวลาเรียน (เช่น หลังเลิกเรียน หรือวันหยุด) โดยมีระบบลงชื่อและเจ้าหน้าที่ดูแล
- จัดให้มี กลุ่มพี่เลี้ยงหรืออาสาสมัครนักศึกษา ช่วยเหลือผู้ที่ยังใช้ไม่คล่อง
- สร้างพื้นที่ฝึกแบบอิสระ (Self-practice zone) พร้อมคู่มือหรือวิดีโอให้ฝึกตาม
Evidence
7.3 A digital library is shown to be set-up, in keeping with progress in information and communication technology.
Operational Result
มหาวิทยาลัยฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้า และการวิจัยของนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในยุคดิจิทัล
โดยสำนักวิทยาบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศได้ดำเนินการพัฒนาระบบและบริการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก ในการเข้าถึงความรู้และทรัพยากรสารสนเทศอย่างทั่วถึง ครอบคลุม และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทั้งนี้ได้จัดให้มีบริการและทรัพยากรสารสนเทศที่หลากหลาย ดังนี้
1. ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยฯ (7.3-1) ได้จัดเตรียมทรัพยากรสารสนเทศทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยมีการให้บริการหนังสือและตำราทั้งภายในห้องสมุดและผ่านระบบห้องสมุดออนไลน์ TRSU Library (http://library.trsu.ac.th/ulib6/) (7.3-2) ซึ่งรวบรวมฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่เอื้อต่อการสืบค้นข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทันสมัย นักศึกษาสามารถเข้าถึงหนังสือ ตำราหลัก ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศที่ครอบคลุมทั้ง 5 สาขาวิชาหลัก ตลอดจนสามารถสืบค้นบทความวิจัยและบทความวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการส่งเสริมการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และการดำเนินงานวิจัยของนักศึกษาและคณาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยฯ ยังได้พัฒนาระบบการให้บริการยืม-คืนหนังสือแบบอัตโนมัติ (7.3-3) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ โดยนักศึกษาสามารถดำเนินการยืม-คืนหนังสือทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) รวมถึงสามารถต่ออายุการยืมหนังสือผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดข้อจำกัดด้านเวลาในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ ทั้งนี้ หากนักศึกษาประสบปัญหาในการใช้งานระบบยืม-คืนหนังสือ สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำจากบรรณารักษ์ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่าน TRSU Library Facebook Page (https://www.facebook.com/people/TRSU-Library/61573737 337906/) (7.3.4)
เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลและการใช้บริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกทั้ง ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยฯ ยังมีแผนพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดซื้อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-book) เพิ่มเติมในระบบฐานข้อมูล CENEL(7.3-5) เพื่อให้มีจำนวนทรัพยากรสารสนเทศเพียงพอต่อความต้องการของนักศึกษา และส่งเสริมให้นักศึกษาทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
2. มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ได้จัดให้มีบริการสืบค้นสารสนเทศทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และการดำเนินงานวิจัยของนักศึกษาและคณาจารย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนักศึกษาสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลวารสารวิชาการออนไลน์และทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ผ่าน TRSU Library (http://library.trsu.ac.th/ulib6/) (7.3-6) ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลวิชาการที่มีความทันสมัยและหลากหลายสาขา
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ยังได้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ โดยจัดให้มีจุดเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถึง 2000 Mbps เพื่อรองรับการใช้งานด้านการศึกษาและการสืบค้นข้อมูลของนักศึกษาอย่างเพียงพอ ช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลออนไลน์และสืบค้นข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายนอกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และต่อเนื่อง อันเป็นการส่งเสริมบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักศึกษาให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์ความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
ปีการศึกษา 2568 ผลการประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการห้องสมุดมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.50 (7.3-7)
