Section 4 Performance Results Based on Quality Criteria (Criterion 8 – Output and Outcomes)

Criterion 8 – Output and Outcomes

Criterion

Requirements

Quality level assessment

Result

8.1 The pass rate, dropout rate, and average time to graduate are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement.

Operational Result

           ปีการศึกษา 2568 หลักสูตรโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรกำหนด ค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดผลลัพธ์ของหลักสูตร คือ 1) อัตราการลาออกกลางคันน้อยกว่าร้อยละ 10 2) อัตราคงอยู่ของนักศึกษาแรกเข้าร้อยละ 95 และ 3) อัตราการสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลา 4 ปี ร้อยละ 95 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยนักวิชาการศึกษา สำนักงานคณบดี ทุกภาคการศึกษาเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา

การกำกับติดตามให้ตัวชี้วัดบรรลุตามเป้าหมาย โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตร มีการดำเนินการดังนี้

           1. วิเคราะห์หาสาเหตุของการลาออกกลางคัน โดยพบว่าจำนวนการลาออก ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ ปี 2  ซึ่งสาเหตุมาจากนักศึกษาต้องการไปศึกษาในสาขาอื่น ปัญหาเรื่องการปรับตัวกับเพื่อน และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ปัญหาพฤติกรรมการไม่เข้าเรียน และปัญหาด้านสุขภาพจิต มีภาวะเครียดจากการเรียนและ  มีภาวะซึมเศร้า ซึ่งมีประวัติได้รับการรักษามาตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนที่คณะวิชา

           2. จัดชั่วโมงพบอาจารย์ประจำชั้น และอาจารย์ที่ปรึกษาทุกสัปดาห์ ในตารางเรียนทุกชั้นปี โดยนักศึกษาสามารถขอรับคำปรึกษาผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่นทางไลน์ โทรศัพท์ เป็นต้น

           3. กรณีนักศึกษามีปัญหาทั้งด้านการเรียน อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและทีมผู้สอน ดำเนินการเรียกพบนักศึกษา หาสาเหตุ และดำเนินการให้ความช่วยเหลือ แนะนำในการปรับปรุงแก้ไข

           4. กรณีที่นักศึกษามีปัญหาด้านพฤติกรรมการเรียน เช่น ไม่เข้าเรียน อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและทีมผู้สอน ดำเนินการ ตักเตือนนักศึกษาเป็นระยะ และให้นักศึกษาเซ็นรับทราบถึงผลกระทบของการเข้าไม่ได้ตามเกณฑ์เวลาที่กำหนด 

            5. จัดกิจกรรมการเตรียมความพร้อมก่อนเรียน การปฐมนิเทศนักศึกษาในชั้นปีที่ 1 กิจกรรมเสริมหลักสูตรพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา (Learning How to learn)

           มีการกำกับติดตามผลการดำเนินการตามตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง 4 ปีการศึกษา (2565-2568) ดังตารางที่ 39

ตารางที่ 39 อัตราการคงอยู่ อัตราการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาตามระยะเวลา อัตราการลาออกกลางคัน ค่าเฉลี่ยระยะเวลาการสำเร็จการศึกษา (5 ปี ย้อนหลัง)

ปีการศึกษาที่รับเข้าจำนวนนักศึกษา
(รับเข้า)
จำนวน และ ร้อยละของการคงอยู่จำนวน และ ร้อยละของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาค่าเฉลี่ยระยะเวลาการสำเร็จการศึกษา (ปี)ปีที่ลาออก (คน/อัตราการลาออกจำนวนร้อยละ การออกกลางคัน
(รหัส นศ.)256425652566256725682569ปี 1ปี 2ปี 3ปี 4 
2561100 (18)97 97.00(18) 93 95.87(18) 4 4.04 ปี  213 คน
(3.00)
256290 (19)86 95.55(19) 85 98.83(19)1 4.01 ปี  11114 คน
(4.44)
2563110 (20)102 92.72(20) 96 94.12(20)5(20)1  4.11 ปี  538 คน
(7.27)
2564110 (21)104 94.54(21) 103 99.03(21)1   4.01 ปี  426 คน
(5.45)
2565117 (22)112 95.73(22) 109 97.32(22) 34.02 ปี  415 คน
(4.27)

           จากตารางที่ 39 หลักสูตรได้ดำเนินการวิเคราะห์ผลการดำเนินการงาน ในปีการศึกษา 2568 (8.1-1) พบว่า

           1. อัตราการลาออกกลางคัน รวม 4 ชั้นปีร้อยละ 4.27 ซึ่ง บรรลุเป้าหมาย (ค่าเป้าหมาย<ร้อยละ 10)    เมื่อพิจารณาแนวโน้ม พบว่ามีอัตราการลาออกมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับปี 2566 และ 2567 (ร้อยละ 7.27 และ 5.45 ตามลำดับ) เมื่อพิจารณาการลาออกกลางคัน พบว่า การลาออกในช่วงชั้นปี 1 และปี 2 ค่อนข้างสูงวิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุพบว่านักศึกษามีปัญหาด้านพฤติกรรมการเรียน ปัญหาด้านความเครียดจากการเรียน ปัญหาสุขภาพจิต และปัญหาด้านเศรษฐกิจ 

           2. อัตราคงอยู่ของนักศึกษาแรกเข้าร้อยละ 95.73 บรรลุเป้าหมาย (เป้าหมาย ร้อยละ 95) เมื่อพิจารณาแนวโน้ม พบว่า อัตราการคงอยู่ของนักศึกษาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2566 และ 2567 (ร้อยละ 92.72 และ 94.54 ตามลำดับ)

           3. อัตราการสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลา 4 ปี ร้อยละ 97.32  บรรลุเป้าหมาย (เป้าหมาย ร้อยละ 95) เมื่อพิจารณาแนวโน้ม พบว่า อัตราการสำเร็จการศึกษาไม่คงที่ เมื่อเทียบกับปี 2566 และ 2567 (ร้อยละ 94.12 และ 99.03 ตามลำดับ)

มีการนำข้อมูลผลการวิเคราะห์มาใช้ประโยชน์โดยวางแผนในการดำเนินการในปีการศึกษา 2569 ดังนี้

           1. พัฒนาระบบการเฝ้าระวังและการช่วยเหลือนักศึกษา ที่มีความเสี่ยงในการลาออกกลางคัน และการไม่สำเร็จตามระยะเวลาของหลักสูตร จากพฤติกรรมการเรียนในระดับรายวิชา เช่น พฤติกรรมการเรียน สุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเครียดโดยทีมอาจารย์ประจำชั้น อาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา อาจารย์     ที่ปรึกษา