Evidence
7.4 The information technology systems are shown to be set up to meet the needs of staff and students.
Operational Result
คณะพยาบาลศาสตร์มีการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรและผู้เรียนเพื่อสนับสนุนการทำงานและการเรียนการสอนของทั้งอาจารย์บุคลากรและนักศึกษา ดังนี้
1. ในปีการศึกษา 2568 มีการสำรวจความต้องการใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ระบบเทคโนโลยี พบว่า นักศึกษามีข้อเสนอแนะให้เพิ่มสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่มีความเสถียรและเชื่อถือได้และรองรับการใช้งานในทุกสถานการณ์ โดยลดการหยุดชะงักหรือมีปัญหาทางเทคนิค (7.4-1) ในปีการศึกษา 2568 คณะพยาบาลศาสตร์ได้พัฒนาระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย (WI-FI) ปรับปรุงความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลขนาดความเร็ว 2000Mbps เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมีจุดเชื่อมต่อการเข้าถึงระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย (WIFI) ทั้งหมด 69 จุดจากเดิม มี 59 จุด ครอบคลุมทุกอาคารเรียนและหอพัก และระบบการจัดการบริการในระบบ LAN/INTERNET ในห้องเรียนและ Smart Class Room เพื่อตอบสนองการใช้งานของทั้งนักศึกษา คณาจารย์และบุคลากร (7.4-2)
2. มีการรวบรวมระบบสารสนเทศ (MIS) ต่างๆที่เกี่ยวข้องไว้หน้าเดียวใน Website ของมหาวิทยาลัย (https://mis.trsu.ac.th) (7.4-3) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการจัดการเรียนการสอนทำให้ง่าย ต่อการค้นหาและสามารถใช้งานระบบสารสนเทศที่ครอบคลุมทุกพันธกิจของมหาวิทยาลัยช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบุคลากรการเรียนการสอนของนักศึกษา โดยคณะพยาบาลศาสตร์ใช้งานบันทึกข้อมูลทุกพันธกิจและมีการติดตามการบันทึกข้อมูลที่เป็นปัจจุบันจากบุคลากร ที่เกี่ยวข้องในข้อมูลแต่ละระบบ เช่น ข้อมูลด้านอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา (7.4-4) ข้อมูลงานวิจัย (7.4-5) และบริการวิชาการ (7.4-6) และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม (7.4-7) เป็นต้น สำหรับระบบการเรียนการสอนคณะพยาบาลศาสตร์สนับสนุนการเรียนการสอน และวิจัยด้วยระบบดิจิทัลโดยมีการประยุกต์ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ มากระตุ้นการมีปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียนที่หลากหลาย เช่น แอพพลิเคชั่น Google classroom โปรแกรม Zoom, Google meet และระบบ LMS (7.4-8) การกระตุ้นการแสดงความคิดเห็น การสะท้อนคิด ด้วยWooclap/Mentimeter การระดมความคิดด้วย discussion board บน Pad let platform มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและติดตามปัญหาการใช้งานความต้องการในการพัฒนาระบบสารสนเทศเพิ่มเติมเพื่อนำมาพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แนวทางการยกระดับคุณภาพ ระบบข้อมูลสารสนเทศ
1. พัฒนาระบบให้มีความเสถียรและเชื่อถือได้
- เสริมความพร้อมใช้งานของระบบ ต้องทำให้ระบบมีความเสถียรสูงและรองรับการใช้งานใน ทุกสถานการณ์ โดยลดการหยุดชะงักหรือปัญหาทางเทคนิค
- การสำรองข้อมูล (Data Backup): สร้างระบบสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและสามารถกู้คืนได้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
2. ปรับปรุงความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล
- การเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูล: ลดระยะเวลาที่ใช้ในการประมวลผลและดึงข้อมูลโดยปรับโครงสร้างฐานข้อมูลให้เหมาะสม
- การให้บริการข้อมูลแบบทันที (Real-Time Data Access): ระบบต้องสามารถให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและสามารถตอบสนองคำขอของผู้ใช้ได้ทันที
3. เพิ่มความง่ายในการใช้งาน
- การพัฒนาอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย (User-Friendly Interface): ระบบควรมีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและเหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม เช่น อาจารย์สามารถเข้าใช้ฟังก์ชั่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลการเรียนการสอนได้สะดวก และนักศึกษาสามารถตรวจสอบผลการเรียนได้ง่าย
- การรองรับอุปกรณ์หลากหลาย (Device Compatibility): ระบบควรสามารถใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือเพื่อให้สะดวกสาหรับผู้ใช้ทุกคน
4. การรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
- ระบบการเข้ารหัสข้อมูล การเข้ารหัสข้อมูลสำคัญทั้งในระหว่างการส่งข้อมูลและในระหว่างการจัดเก็บ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
- การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control): กำหนดระดับสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน เช่น อาจารย์สามารถเข้าถึงข้อมูลนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการสอนเท่านั้น และนักศึกษาสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของตนเองได้
5. การสนับสนุนการตัดสินใจด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล
- การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics Tools): พัฒนาระบบให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างรายงานที่มีประโยชน์ในการตัดสินใจทางการศึกษา เช่น การประเมินผลการเรียนของนักศึกษา, การทำนายความสำเร็จในการเรียน หรือการจัดการทรัพยากรในสถาบันการศึกษา
- การให้ข้อมูลที่โปร่งใสและมีรายละเอียด: ระบบควรสามารถแสดงข้อมูลการศึกษาอย่างชัดเจนทั้งในด้านผลการเรียน การเข้าชั้นเรียน และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
6. การฝึกอบรมและสนับสนุนผู้ใช้
- การฝึกอบรมผู้ใช้ (Training Programs): จัดอบรมและให้ความรู้กับอาจารย์, เจ้าหน้าที่, และนักศึกษาเกี่ยวกับการใช้งานระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- การสนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support): มีทีมสนับสนุนด้านเทคนิคที่พร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ผู้ใช้งานพบปัญหา
7. การปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้
- การรับฟังความคิดเห็น (Feedback System): สร้างช่องทางให้ผู้ใช้สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบ เพื่อใช้ในการปรับปรุงระบบให้ตอบสนองความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
- การพัฒนาฟังก์ชั่นใหม่ๆ ตามความต้องการ (Feature Development): ฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นในปัจจุบันสามารถพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต เช่น ระบบการจัดการการศึกษาตามโปรแกรม หรือการเชื่อมโยงกับระบบภายนอก (เช่น ระบบจองห้องเรียน หรือการสมัครเรียนออนไลน์)
Evidence
7.5 The university is shown to provide a highly accessible computer and network infrastructure that enables the campus community to fully exploit information technology for teaching, research, service, and administration.
Operational Result
คณะพยาบาลศาสตร์มีการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ในมหาวิทยาลัย โดยสามารถช่วยให้อาจารย์นักศึกษาและบุคลากรสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสอนการวิจัยการบริการและการบริหารงานได้อย่างเต็มที่
1. มีโครงสร้างพื้นฐานโดยจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลางแบบตั้งโต๊ะ, Notebook สำหรับการใช้งานในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติงาน สำนักงาน ห้องสมุด ทั้งในมหาวิทยาลัยฯ เครื่องโปรเจคเตอร์ ในห้องเรียน เครื่อง printer และเครื่องถ่ายเอกสารทุกอาคาร (7.5-1)
ระบบ Internet ในส่วนของ Infra structure โครงสร้างเครือข่ายพื้นฐานที่สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการต่าง ๆ เช่น ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Wi-Fi ครอบคลุมทั้งมหาวิทยาลัย ระบบเครือข่ายที่เสถียร ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (Computer lab) เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพียงพอต่อนักศึกษาระบบ Server และ Cloud ใช้งานระบบได้ทุกที่ ทุกเวลา รองรับการใช้งานผ่านมือถือมีบัญชีผู้ใช้สำหรับนักศึกษา อาจารย์และบุคคลากร (7.5-2)
มหาวิทยาลัยสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการเรียนการสอนการวิจัยการบริการวิชาการ และการบริหารงานได้อย่างเต็มที่ โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Access Point โดยติดตั้งกระจายอยู่ทั่วมหาวิทยาลัยฯ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรืออุปกรณ์ อื่น ๆ ที่สามารถใช้งานระบบ WIFI ได้โดยสามารถเชื่อมต่อเข้าใช้งานโดยใช้ User Name และ Password ที่ทางมหาวิทยาลัยฯ แจกให้กับนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรทุกคน โดยมีพื้นที่ของมหาวิทยาลัยฯ มีระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการคือ TOT, CAT Telecom และ True Internet สัญญาณ ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตรวมกันขนาด 2000 Mbps จากเดิม 1,000 Mbps นอกจากนั้นยังมีบริการอื่น ๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ได้แก่
– บริการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายจากภายนอกด้วยระบบ VPN เพื่อให้สามารถใช้งานระบบสารสนเทศต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยฯ ได้จากทุกเครือข่ายมีจุดบริการสำหรับการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ติดตั้งภายในห้องสมุด
– มีจุดบริการอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wi-Fi) โดยติดตั้งตัวกระจายสัญญาณ Wireless สำหรับใช้เชื่อมตัวคอมพิวเตอร์แบบพกพา/แท็ปแล็ป/สมาร์ทโฟน ทั้งในอาคารเรียน ห้องประชุม ห้องสมุด และหอพัก นักศึกษา จำนวน 69 จุด จากเดิมมี 59 จุด
– มีโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคอมพิวเตอร์/Note book สำหรับใช้งานในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติงาน ห้องสมุด ทั้งในมหาวิทยาลัย รวมทั้งสิ้นประมาณ 123 เครื่อง อาจารย์ และนักศึกษา 100% มี computer พกพา
3. มีการติดตั้งอุปกรณ์ ระบบรักษาความปลอดภัย มีการเก็บรวบรวมข้อมูลการจราจรติดตั้งอุปกรณ์และระบบรักษาความปลอดภัย เก็บรวบรวมข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ระบบ มีการลงชื่อเข้าใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตทุกคน และทุกครั้งที่ใช้งาน (Authentication) มีระบบรักษาความปลอดภัย Fire wall/IPS ตรวจเช็คจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ด้วย Mail Gate ติดตั้ง Log-Server และมีการประเมินด้านความเสี่ยงของระบบหน่วยงานภายนอกเป็นระยะ (7.5-3)
แนวทางการยกระดับคุณภาพการใช้บริการ บรรจุในแผนปฏิบัติการปี2569
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
- เพิ่มความเร็วและความเสถียรของระบบเครือข่าย
- ขยายพื้นที่ให้บริการ Wi-Fi ครอบคลุมทุกจุดในสถานศึกษา
- ปรับปรุงและอัปเกรดคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัย
2. การบริการและสนับสนุนผู้ใช้
- จัดให้มีหน่างบริการช่วยเหลือผู้ใช้งาน (IT Help Desk)
- มีช่องทางแจ้งปัญหาและรับบริการที่สะดวก เช่น ระบบ Ticket Online
- ให้บริการอบรมความรู้เกี่ยวกับการใช้ระบบ ICT
3. การบริหารจัดการระบบความปลอดภัย
- มีการบริหารจัดการบัญชีผู้ที่ใช้งานและสิทธิ์การเข้าถึงอย่างมีระบบ
- มีระบบสำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลในกรณีฉุกเฉิน
- ป้องกันภัยคุกคามจากไวรัส มัลแวร์และการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
4. การติดตาม ประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- ประเมินความพึงพอใจผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ
- เก็บข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับการใช้งานและนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนา
- รับฟังข้อเสนอแนะและปรับปรุงบริการตามความต้องการจริง
แนวทางการยกระดับคุณภาพการให้บริการ server
1. ด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware Upgrade)
2. ด้านซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ
3. ด้านความปลอดภัย (Security)
4. ด้านความต่อเนื่องของระบบ (High Availability)
ด้านการบริหารจัดการและตรวจสอบ
1. ติดตั้งระบบ Monitor
2. มีการจัดเก็บ Log และวิเคราะห์ Log
3. บริหารจัดการผ่าน Web Console หรือระบบ Centralized Management
ตัวชี้วัดคุณภาพการให้บริการ คอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต
Evidence
7.6 The environmental, health, and safety standards and access for people with special needs are shown to be defined and implemented.