          2. พัฒนาระบบการให้คำปรึกษาแบบเชิงรุกและเป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้น

           3. ให้ข้อมูลป้อนกลับ กับทางมหาวิทยาลัย ถึงปัจจัยและสาเหตุการลาออก ที่มาจากปัญหาสุขภาพจิต ที่มีประวัติการรักษามาก่อนเข้าเรียน ในการนำไปพิจารณาในการรับนักศึกษาใหม่ต่อไป

           การเทียบเคียง หลักสูตรได้กำหนดประเด็นการเทียบเคียงในเรื่อง การลาออกกลางคัน โดยมีเป้าหมายหลังการเทียบเคียงอัตราการลาออกกลางคัน น้อยกว่าร้อยละ 5 มีการเสาะหาคู่เทียบจากรายงานประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2567 ซึ่งเผยแพร่ทางเวปไซด์ (www.pnc.ac.th) โดยมีผลการดำเนินการที่โดดเด่น คือ วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี โดยมีอัตราการลาออกกลางคันปีการศึกษา 2567 เท่ากับ 0.67 โดย 5 ปีการศึกษาอัตราการลาออกกลางคันอยู่ในช่วง 0.67-2.76 ส่วนใหญ่ลาออกในช่วงปีที่ 1-2 (8.1-2) สาเหตุการลาออกมาจากต้องการไปศึกษาสาขาอื่น ปัญหาด้านร่างกายและปัญหาด้านสุขภาพจิต จากภาวะซึมเศร้าซึ่งมีประวัติการรักษา   มาก่อนเข้าเรียน เมื่อเปรียบเทียบกับหลักสูตรของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา พบว่า ปีการศึกษา 2567 มีอัตราการลาออกกลางคันเท่ากับ 5.45 โดย 4 ปีการศึกษาย้อนหลัง (ปีการศึกษา 2563 – 2566) พบว่า อัตราการลาออกกลางคันอยู่ในช่วง 3.00- 7.27 ส่วนใหญ่ลาออกในช่วงปีที่ 1 และปี 2 วิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุพบว่านักศึกษา ต้องการศึกษาในสถาบันการศึกษาอื่น มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ปัญหาด้านความเครียดจากการเรียน และ ปัญหาด้านพฤติกรรมการเรียน

           มีการดำเนินการเทียบเคียงกระบวนการ โดยศึกษาจากรายงานการประเมินตนเอง วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ปีการศึกษา 2567 ซึ่งได้มีการเผยแพร่ไว้ในเวปไซด์ www.pnc.ac.th (8.1-3) มีดังนี้

           1. กระบวนการดูแลนักศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี มีการเตรียมความพร้อมก่อนรายงานตัวนักศึกษาใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านระบบ ZOOM ก่อนวันเปิดภาคการศึกษาเพื่อลดความวิตกกังวลของนักศึกษาใหม่ที่ต้องจากบ้านมาใช้ชีวิตในวิทยาลัย

           2. มีระบบอาจารย์ประจำชั้น อาจารย์ที่ปรึกษาประจำบ้าน มีชั่วโมงพบอาจารย์ที่ปรึกษามีช่องทางการติดต่อกับอาจารย์ทางไลน์ โทรศัพท์ และอาจารย์สามารถติดตามผลการเรียนของนักศึกษาในระบบ MIS  เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือนักศึกษา

           3. มีระบบช่วยเหลือนักศึกษาที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต และระบบการส่งต่อผ่านระบบฐานข้อมูล

           4. จัดกิจกรรมรู้เท่าทันสุขภาพจิตให้กับนักศึกษาใหม่

           5. คัดกรองสุขภาพจิตในนักศึกษาทุกชั้นปี 2 สัปดาห์ หลังเปิดภาคการศึกษาทุกภาคการศึกษา

           6. ประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นในนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ก่อนวันรายงานตัว

                      หลักสูตรโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรได้นำกระบวนการที่ได้จากการเทียบเคียง มาดำเนินการปรับปรุงกระบวนการดำเนินการในปีการศึกษา 2568 ดังนี้

           1. คณะกรรมการบริหารหลักสูตร ได้นำผลการวิเคราะห์มาวางแผนช่วยเหลือนักศึกษา ดังนี้ 1) แต่งตั้งอาจารย์ประจำชั้น และจัดกลุ่มอาจารย์ที่ปรึกษาประจำบ้าน ให้เร็วขึ้นตั้งแต่ต้นภาคการศึกษาที่ 1 เพื่อให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาทางวิชาการ/การใช้ชีวิตแก่นักศึกษาทุกคน 2) ดำเนินการคัดกรอง ค้นหาความเสี่ยง ด้านสุขภาพจิตของนักศึกษา อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช ในนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ผลการดำเนินการคัดกรองพบว่าจากการใช้แบบประเมินคัดกรองภาวะซึมเศร้า  วิตกกังวล และภาวะเครียด พบว่านักศึกษามีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรงถึงรุนแรงที่สุดรวม 19 คน คิดเป็นร้อยละ 9.50  ระดับความวิตกกังวลรุนแรงถึงรุนแรงที่สุดจำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 20.90 และระดับความเครียดรุนแรงถึงรุนแรงที่สุดจำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 13.50 กรณีที่นักศึกษาที่มีความเสี่ยงสูงด้านสุขภาพจิต ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหาเป็นรายกรณี ผลการให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือพบว่า นักศึกษามีการปรับตัวต่อสภาวะซึมเศร้า กังวลและความเครียด มีการประชุมกลุ่มเพื่อให้ข้อมูลด้านความเป็นอยู่และการปรับตัวโดยอาจารย์ภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช นักศึกษามีความเข้าใจในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหม่ การอยู่กับเพื่อน และ การขอรับคำปรึกษาจากอาจารย์ ส่วนนักศึกษาชั้นปีอื่นๆ กรณีที่ปัญหาอาจารย์ที่เกี่ยวข้องจะส่งต่อให้กับทีมอาจารย์ภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ทำการประเมินและให้ความช่วยต่อไป และมีการยกระดับการดำเนินการการดูแลสุขภาพจิตของนักศึกษา ดังนี้

                      1. จัดทำคู่มือการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตให้กับอาจารย์ของคณะพยาบาลศาสตร์ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและการส่งต่อนักศึกษาที่ปัญหาด้านสุขภาพจิต