Operational Result
คณะพยาบาลศาสตร์มีการดำเนินการตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย ในพื้นที่การเรียนรู้อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ผู้พิการหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเข้าถึง ดังนี้
การจัดการด้านสุขภาพ
1. จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีแก่นักศึกษาอาจารย์และบุคลากรและให้บริการนักศึกษา ในการรักษาพยาบาลโดยใช้สิทธิบัตรทองมีบริการให้การดูแลช่วยเหลือสุขภาพเบื้องต้น โดยมีสถานที่และผู้รับผิดชอบประจำและส่งต่อสถานบริการ
2. มีมาตรการห้ามสูบบุหรี่ภายในอาคารของคณะพยาบาลศาสตร์ตามที่กฎหมายกำหนด
3. มีพนักงานทำความสะอาดประจำทุก ๆ อาคารกิจกรรม 5 ส.
4. จัดให้มีกิจกรรม ส่งเสริมสุขภาพทางกาย และจิตใจ เช่น คลินิกให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และการให้การพยาบาลปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงป้องโรค NCDs ตามแผนปฏิบัติการประจำปี (7.6-1)
การจัดการด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
1. มีการควบคุมกำกับดูแล ระบบไฟฟ้าทั่วทุกอาคาร มีระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน มีกล้องวงจรปิดในอาคาร และนอกอาคารรวมทั้งหอพักเป็นการเฝ้าระวังความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ของหายมีบุคคลภายนอกเข้ามาในเวลาวิกาลมีระบบเฝ้าระวังสายไฟฟ้าแรงสูง โดยการตัดต้นไม้ตามฤดูกาลและมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนักศึกษาอาจารย์และบุคลากร (7.6-2)
2. มีระบบการคัดแยกขยะก่อนทิ้งทุกอาคารมีระบบกำจัดขยะ โดยให้หน่วยงานภายนอกมาเก็บขยะ มีระบบการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มที่นำมาบริโภคจากหน่วยงานภายนอก (ใบรับรองตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มมาอ้างอิงด้วย) (7.6-3)
3. มีระบบการป้องกันอัคคีภัยโดยการติดตั้งถังดับเพลิงมีระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเกิดอัคคีภัยมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง (7.6-4)
4. ระบบรักษาความปลอดภัย กำหนดการเปิดปิดประตูเข้าออกมหาวิทยาลัยและมีการจัดระบบการจราจรภายในมหาวิทยาลัย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยตามอาคาร ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอมีระบบอนุญาตให้เข้า-ออกมหาวิทยาลัย และห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต (7.6-5)
5. มีทางลาดและห้องน้ำสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ (7.6-6)
6. บริการอื่น ๆ ในระบบเครือข่ายที่ให้บริการ คือ
– ระบบกล้องวงจรปิด (IP CCTV) ที่ติดตั้งเพื่อสนับสนุนการรักษาความปลอดภัย
– ระบบโทรศัพท์ในระบบเครือข่าย (IP Telephone) ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงาน
– ระบบโทรทัศน์วงจรปิดผ่านระบบเครือข่าย สำหรับประชาสัมพันธ์ ข่าวสารและเสนอรายการที่น่าสนใจให้กับนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยฯ (7.6-7)
ผลการประเมินความพึงพอใจ ของนักศึกษา อาจารย์และบุคคลากรต่อสิ่งสนับสนุนด้านสุขภาพสภาพสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยประจำปีการศึกษา 2568 อาจารย์ มีค่าเฉลี่ย = 4.23 นักศึกษามีค่าเฉลี่ย =3.71 (7.6-8)
ข้อเสนอแนะ (7.6-9)
- บริการด้านรถรับส่งที่จำเป็น อยากให้ปรับปรุงเรื่องรถ บางครั้งเวลาออกไปข้างนอก ก็ต้องรอกัน เพราะรถไม่เพียงพอ บางครั้งก็ได้นั่งรถสองแถว ช่วงฤดูฝนก็เปียก เดินทางลำบาก
2. เพิ่มบริการห้องน้ำสาธารณให้นักศึกษา
3. เพิ่มศาลาพักผ่อนทำกิจกรรมกลุ่ม
4. ความปลอดภัยรอบสระบัว
5. ซ้อมอัคคีภัย
6. ประชาสัมพันธ์การใช้ระบบการใช้บริการอนามัย การเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิแก่นักศึกษาปี 1 การย้ายสิทธิ
7. ควรมีสะพานลอยคนข้าม และสัญญาณไฟจราจรหน้ามหาวิทยาลัย
8. อาหารที่ขายข้างทางควรมีการตรวจสอบคุณภาพ หรือให้มาจำหน่ายในมหาวิทยาลัยแทนริมรั้ว
9. รณรงค์สวมหมวกกันน๊อค ลดอุบัติเหตุ
10. เพิ่มบริการรถรับส่งนักศึกษา อาจารย์ จากหอพักไปตึกเรียน
11. ปรับปรุงระบบ Wi-Fi ค่ะ
แนวทางการยกระดับคุณภาพสู่แนวปฏิบัติที่ดี
ยกระดับตัวชี้วัดคุณภาพเพื่อเป็นสถานศึกษปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดี โดยมีมาตรฐาน “ตามคู่มือกรมสวัสดิการและคุมครองแรงงาน ประจำปี 2569” (7.6-10)
1. ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม
- ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นต่อวัน/เดือน
- การแยกขยะถูกต้อง
- ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ
- กิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม(ปลูกต้นไม้ Green Day)
- ผลการตรวจคุณภาพน้ำ/อากาศภายในอาคาร
2. ตัวชี้วัดด้านสุขภาพ (Health indicator)
- อัตราการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคลากร
- จำนวนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ (ออกกำลังกาย อบรมโภชนาการ อบรมสุขภาพจิต)
- อัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน office syndrome
- ความพึงพอใจด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- การเข้าถึงบริการสุขภาพ (เช่น ห้องพยาบาล น้ำดื่มสะอาด )
3. ตัวชี้วัดด้านความปลอดภัย Safety indicator
- อัตราการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน (ไฟไหม้ แผ่นดินไหว)
- จำนวนจุดที่อุปกรณ์ความปลอดภัยพร้อมใช้งาน (เช่น ถังดับเพลิง, ป้ายหนีไฟ)
- การรายงานความเสี่ยงและความปลอดภัย
- ระบบคัดแยกขยะ
- การลดการใช้พลังงาน
- พื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย
- การจัดการขยะทางการแพทย์ในห้องปฏิบัติการ
4. การเข้าถึงสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษ
- ทางลาดสำหรับรถเข็น
- ลิฟท์
- ห้องน้ำสำหรับคนพิการ
- ป้ายสัญลักษณ์ชัดเจน
- ที่จอดรถสำหรับผู้พิการ
Evidence
7.7 The university is shown to provide a physical, social, and psychological environment that is conducive for education, research, and personal wellbeing.
Operational Result
มหาวิทยาลัยต้องจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Education) การวิจัย (Research) ความเป็นอยู่ที่ของนักศึกษาและบุคลากร (Personal Wellbeing) โดยครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ Physical environment-สภาพแวดล้อมทางกายภาพ Social environment-บรรยากาศทางสังคม Psychological environment-สุขภาวะทางจิตใจ
1. สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
1.1 มีห้องสำหรับการเรียนการสอนได้แก่ห้องเรียนมีความสะดวกสบายมีอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนครบถ้วน ห้องปฏิบัตงานอาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ มีอาคารปฏิบัติการพยาบาลครบทุกสาขา พร้อมหุ่นฝึกปฏิบัติการพยาบาลและอุปกรณ์ในการปฏิบัติการพยาบาลสำหรับฝึกทักษะปฏิบัติการพยาบาลทุกสาขาวิชาพร้อมสื่อวีดีทัศน์และหุ่นจำลองอวัยวะต่าง ๆ และมีห้องปฏิบัติการพยาบาลเสมือนจริง สภาพบรรยากาศภายในห้องมีเครื่องปรับอากาศ มีผ้าม่านกรองแสง ทำให้ห้องเรียนมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน มีสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย (7.7-1)
1.2 มีสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้บริเวณที่ตั้งของอาคารเรียนมีความสวยงามมีการจัดสิ่งแวดล้อม ๆ อาคารให้มีความร่มรื่นจัดสถานที่พักผ่อนรอบ ๆ อาคาร อาทิ มีอาคารห้องสมุด มีศาลานั่งพักผ่อน และทำกิจกรรมกลุ่ม, มีอุปกรณ์ที่สร้างความเพลิดเพลินเช่นมีเครื่องเล่นทางน้ำเครื่องออกกำลังกายอุปกรณ์ฝึกเดินสำหรับผู้สูงวัยหรือมีปัญหาในการเดินมีการจัดตกแต่งอาคารสถานที่ปลูกสร้างให้มีความแข็งแรงและมีความปลอดภัย มีระบบการทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกอาคาร มีการจัดสวนหน้าอาคารเรียนและปลูกต้นไม้รอบ ๆ อาคาร (7.7-2)
1.3 มีหอพักที่สะอาด ปลอดภัย ห้องอาหารสวัสดิการร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ห้องพยาบาล มีการจัดสถานที่ให้มีสภาพแวดล้อมสวยงาม มีระบบสาธารณูปโภคภายใน และภายนอกอาคาร (7.7-3)
1.4 มีห้องสโมสรนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาสโมสรนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ในการเป็น ศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ข้อมูลและทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้กับนักศึกษาทุกระดับชั้นปี (7.7-4)
2. สภาพแวดล้อมทางสังคม
บรรยากาศการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ การส่งเสริมความร่วมมือ มีการสนับสนุนกิจกรรมกลุ่ม การทำงานร่วมกันในโครงการวิจัยและกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์การเคารพความหลากหลายเปิดกว้างและให้เกียรติความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และมุมมอง
2.1 มีพื้นที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม เช่น มีห้องละหมาด สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ห้องสวดภาวนา สำหรับศาสนาคริสต์และพื้นที่จัดสัมมนาเพียงพอ การจัดระบบวางแผนพัฒนางานที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของบุคลากร เช่น โครงการ 5ส. สร้างสุขคณะพยาบาลและส่งเสริมการลดปริมาณขยะ, โครงการพัฒนาความความสัมพันธ์ของบุคลากรเพื่อการพัฒนางานสู่ความสำเร็จ
2.2 มีมาตรการ การดูแลเอาใจใส่เกี่ยวกับความปลอดภัย มีการใช้มาตรการความปลอดภัย