                      2. มีการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับภาวะเครียด ภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าเรื่องการพัฒนาโปรแกรมการจัดการความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาลที่ขึ้นฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย      ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการใช้โปรแกรม คะแนนความเครียดลดลง จาก 8.56 เป็น 2.76 ความวิตกกังวลลดลงจาก 7.61 เป็น  2.51 และภาวะซึมเศร้าลดลงจาก 7.04 เป็น 2.29 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และมีความพึงพอใจต่อการใช้โปรแกรมในระดับมากถึงมากที่สุด ได้นำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ในการดูแลนักศึกษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง (8.1-4)

                      3. จัดทำนวัตกรรม Application Chatbot Happy rise (การประเมินภาวะเครียด และซึมเศร้าด้วยตนเอง และส่งเสริมกิจกรรมลดความเครียด) นักศึกษาที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือลงทะเบียนกรอกข้อมูลประเมินตนเองด้านความเครียด และภาวะซึมเศร้า เมื่อได้ผลสามารถคุยตอบโต้กับข้อความอัตโนมัติ และยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด เช่น ระบายความรู้สึก เข้าร่วมกิจกรรมผ่อนคลาย เช่นการหายใจคลายเครียด ผลการดำเนินการพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในช่วงคะแนน 4.00-4.57 จาก 5 คะแนน หรือ ร้อยละ 80.00-91.43 แสดงถึงประสิทธิภาพของ Chatbot ในการตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพจิต (8.1-5)

                      4. พัฒนานวัตกรรมการประเมินความเครียดในการขึ้นฝึกปฏิบัติงาน โดยมีอาจารย์ภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชเป็นผู้ให้คำปรึกษาใน application ผลพบว่านักศึกษาเข้ามาใช้งานเพื่อผ่อนคลายความเครียดจำนวน 36 คน โดยการใช้คุยกับระบบ Auto chat ยังไม่มีนักศึกษาที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ที่จะมาขอรับคำปรึกษากับอาจารย์ (8.1-6)

                      5. เพิ่มอัตราส่วนของอาจารย์ประจำชั้นต่อจำนวนนักศึกษา จาก 1:100 เป็น 1 : 50 เพื่อให้สามารถดูแลให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาได้อย่างทั่วถึง (8.1-7)

หลักสูตรวางแผนดำเนินการในปีการศึกษา 2569 เพื่อลดอัตราการลาออกกลางคัน ดังนี้

           1. สัมภาษณ์นักศึกษาที่ลาออกทุกคนถึงปัญหาของการออกกลางคันเพื่อให้ได้สาเหตุที่แท้จริงเป็นรายบุคคล

           2. มีการประเมินและคัดกรองปัญหาสุขภาพจิต และภาวะเครียดของนักศึกษาทุกชั้นปี ในภาคการศึกษาที่ 1 เพื่อเฝ้าระวัง

           3. จัดทำระบบฐานข้อมูลของนักศึกษาเพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาได้ติดตามความก้าวหน้า และปัญหาของนักศึกษาและช่วยเหลือได้อย่างทันเหตุการณ์

           4. มีระบบและกลไกในการส่งต่ออาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพและสถานบริการเพื่อให้นักศึกษาได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ

           5. มีการประสานงานกับผู้ปกครองในการร่วมดูแลนักศึกษา

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
8.1-1ผลการกำกับติดตามผลลัพธ์หลักสูตร 1) อัตราการลาออกกลางคัน 2) อัตราคงอยู่ของนักศึกษา และ3) อัตราการสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลา 4 ปี  ตามเป้าหมายที่หลักสูตรกำหนด ปีการศึกษา 2568
8.1-2ผลการเทียบเคียง ประเด็นการลาออกกลางคัน กับคู่เทียบวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ปีการศึกษา 2568
8.1-3หน้า Web site: www.pnc.ac.th ของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี
8.1-4รายงานการวิจัยเรื่อง โปรแกรมการจัดการความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาลที่ขึ้นฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย      
8.1-5ภาพถ่ายนวัตกรรม Application Chatbot Happy rise
8.1-6ภาพถ่ายนวัตกรรมการประเมินความเครียดในการขึ้นฝึกปฏิบัติงาน
8.1-7คำสั่งแต่งตั้งอาจารย์ประจำชั้น คณะพยาบาลศาสตร์ ปีการศึกษา 2568

8.2 Employability as well as self-employment, entrepreneurship, and advancement to further studies, are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement.

Operational Result

           ปีการศึกษา 2568 หลักสูตร โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตร กำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายผลลัพธ์ของหลักสูตร คือ

           1. อัตราการการมีงานทำของบัณฑิตในสาขาวิชาชีพพยาบาล และหรือบัณฑิตได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระ และหรือการศึกษาต่อ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 กำหนดให้นักวิชาการศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบ จัดเก็บข้อมูล เมื่อบัณฑิตสำเร็จไปแล้วไม่น้อยว่า 6 เดือน โดยใช้แบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ (Google Form)

           2. ร้อยละของการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรก มากกว่าร้อยละ 60

           3. ร้อยละของการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลในปีแรก มากกว่าร้อยละ 80

คณะกรรมการบริหารหลักสูตร ได้มีการกำกับติดตามให้ตัวชี้วัด บรรลุตามเป้าหมาย ดังนี้

1. ตัวชี้วัดอัตราการมีงานทำของบัณฑิตในสาขาวิชาชีพพยาบาล และหรือบัณฑิตได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระ และหรือการศึกษาต่อ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 มีการดำเนินการ ดังนี้

           1.1 เสาะหาแหล่งทุนให้นักศึกษา ส่งผลให้เมื่อสำเร็จการศึกษาบัณฑิตได้งานทำทันทีจากแหล่งทุน

           1.2 จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศโดยเชิญหน่วยบริการทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้ข้อมูลและเสนอค่าตอบแทน สิทธิและประโยชน์ต่างๆ และเชิญศิษย์เก่ามาให้ข้อมูลเกี่ยวแหล่งงานและวิธีการเข้าถึงแหล่งงาน     ในประเทศ

           1.3 เชิญบริษัทจัดหางานสำหรับทำงานในต่างประเทศมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการไปทำงานในตลาดแรงงานต่างประเทศ

           1.4 จัดให้มีการเรียนการสอนในรายวิชาการประกอบธุรกิจด้านสุขภาพ (Entrepreneurship in Health Business) ฝึกเขียนแผนธุรกิจด้านสุขภาพ โดยเชิญนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในบทบาทของพยาบาลวิชาชีพมาบรรยายและสร้างแรงจูงใจเรื่องการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

2. ตัวชี้วัดร้อยละของการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในครั้งแรก และตัวชี้วัดร้อยละของสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลในปีแรก ให้บรรลุตามเป้าหมาย มีการดำเนินการ  ดังนี้