สวมหมวกนิรภัยในการขับขี่จักรยานยนต์ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง มีการจัดระบบการจราจรการเดินรถและสถานที่จอดรถให้เป็นระเบียบ (7.7-5)
3. สภาพแวดล้อมทางจิตใจ
การสนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์ เช่น การให้คำปรึกษาโดยอาจารย์ที่ปรึกษาการมีระบบดูแลนักศึกษาที่มีปัญหาการสร้างแรงจูงใจโดยการให้โอกาสพัฒนาตนเองทุนการศึกษาหรือการยกย่องเชิดชูความสำเร็จบรรยากาศที่ลดความเครียด ไม่เน้นการแข่งขันเกินไป ส่งเสริมการเรียนรู้ที่สมดุลและยืดหยุ่น มีวัฒนกรรมองค์กร เคารพต่อผู้อาวุโส สร้างบรรยากาศที่มีการเกื้อกูล เช่น ระบบ Coaching ระบบอาจารย์ให้คำปรึกษา อาจารย์แม่ประจำบ้าน มีบรรยากาศน่าอยู่ มีกิจกรรมท่ส่งเสริมอาจารย์ต่อนักศึกษา (7.7-6 – 7)
4. สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัย
เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สถาบันจัดให้มีสภาพแวดล้อมและทรัพยากรทางกายภาพที่เอื้อต่อการดำเนินงานด้านการวิจัย การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมของอาจารย์และนักศึกษา โดยมีรายละเอียดดังนี้
4.1 พื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Space) จัดให้มีพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน
การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการระดมสมอง ได้แก่ บริเวณอาคารริมสระบัว พื้นที่ภายในอาคารและพื้นที่อาคารห้องอาหาร เพื่อสนับสนุนการทำงานแบบสหวิชาชีพและการพัฒนาแนวคิดเชิงนวัตกรรม
4.2 พื้นที่เงียบและปลอดสิ่งรบกวนสำหรับการคิดวิเคราะห์ (Quiet Space) มีพื้นที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาค้นคว้า การคิดวิเคราะห์ และการทำงานวิจัยที่ต้องการสมาธิ โดยใช้พื้นที่ภายในห้องสมุด ซึ่งเอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองและการพัฒนางานวิชาการ
4.3 พื้นที่สนับสนุนการนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัย/นวัตกรรมจัดให้มีพื้นที่สำหรับการ
นำเสนอ เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านงานวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ห้องประชุมโจเซฟมาเรีย และอาคารเซนต์แมรี่ ซึ่งรองรับกิจกรรมทางวิชาการ การประชุม และการแสดงผลงานวิจัย (7.7-8)
5. ห้องประชุมวิชาการขนาดย่อม
มีห้องประชุมสำหรับการประชุมวิชาการขนาดเล็ก รองรับผู้เข้าร่วมประมาณ 12–15 คน ได้แก่ ห้องประชุมในอาคาร LRC และห้อง Smart Classroom ซึ่งสนับสนุนกิจกรรมการประชุมกลุ่มย่อย (7.7-9)
6. โครงการอบรม/กิจกรรม หรือศึกษาดูงาน (7.7-10)
7. ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาของอาจารย์คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.99 และนักศึกษามีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 (7.7-11)
ข้อเสนอแนะจากนักศึกษาและอาจารย์มีการวางแผนเพื่อพัฒนาดังนี้
1. การยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการศึกษา (Education)
เป้าหมาย: สนับสนุนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริม Active Learning
แนวทางพัฒนา
– พัฒนาห้องเรียนแบบยืดหยุ่น (Flexible Learning Spaces) รองรับการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและการทำงานกลุ่ม
– ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล ระบบออนไลน์ และการเข้าถึง Wi-Fi อย่างทั่วถึง
– จัดพื้นที่เรียนรู้ที่เงียบสงบ มี Co-working Space และพื้นที่สีเขียวเอื้อต่อสมาธิและการเรียนรู้
2. การยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการวิจัย (Research)
เป้าหมาย: ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
แนวทางพัฒนา
– พัฒนาพื้นที่วิจัยและทรัพยากรสนับสนุนให้เพียงพอและเหมาะสม
– จัดพื้นที่ทำงานร่วมกันและพื้นที่เงียบสำหรับการคิดวิเคราะห์และพัฒนาผลงานวิชาการ
– สนับสนุนพื้นที่นำเสนอ เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนผลงานวิจัยและนวัตกรรม
3. การยกระดับสภาพแวดล้อมด้านคุณภาพชีวิต (Personal Wellbeing)
เป้าหมาย: ส่งเสริมสุขภาวะกาย–ใจและคุณภาพชีวิตที่สมดุล
แนวทางพัฒนา
– จัดพื้นที่พักผ่อน มุมสงบ พื้นที่สีเขียว และ Wellness Space เพื่อลดความเครียด
– สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น ออกกำลังกายและกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะ
– จัดบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกาย–ใจ พร้อมส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่แออัด และมีอาหารสุขภาพ
4. โครงการอบรม/กิจกรรม หรือศึกษาดูงาน
Evidence
7.8 The competences of the support staff rendering services related to facilities are shown to be identified and evaluated to ensure that their skills remain relevant to stakeholder needs.
Operational Result
มีการกำหนดสมรรถนะของบุคคลากรสายสนับสนุนไว้ในแผนบริหารและพัฒนาบุคลากร พ.ศ. 2564-2568 ให้มีความรู้ความสามารถที่ตรงกับสมรรถนะของบุคคลากรสายสนับสนุนที่ช่วยในงานสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างหลักต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและดำรงสภาพของอาคารสถานที่ให้ปลอดภัยและครบถ้วนและมีเพียงพอต่อการให้บริการควบคุมกำกับการทำงาน โดยหัวหน้าสำนักคณบดี สมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนในการให้บริการเกี่ยวกับงานด้านต่าง ๆ
ได้แก่
1) งานจัดการทั่วไป (งานเจ้าหน้าที่ธุรการ สารบรรณ การเงิน พัสดุ บุคลากร)
2) งานสนับสนุนวิชาการ
3) งานสนับสนุนการพัฒนานักศึกษาและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
4) งานสนับสนุน งานบริการวิชาการ แก่สังคม และโครงการผู้ช่วยพยาบาล
5) งานห้องปฏิบัติการพยาบาล
6) งานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
7) งานสารสนเทศและโสตทัศนูปกรณ์
8) งานสนับสนุนแผนและประกันคุณภาพการศึกษา
ปีการศึกษา 2568 คณะพยาบาลศาสตร์ได้กำหนดเกณฑ์ (7.8-1) และแบบประเมินสมรรถนะของบุคลากรสายสนับสนุน (7.8-2) โดยหัวหน้าสำนักงานคณบดีและคณบดีเป็นผู้ประเมินสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนนอกจากนี้บุคลากรสายสนับสนุนได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยอาจารย์และนักศึกษาปีการศึกษา 2568 และผลการประเมินความพึงพอในการปฏิบัติงานบุคลากรสายสนับสนุนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.66 (7.8-3)
มีการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน (IDP) ทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพทุกคน ในปีการศึกษา 2568 บุคลากรสายสนับสนุนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานมากกว่า 10 ชั่วโมง/คน/ปีการศึกษา (16-18 ชั่วโมง/คน) คิดเป็นร้อยละ 100 (7.8-4)
มีระบบการยกย่องและเชิดชูบุคลากรสายสนับสนุน โดยมีการกำหนดคุณสมบัติและเกณฑ์การพิจารณาบุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น มีคณะกรรมการคัดเลือกและพิจารณาตัดสินผลการคัดเลือกมอบเกียรติบัตรและรางวัลในงานวันสำคัญ
ปีการศึกษา 2568 มีบุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 8 คน ไม่เพียงพอในการปฏิบัติงานให้สอดคล้อง กับแผนอัตรากำลังคณะพยาบาลศาสตร์ คณะกรรมการบริหารคณะจึงได้ประชุมร่วมกันจัดทำแผนอัตรากำลังให้สอดคล้องกับแผนของคณะฯ จากนั้นประกาศรับสมัครทางเว็ปไซต์มหาวิทยาลัย และทำการสัมภาษณ์ผ่านเกณฑ์ และได้รับบุคลากรสายสนับสนุนเพิ่มขึ้น 3 คน รวมเป็น 11 คน (7.8-5) โดยมอบหมายงานดังนี้
1. จัดการทั่วไป (งานเจ้าหน้าที่ธุรการ สารบรรณ การเงิน ) จำนวน 1 คน
2. งานสนับสนุนงานวิชาการจำนวน 1 คน
3. งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาและงานแผนปฏิบัติการของคณะจำนวน 1 คน
4. การพัฒนานักศึกษาและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จำนวน 1 คน
5. งานสนับสนุนงานบริการวิชาการแก่สังคมและงานพัฒนาวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 1 คน
6. งานโครงการผู้ช่วยพยาบาลและงานดูแลโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 1 คน
7. งานปฏิบัติการพยาบาลจำนวน 3 คน
8. งานอาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 คน
9. งานสารสนเทศและโสตทัศนูปกรณ์ และงานสนับสนุนแผน และประกันคุณภาพการศึกษา จำนวน 1 คน
10. แม่บ้าน 3 คน
ซึ่งยังไม่เพียงพอกับการปฏิบัติงานสนับสนุนตามที่กำหนดจึงมีการวางแผนอัตรากำลังบุคลากรสายสนับสนุน ให้เพิ่มขึ้นในการปฏิบัติงานตอบสนองความต้องการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ตามจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้น ในปีการศึกษา 2569 มีการกำหนดระดับสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุน ด้านอาคาร สถานที่ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ด้านห้องปฏิบัติการ ด้านสารสนเทศ ด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (7.8-6)
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.8-1 | เกณฑ์สมรรถนะทุกตำแหน่ง |
| 7.8-2 | แบบประเมินสมรรถนะ |
| 7.8-3 | รายงานการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้ทรัพยากรการศึกษาของอาจารย์และนักศึกษา ปีการศึกษา 2568 |
| 7.8-4 | แผนบริหารและพัฒนาบุคลากร พ.ศ. 2564-2568 |
| 7.8-5 | รายชื่อบุคลากรสายสนับสนุน |
| 7.8-6 | คู่มือสรรถนะ |
7.9 The quality of the facilities (library, laboratory, IT, and student services) are shown to be subjected to evaluation and enhancement.