           2.1 ปรับรูปแบบการสอบทักษะการพยาบาลที่จำเป็นในรายวิชาหลักทางการพยาบาล  เช่น รายวิชาการพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น เป็นต้น

           2.2 ออกแบบวิธีการเรียนการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการคิด ไม่เน้นการท่องจำโดยใช้ กรณีศึกษา การใช้ปัญหาเป็นหลัก สถานการณ์จำลอง การสัมมนา เป็นต้น

           2.3 พัฒนาแบบประเมินที่เป็น Rubric score เพื่อสามารถใช้ประเมินการบรรลุ LLOs ได้อย่างแท้จริง

           2.4 ทบทวนความรู้ 8 รายวิชา ก่อนสำเร็จการศึกษา 8 สัปดาห์ และเชิญผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาทบทวนความรู้

           2.5 จัดกลุ่มนักศึกษาตามความสมัครใจ ในการเรียนรู้ร่วมกันภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม

           2.6 จัดกิจกรรม Edutainment ให้นักศึกษาได้ความรู้ และเกิดกระบวนการเรียนรู้

มีการกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด อย่างต่อเนื่อง 4 ปีการศึกษา ผลการกำกับติดตาม มีดังนี้

           1. ด้านการได้งานทำ พบว่า ร้อยละการได้งานทำ บรรลุตามเป้าหมาย ร้อยละ 100 ต่อเนื่อง 4 ปีการศึกษา โดยพบว่า บัณฑิตได้งานทำในสถานบริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ไม่พบบัณฑิตมีการศึกษาต่อ และประกอบธุรกิจส่วนตัว ดังตารางที่ 40

ตารางที่ 40 จำนวน ร้อยละ การมีงานทำของบัณฑิต ที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2564 – 2567 (4 ปี ย้อนหลัง)

สถานที่ปฏิบัติงานปีที่สำเร็จการศึกษา
2564256525662567
จำนวนร้อยละจำนวนร้อยละจำนวนร้อยละจำนวนร้อยละ
สถานบริการสุขภาพภาครัฐ7789.534359.723547.955259.09
สถานบริการสุขภาพภาคเอกชน910.472940.283852.053640.90
ธุรกิจส่วนตัว
อื่น ๆ
รวม86100721007310088100

ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล หลักสูตรได้พิจารณาในการนำไปใช้ประโยชน์ ดังนี้

                    1. วางแผนในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจำแนก ประเภทของสถานบริการสุขภาพภาครัฐและเอกชน ตลอดจนรายได้ที่ได้รับ ที่สะท้อนถึงความสามารถ/ศักยภาพการทำงานของบัณฑิตได้ ในการนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อตอบสนองความต้องการของแหล่งงานได้มากยิ่งขึ้น

                    2. วางแผนติดตาม Feedback ของผู้ใช้บัณฑิต ในสถานบริการสุขภาพที่บัณฑิตปฏิบัติงานอยู่

                    3. วางแผนติดตามความคิดเห็นของศิษย์เก่าต่อการได้งานทำในสถานบริการสุขภาพที่ปฏิบัติงานกับประเด็นความสามารถในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคการทำงาน

2. ด้านร้อยละของการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในครั้งแรกปีการศึกษา 2564-2568 (5 ปีย้อนหลัง) พบว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และร้อยละของสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในปีแรก พบว่าบรรลุตามเป้าหมายและมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังตารางที่ 41

ตารางที่ 41 ร้อยละ ผลการสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรกและในปีแรก ของบัณฑิตพยาบาลที่สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2564 – 2568 (5 ปี ย้อนหลัง)

ตัวชี้วัดเป้าหมาย (ร้อยละ)ผลการดำเนินงาน ปีการศึกษา
25642565256625672568
1.ร้อยละของบัณฑิตสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพได้ครั้งแรก  > 60
11.96

33.33

23.71

42.31
  52.88
1.ร้อยละของบัณฑิตสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพได้ในปีแรก  > 80  81.82  87.64
82.47

85.05
  NA

ทั้งนี้หลักสูตรได้วิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุ พบว่า

1. ปัจจัยด้านนักศึกษา

                      1.1 ด้านความรู้พื้นฐาน/ความสามารถทางวิชาการ พบว่าเกรดเฉลี่ย (GPA) ของนักศึกษาที่สอบผ่านในครั้งแรกมากกว่า 2.5 ขึ้นไป 

                      1.2 ทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งข้อสอบเน้นการตัดสินใจทางคลินิกมากกว่าการท่องจำ

                      1.3 ทักษะการอ่านและตีความข้อสอบของนักศึกษา

                      1.4 การบริหารเวลาในการสอบ

                      1.5 ความเครียดและความวิตกกังวล

                      1.6 แรงจูงใจและความมุ่งมั่นส่วนบุคคล

2. ปัจจัยด้านการเรียนการสอน มีข้อจำกัดในการจัดการชั้นเรียนเนื่องจากจำนวนนักศึกษามีจำนวนมาก 100-120 คน ต่อชั้นเรียน

3. ปัจจัยด้านเนื้อหาและโครงสร้างข้อสอบ ข้อสอบครอบคลุมหลายสาขา (เช่น การพยาบาลมารดาทารก การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น การพยาบาลอนามัยชุมชน กฎหมายทางวิชาชีพ) ซึ่งเน้นสถานการณ์ (scenario-based) มากกว่าท่องจำ และผลการสอบต้องผ่านทั้ง 8 รายวิชา

4. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม นักศึกษาพักอาศัยอยู่ภายนอกมหาวิทยาลัย ทำให้ขาดบรรยากาศการทบทวนความรู้กับเพื่อนนักศึกษา และเพื่อนช่วยเพื่อน

หลักสูตรนำผลการวิเคราะห์มาใช้ประโยชน์และวางแผนในการนำปรับปรุงในปีการศึกษา 2569 ดังนี้

                   1. การพัฒนาแรงจูงใจและสุขภาวะจิตใจให้กับนักศึกษาต่อการเรียน

                   2. สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ของสถาบัน

                   3. ทบทวนการบริหารจัดการหลักสูตรและคุณภาพการสอน

                   4. ทบทวนระบบการประเมินสมรรถนะและพัฒนาสมรรถนะด้านความเป็นครูมืออาชีพ  

           ปีการศึกษา2568 หลักสูตรได้กำหนดประเด็นการเทียบเคียง ในเรื่อง ผลการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพ โดยกำหนดเป้าหมายหลังเทียบเคียงให้ ร้อยละของสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรก เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 จากเดิมร้อยละ 42.93 มีการเสาะหาคู่เทียบที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น   จากการศึกษารายงานประเมินตนเองของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า ปีการศึกษา 2567 ซึ่งเผยแพร่ทางเวปไซด์ (www.pnc.ac.th)  โดยมีผลการดำเนินการที่โดดเด่น คือ วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี มีผลการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาลในครั้งแรก 3 ปีการศึกษา คือ ปีการศึกษา 2665-2567 (ร้อยละ 73.38 ,  ร้อยละ 71.01 และร้อยละ 87.33 ตามลำดับ) ดำเนินการเทียบเคียงกระบวนการจากการศึกษา รายงานการประเมินตนเอง พบว่า มีกระบวนการดังนี้ 1) มีการเตรียมความพร้อมก่อนสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพ 2) มีการแยกกลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำกว่า 2.50 และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด 3) จัดสอบเสมือนสภาการพยาบาล