Operational Result
มีประเมินคุณภาพการศึกษา การจัดสิ่งอำนวยความสะดวดต่าง ๆ และนำผลการประเมินมาปรับปรุงแก้ไขต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ/คุณภาพการบริการ ในปีการศึกษา 2568 คณะพยาบาลศาสตร์มีการนำผลการประเมินในปีการศึกษา 2567 มาปรับปรุงพัฒนาและมีการนำข้อเสนอแนะจากการประเมินมาใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำแผนเพื่อพัฒนาทรัพยากรการศึกษา (7.9-1)
1. รายงานผลสำรวจความต้องการใช้ทรัพยากรการศึกษา (7.9-2)
1.1 จัดซื้อหุ่นทดแทนหุ่นที่ชำรุด
1.2 มีการพัฒนาห้องฝึกปฏิบัติการพยาบาล 5 สาขาการพยาบาลให้มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ
1.3 จัดซื้อหุ่น Simulation Mom and Sim child และพัฒนาห้องฝึกปฏิบัติสถานการณ์จำลอง
1.4 การพัฒนาปรับปรุงปรุงจุดเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต/และเพิ่มตัวกระจายสัญญาณ Wirelessในคณะฯ และมหาวิทยาลัย
1.5 มีการประเมินความต้องการการใช้ทรัพยากรทางการศึกษา เช่น หนังสือ และอุปกรณ์ทางการศึกษาและการฝึกปฏิบัติ รวมทั้งสื่อโสตทัศนูปกรณ์ประจำห้องเรียน ผ่านอาจารย์ผู้สอน อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา
2. จัดทำแผนการจัดซื้อทรัพยากรทางการศึกษา และให้อาจารย์มีส่วนร่วมในการวางแผนความต้องกาทรัพยากรนำผลมาจัดทำแผนการจัดซื้อทรัพยากรการศึกษา (7.9-3)
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของอาจารย์และนักศึกษาต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ พบว่า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.85 และ 3.56 จากคะแนนเต็ม 5 ตามลำดับ (7.9-4)
ยกระดับวิธีการประเมินคุณภาพบริการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
1. การเก็บข้อมูลจากผู้ใช้บริการ
- แบบสอบถามความพึงพอใจ: แจกจ่ายให้กับนักศึกษา อาจารย์ และผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม
- สัมภาษณ์/สนทนากลุ่ม (Focus Group): เพื่อเจาะลึกปัญหาและความต้องการประเมินจากการประชุม สัมนา
- แบบฟอร์มข้อเสนอแนะ: เปิดรับตลอดปีผ่านช่องทางออนไลน์หรือกล่องรับความคิดเห็น
การสังเกตการณ์และบันทึกเหตุการณ์: ตรวจสอบสภาพการใช้งานจริง เช่น พื้นที่ ห้องเรียน สื่อการสอน การวิเคราะห์เชิงสถิติ:
- จำนวนผู้ใช้บริการต่อวัน/เดือน/ภาคการศึกษา
- จำนวนการเข้าใช้ระบบ LMS(Learning Management System)
- เวลาให้บริการเฉลี่ย
- อัตราการให้บริการตรงเวลา
Evidence
Self-Assessment
| Requirements | Result | Score |
| 7.1 The physical resources to deliver the curriculum, including equipment, material, and information technology, are shown to be sufficient. | / | 1 |
| 7.9 The quality of the facilities are shown to be subjected to evaluation and enhancement. | / | |
| 7.2 The laboratories and equipment are shown to be up-to-date, readily available, and effectively deployed. | / | 1 |
| 7.3 A digital library is shown to be set-up, in keeping with progress in information and communication technology. | / | |
| 7.4 The information technology systems are shown to be set up to meet the needs of staff and students. | / | 1 |
| 7.5 The university is shown to provide a highly accessible computer and network infrastructure that enables the campus community to fully exploit information technology for teaching, research, service, and administration. | / | |
| 7.6 The environmental, health, and safety standards and access for people with special needs are shown to be defined and implemented. | / | 1 |
| 7.7 The university is shown to provide a physical, social, and psychological environment that is conducive for education, research, and personal wellbeing. | / | |
| 7.8 The competences of the support staff rendering services related to facilities are shown to be identified and evaluated to ensure that their skills remain relevant to stakeholder needs. | / | 1 |
| Overall | 5 | |