           ปีการศึกษา 2568 หลักสูตรได้นำกระบวนการที่ได้จากการเทียบเคียงมาดำเนินการดังนี้

           1. จัดกลุ่มนักศึกษาตามความสมัครใจ ในการเรียนรู้ร่วมกันภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม กลุ่มละ 15 คน

           2. คัดเลือกอาจารย์ที่ปรึกษากลุ่มนักศึกษาที่เต็มใจ และพร้อมให้การช่วยแหลือนักศึกษา และเตรียมความพร้อม และทำความเข้าใจในการทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

           3. เพิ่มจำนวนครั้งของการจัดสอบเสมือนจริง จากเดิม 2 ครั้ง เป็น 4 ครั้ง และแยกสอบครั้งละ
           4 วิชาเพื่อให้นักศึกษามั่นใจและลดความตื่นเต้นเมื่อไปสอบสนามจริง 

           4. แสวงหาผู้ทรงคุณวุฒิในทุกสาขาวิชามาทบทวนความรู้ก่อนสอบ

           5. เชิญรุ่นพี่ที่ผ่านการสอบ 8 รายวิชาในครั้งแรกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจ

           6. อาจารย์ประจำชั้น และคณะกรรมการของชั้นปี มีระบบกำกับและติดตามการเข้าทบทวนความรู้ทำให้นักศึกษาขาดการเข้าทบทวนความรู้ในจำนวนที่น้อยมาก

           มีการติดตามผลหลังจากนำแนวปฏิบัติที่ได้จากการเทียบเคียงมาปฏิบัติ พบว่า ผลการสอบขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพ 8 รายวิชาในครั้งแรก เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 52.88 เมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2566 และ 2567 ที่สอบผ่าน 8 รายวิชาในครั้งแรก ร้อยละ 23.71 และ 42.31 ตามลำดับ

          ในปีการศึกษา 2569 หลักสูตรวางแผนดำเนินการคือ การแยกกลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำ  และพฤติกรรมการเรียนไม่ดี และมีแรงจูงใจและความมุ่งมั่นต่ำมาดูแลอย่างใกล้ชิด กำกับติดตามและวางแผนในการทบทวนความรู้ผ่านระบบอาจารย์ที่ปรึกษา และกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน บูรณาการและสอดแทรกกระบวนการคิดวิเคราะห์ และหัวข้อการออกข้อสอบตาม Test blue print ของสภาการพยาบาล มาเป็นจุดเน้นในขณะฝึกปฏิบัติการพยาบาลให้มากขึ้น

ID_EvidenceName_Evidence
8.2-1รายงานสรุปผลการกำกับติดตามผลลัพธ์หลักสูตร 1) ร้อยละการได้งานทำ 2) ร้อยละการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพได้ครั้งแรก และในปีแรก ตามเป้าหมายที่หลักสูตรกำหนด ปีการศึกษา 2568
8.2-2รายงานสรุปผลการเทียบเคียงประเด็นการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพการพยาบาล กับคู่เทียบวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ปีการศึกษา 2568

8.3 Research and creative work output and activities carried out by the academic staff and students, are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement.

Operational Result

           ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรได้กำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายผลลัพธ์ของหลักสูตรด้านการวิจัย นวัตกรรมของอาจารย์ และผลงานวิจัย นวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา ดังตารางที่ 42-43

ตารางที่ 42 ตัวชี้วัดด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย ปีการศึกษา 2568ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเวลาที่เก็บ
1.ร้อยละของผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ (TCI1) (TCI2) /ระดับนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำ35-รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
2.จำนวนผลงานวิจัยได้รับการ ตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำ1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
3.จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรมที่มีการนำไปใช้ประโยชน์  1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
4.จำนวนผลงานวิจัย/ผลงานวิชาการได้รับอ้างอิง (Citation)2รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
5.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์/จดอนุสิทธิบัตร1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569

ตารางที่ 43 ตัวชี้วัดด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย ปีการศึกษา2568ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเวลาที่เก็บ
1.จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
2.จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติ1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
3.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจด อนุสิทธิบัตร1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
4.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
5.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับชาติ1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569
6.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ1รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
– คณะกรรมการวิจัย
1 มิ.ย.2568 – 31 พ.ค.2569

          รองคณบดีฝ่ายวิชาการ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ และคณะกรรมการบริหารหลักสูตร    ได้มีการกำกับติดตามให้ตัวชี้วัดดังกล่าวบรรลุตามเป้าหมาย

ด้านการวิจัย/นวัตกรรมของอาจารย์ มีการดำเนินการ ดังนี้

          1. รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ประกาศและประชาสัมพันธ์นโยบาย ทิศทาง และประเด็นการผลิตผลงานวิจัย ผลงานวิชาการและนวัตกรรม ประจำปีการศึกษา 2568-2570

          2. รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ และคณะกรรมการวิจัยจัดทำและประชาสัมพันธ์ระเบียบวิธีปฏิบัติงาน (Procedure manual) เรื่องการผลิตผลงานวิจัย ผลงานวิชาการและนวัตกรรมครอบคลุมเรื่อง 1) การทบทวนและวางแผน 2) การผลิตผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรม 3) การตีพิมพ์และเผยแพร่ ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรม 4) การนำผลงานวิจัย ผลงานวิชาการและนวัตรรมไปใช้ประโยชน์ 5) การคุ้มครองสิทธิ์ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการและนวัตรรม 6) กำกับและติดตาม 7) ประเมินผลลัพธ์/ประเมินกระบวนการ 8) นำผลการประเมินมาปรับปรุง/พัฒนา9) จัดทำแนวปฏิบัติที่ดี และ 10) จัดเก็บเอกสารและข้อมูลให้แก่อาจารย์รับทราบเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานในหลากหลายช่องทาง 

          3.  จัดทำโครงการและดำเนินโครงการด้านวิจัยเพื่อส่งเสริมการผลิตผลงานวิจัย นวัตกรรมทางการพยาบาล และการจัดการเรียนการสอนในระดับชาติและนานาชาติ ตามแผนปฏิบัติงาน คณะพยาบาลศาสตร์ ปีการศึกษา 2568 ได้แก่ โครงการผลิตผลงานวิจัย/นวัตกรรมการพยาบาลที่ใช้ประโยชน์ในระดับชาติและระดับนานาชาติ

          4.  สนับสนุนทุนวิจัยให้อาจารย์ผลิตผลงานวิจัยให้แล้วเสร็จตามเวลา

          5.  สนับสนุนงบประมาณให้อาจารย์นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเวทีวิชาการ หรือตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ

          6.  ชื่นชม ยกย่อง อาจารย์ที่ได้รับรางวัลจากการนำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรม หรือตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ

          7.  สนับสนุนให้อาจารย์นำผลงานนวัตกรรม งานสร้างสรรค์แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ หรือจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

          8.  กำกับติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะ และเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา

ด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา มีการดำเนินการ  ดังนี้

          1.  กำหนดแผนการจัดการศึกษาให้นักศึกษาเรียนวิชาวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล ในชั้นปีที่ 3 ภาคฤดูร้อน ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย การนำผลการวิจัยมาใช้ในการพยาบาล และฝึกปฏิบัติการทำวิจัย แนวคิดเรื่องนวัตกรรม ขั้นตอนการผลิตนวัตกรรม และการประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรม

          2.  กำหนดให้นักศึกษาจัดทำนวัตกรรมทางการพยาบาลในรายวิชาทางการพยาบาลได้ เช่น รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลอนามัยชุมชน รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์ รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ และรายวิชาพืชสมุนไพร เป็นต้น

          3.  ให้อาจารย์และนักศึกษานำเสนอผลงานนวัตกรรม ที่ได้จากรายวิชานวัตกรรมและงานสร้างสรรค์ในปีการศึกษา 2567 ในเวทีวิชาการระดับนานาชาติ

          4.  สนับสนุนให้อาจารย์และนักศึกษานำผลงานนวัตกรรม งานสร้างสรรค์แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ หรือจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

          5.  ชื่นชม ยกย่อง อาจารย์และนักศึกษาที่ได้รับรางวัลจาการนำเสนอผลงานนวัตกรรมในเวทีระดับชาติ/ระดับนานาชาติ หรือผลลงานนวัตกรรมได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

          6.  กำกับติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามระบบและกลไกเป็นระยะและเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา

          จากการที่รองคณบดีฝ่ายวิชาการ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ และคณะกรรมการบริหารหลักสูตร กำกับติดตามผลการดำเนินงานด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์ ตามตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง 5 ปีการศึกษา (2564-2568) พบว่าในปีการศึกษา 2568 มีผลดำเนินงาน ดังนี้ 1. ร้อยละของผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ (TCI1) (TCI2) ต่อจำนวนอาจารย์ประจำ ในปีการศึกษา 2568 เท่ากับร้อยละ 12.11 ไม่บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในปีการศึกษา 2566-ปีการศึกษา 2567 ตามลำดับ 2. จำนวนผลงานวิจัยของอาจารย์ได้รับการตีพิมพ์ระดับนานาชาติ พบว่า     ยังไม่บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด 3. จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรมที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ พบว่า บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด โดยมี 3 ผลงาน ได้แก่ 1) นวัตกรรมน้องเซฟดูแลด้วยใจ ไหลไปไม่ย้อนกลับ (Save Chest Save Syphon) 2) หมอนหลอดลดแรงกดทับ และ 3) สื่อเรียนรู้คู่มือ และ CD คลิปออกกำลังกายไทเก๊ก สมาธิเคลื่อนไหว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากอาจารย์มีการผลิตผลงานนวัตกรรมทางสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง    4.จำนวนผลงานวิจัย/ผลงานวิชาการได้รับอ้างอิง (Citation) พบว่า ในปีการศึกษา 2568 จำนวนผลงานวิจัย/ผลงานวิชาการได้รับอ้างอิง (Citation) มีจำนวน 25 ผลงาน ได้รับการอ้างอิง จำนวน 33 ครั้ง บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด และ 5. จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์/จดอนุสิทธิบัตร พบว่าในปีการศึกษา 2568 ผลงานนวัตกรรมของอาจารย์ได้รับการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ จำนวน 8 ผลงาน ได้แก่ ) คู่มือไทเก๊ก สมาธิเคลื่อนไหว 2) คู่มือฝึกเจริญสติสำหรับนักศึกษาพยาบาลและบุคคลทั่วไปเพื่อเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์  3) CD ไทเก๊กสมาธิเคลื่อนไหว 4) เอกสารประกอบการสอน ภาควิชาศิลปะการพยาบาล(Art of Nursing)  5) แผ่นพับ ให้ความรู้และคำปรึกษาผู้ปกครองเด็กโรคปอดอักเสบ  6) สื่อ VDO เรื่องการคำนวณยา  7) คู่มือการจัดการความเสี่ยงและความปลอดภัยของผู้คลอดสำหรับนักศึกษาพยาบาล  และ 8) คู่มือกิจกรรมกลุ่มบำบัดความคิดและพฤติกรรมสำหรับผู้ติดสุราแนวทางการพยาบาลสุขภาพจิตแบบองค์รวม และได้ดำเนินการยื่นขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรในระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาไว้แล้ว จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ 1) เสื้อบอกตำแหน่งเพื่อเคาะปอดสำหรับผู้ป่วยที่มีเสมหะคั่งปอด 2) เครื่องนวดกระตุ้นการไหลของน้ำนมมารดาหลังคลอด 3) สูตรส่วนผสมผลิตภัณฑ์ลูกอมสมุนไพรมะกรูด-มะนาว 4) บันไดงูรู้ทันบุหรี่ไฟฟ้า  และ 5) อุปกรณ์เพื่อการบริหารปอดสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจ  บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีการศึกษาถัดไปเนื่องจากยังมีอาจารย์ จำนวน 3 คนที่กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นเตรียมความพร้อมของชิ้นงานและเอกสารสำหรับยื่นขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และเตรียมยื่นขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร รายละเอียดผลการดำเนินงาน (8.3-1) ดังตารางที่ 42

ตารางที่ 44 จำนวน ร้อยละผลงานวิจัยของอาจารย์ ปีการศึกษา 2564-2568 (5 ปี ย้อนหลัง)

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมายปีการศึกษา
25642565256625672568
1.ร้อยละของผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ (TCI1) (TCI2) /ระดับนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำ35.0029.52  เรื่อง TCI1= TCI2=   อ.ประจำ 42 คน  25.26 16 เรื่อง TCI1=5 TCI2=8 SCOPUS=3 อ.ประจำ 44.5 คน7.40 4 เรื่อง TCI1=2 TCI2=2   อ.ประจำ 41 คน  11.79 8 เรื่อง TCI1=4 TCI2=4   อ.ประจำ 47.5 คน  12.11 10 เรื่อง TCI1=3 TCI2=7   อ.ประจำ 54.5  คน
2.จำนวนผลงานวิจัยได้รับการ ตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำ13
3.จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรมที่ มีการนำไปใช้ประโยชน์1NANANANA3
4.จำนวนผลงานวิจัย/ผลงานวิชาการได้รับอ้างอิง (citation)2NANANANA25
5.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์/จดอนุสิทธิบัตร1  NANANANAลิขสิทธิ์ 8 ผลงาน อนุสิทธิบัตร 5 ผลงาน (ยื่น submit ในระบบ)

          จากตารางที่ 44 ผลการดำเนินงานของตัวชี้วัดร้อยละของผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ (TCI1) (TCI2) /ระดับนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำ และจำนวนผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์  โดยวิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุพบว่า นักศึกษาแต่ละชั้นปีมีจำนวนมาก ทำให้อาจารย์มีภาระงานสอนค่อนข้างมากจึงไม่มีเวลาที่จะผลิตผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรม และได้นำข้อมูลผลการวิเคราะห์มาใช้ประโยชน์ ดังนี้

          1.  ผู้บริหารคณะพยาบาลศาสตร์ประกาศนโยบายการวิจัยให้แต่ละภาควิชาบูรณาการงานวิจัยกับพันธกิจการเรียนการสอน การบริการวิชาการหรือการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ได้แก่ ภาควิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ภาควิชาการพยาบาลอนมัยชุมชน ภาควิชาการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์  ภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช  และภาควิชาพื้นฐานและพัฒนาวิชาชีพ

          2.  รองคณบดีฝ่ายวิชาการ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ และคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวางแผนร่วมกันในการจัดสรรเวลาให้อาจารย์ผลิตผลงานวิจัย ผลงานวิชาการและนวัตรรม โดยไม่ติดภารกิจการสอนและการนิเทศ ให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดและตีพิมพ์ เผยแพร่ในเวทีวิชาการ วารสารในระดับชาติและระดับนานาชาติ

          3.  จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนานวัตกรรมและงานสร้างสรรค์สู่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตร) มีการเชิญวิทยากรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญามาให้ความรู้แก่อาจารย์และเตรียมผลงานนวัตกรรม งานสร้างสรรค์ เพื่อยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร 2 ระยะ โดยระยะ  1 วันที่ 21-22 กรกฎาคม 2568 และระยะ 2 วันที่ 19-20 มีนาคม 2569

          4.  ส่งเสริมให้อาจารย์ร่วมกับผู้เรียนได้ผลิตงานวิจัยและนวัตกรรม ในรายวิชาและนำเสนอในเวทีวิชาการในระดับชาติ/นานาชาติ

ด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา

           จากการที่รองคณบดีฝ่ายวิชาการ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ และคณะกรรมการบริหารหลักสูตร กำกับติดตามผลการดำเนินการด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษาตามตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง 5 ปีการศึกษา (2564-2568) พบว่า ในปีการศึกษา 2568 มีผลดำเนินงาน ดังนี้ 1.มีผลงานวิจัยที่ส่งไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติ จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1) การพัฒนานวัตกรรมสื่อการสอนด้วยสื่อดิจิทัลในการส่งเสริมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ชาวพม่า และ 2) การพัฒนาและประเมินผลโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตในการจัดการความเครียดของนักศึกษาระดับปริญญาตรี  ซึ่งอาจารย์และนักศึกษา ชั้นปี 3 ได้ทำการ submit ในวารสารระดับชาติ ฐาน TCI2 เรียบร้อยแล้ว จึงยังไม่บรรลุค่าเป้าหมายตัวชี้วัด 2.จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติ ยังไม่บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด 3. จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดอนุสิทธิบัตร ยังไม่บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด 4. จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์ มีจำนวน 14 ผลงาน ได้แก่ 1) ละครสั้น เรื่องให้ยาผิด ชีวิตไม่หวนคืน  2) คู่มือออกกำลังกายยืดเหยียดร่างกายด้วยผ้าขาวม้า     3)สื่อการเรียนรู้ออกกำลังกายยืดเหยียดร่างกายด้วยผ้าขาวม้า4) คลิปวิดิโอเพลง ยุงเอ๋ย ยุงร้าย  5) คลิปนวัตกรรม  Chatbott Happyrise6) PAKJAI : Mental Health Literacy Program  7) คู่มือส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตในการจัดการความเครียด  8)สื่อ VDO การปลูกจิตสำนึกและความตั้งใจต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัยในนักศึกษาพยาบาล9) คู่มือการสอนเสริมเตรียมสอบขึ้นทะเบียนรับใบประกอบวิชาชีพวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชศาสตร์ 10) คู่มือการใช้งานเวบไซด์ PAKJAI : Mental Health Literacy Program 11) คู่มือการพัฒนาและผลารใช้โปรแกรมปลูกจิตสำนึกและความตั้งใจต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ในนักศึกษาพยาบาล  12) คู่มือส่งเสริมความรอบรู้ในการใช้ยาแก้ปวดอย่างเหมาะสม 13) คู่มือการใช้แอปพลิเคชั่นLine official Account Mental Health  และ 14) สื่อ Video training arm model บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 5.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับชาติ ไม่บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด และ 6.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ มีจำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1) ผลงาน “Mommy Counting Web Box” ได้รับรางวัลที่ 2 และ 2) ผลงาน “A Funny Mystery Box: An Innovative to Improve Attention and Social Behavior in Preschoolers” ได้รับรางวัลที่ 4 ในเวทีวิชาการระดับนานาชาติ The 7th  International Forum: Primary Health Care as a Pillar for Universal Coverage เมื่อวันที่ 16-17 สิงหาคม 2568 ของคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก บรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัด (8.3-1) ดังตารางที่ 45

ตารางที่ 45 จำนวนผลงานวิจัยและนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา ปีการศึกษา 2564-2568 (5 ปี ย้อนหลัง)

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมายปีการศึกษา
25642565256625672568
1.จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ12 (submit ในวารสารแล้ว)
2.จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติ1
3.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดอนุสิทธิบัตร1NANANANA
4.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์1NANANANA14  
5.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับชาติ112
6.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ12

          จากตารางที่ 45 ผลการดำเนินงานของตัวชี้วัดจำนวนผลงานวิจัยของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติและระดับนานาชาติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ โดยวิเคราะห์พบว่ามีปัจจัยและสาเหตุในลักษณะเดียวกันกับข้างต้นกล่าวคือนักศึกษาแต่ละชั้นปีมีจำนวนมากทำให้อาจารย์มีภาระงานสอนค่อนข้างมากจึงไม่มีเวลาที่จะผลิตและเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ และนวัตกรรมร่วมกับนักศึกษามากนักและได้นำข้อมูลผลการวิเคราะห์มาใช้ประโยชน์ ดังนี้

          1. ให้อาจารย์ร่วมกับนักศึกษาได้ผลิตงานวิจัยและ นวัตกรรม ในรายวิชาทางการพยาบาล และรายวิชาวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาลและส่งนำเสนอ หรือส่งตีพิมพ์ เผยแพร่ในเวทีวิชาการหรือวารสารระดับชาติ/นานาชาติ

          2. สนับสนุนให้อาจารย์และนักศึกษานำผลงานนวัตกรรม งานสร้างสรรค์แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ หรือจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

          3. ชื่นชม ยกย่องผลงานของอาจารย์และนักศึกษาที่ได้รับรางวัลจาการนำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรม ในเวทีระดับชาติ/ระดับนานาชาติหรือได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

          มีการเทียบเคียงประเด็นผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ทั้งระดับชาติและนานาชาติ และนำไปใช้ประโยชน์ของอาจารย์กับวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมตีพิมพ์ เผยแพร่ และนำไปใช้ประโยชน์ย้อนหลัง 3 ปีการศึกษาที่ดีกว่า ดังตารางที่ 46  และตารางที่ 47 ตามลำดับ

ตารางที่ 46 จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ ปีการศึกษา 2565 – 2567 เปรียบเทียบกับ วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

จำนวนผลงานวิจัย ที่ได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ปีการศึกษา 2565ปีการศึกษา 2566ปีการศึกษา 2567
TCI 1TCI 2SCOPUSTCI 1TCI 2SCOPUSTCI 1TCI 2SCOPUS
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา5832244
วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี133122152212

ตารางที่ 47 จำนวนผลงานนวัตกรรมที่ได้รับการเผยแพร่ คุ้มครองสิทธิ์ และนำไปใช้ประโยชน์ ปีการศึกษา 2565 – 2567 เปรียบเทียบกับวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

จำนวนผลงานนวัตกรรม ที่ได้รับการเผยแพร่ คุ้มครองสิทธิ์ และนำไปใช้ประโยชน์ปีการศึกษา 2565ปีการศึกษา 2566ปีการศึกษา 2567
เผย แพร่ลิขสิทธิ์อนุสิทธิ บัตรนำ ไปใช้ประโยชน์เผย แพร่ลิขสิทธิ์อนุสิทธิ บัตรนำ ไปใช้ประโยชน์เผย แพร่ลิขสิทธิ์อนุสิทธิ บัตรนำ ไปใช้ประโยชน์
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์ เทเรซา000010002000
วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี000020103001

          การเทียบเคียง (Benchmarking) ข้อมูลสารสนเทศและแนวปฏิบัติด้านวิจัยและนวัตกรรมกับวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก โดยกำหนดเป้าหมายหลังเทียบเคียงจำนวนผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ผลิต ตีพิมพ์ เผยแพร่ คุ้มครองสิทธิ์ และนำไปใช้ประโยชน์ ดังตารางที่ 48

ตารางที่ 48 เป้าหมายหลังเทียบเคียง จำนวนผลงานการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย หลังเทียบเคียง
1.จำนวนผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ (TCI1) (TCI2) /ระดับนานาชาติ≥ 10 เรื่อง
2.จำนวนผลงานวิจัยได้รับการ ตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติ≥ 1 เรื่อง
3.จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรมที่มีการนำไปใช้ประโยชน์≥ 2 ผลงาน
4.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์/จดอนุสิทธิบัตร≥ 5 ผลงาน

ตารางที่ 49 เป้าหมายหลังเทียบเคียง จำนวนผลงานการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย หลังเทียบเคียง
1.จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ≥ 1 เรื่อง
2.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์/จดอนุสิทธิบัตร≥ 5 ผลงาน
3.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับชาติ/นานาชาติ≥ 2 ผลงาน

          จากการศึกษากระบวนการดำเนินงานด้านวิจัยและนวัตกรรมของคู่เทียบจาก รายงานการประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2567 ที่มีการเผยแพร่ไว้ในเวบไซด์ของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี (https://www.pnc.ac.th/html/) พบว่าคู่เทียบมีกระบวนการดำเนินงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ดังนี้

          1.  คู่เทียบมีกระบวนการส่งเสริมด้านงานวิจัยและนวัตกรรมและติดตาม ผลงานอย่างเป็นระบบ

          2.  ส่งเสริมให้อาจารย์ร่วมกับผู้เรียนได้ผลิตงานวิจัยและนวัตกรรม และส่งเข้าร่วมประกวดในเวทีทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

          3. จัดให้มีคลินิกวิจัยเพื่อให้คำปรึกษาสำหรับอาจารย์ที่มีปัญหาด้านการเขียนโครงร่างขอทุนวิจัย

          4.  สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการผลิตผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ ระหว่างคู่เทียบกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ ได้แก่ประเทศอินโดนีเซีย

          คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ได้นำมาปรับใช้ในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มผลผลิต การตีพิมพ์ เผยพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ของอาจารย์ และของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษาตามแผนและดำเนินการเพิ่มเติมจากสถาบันคู่เทียบ ในปีการศึกษา 2568 ดังนี้

          1. ส่งเสริมให้อาจารย์ร่วมกับนักศึกษาผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมในรายวิชา เช่นรายวิชา วิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล  รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์ รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลอนามัยชุมชน เป็นต้น และส่งผลงานวิจัยและนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดในเวทีประชุมวิชาการระดับชาติจัดโดยเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติจัดโดยคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ

          2. จัดให้มีคลินิกวิจัยเพื่อให้คำปรึกษาสำหรับอาจารย์ที่มีปัญหาด้านการเขียนโครงร่างวิจัยขอทุนวิจัยหรือปัญหาด้านการเขียนต้นฉบับเพื่อตีพิมพ์ เผยแพร่วิจัยในวารสาร

          3. จัดพี่เลี้ยงในการทำวิจัยระหว่างนักวิจัยที่มีประสบการณ์และนักวิจัยหน้าใหม่ 

          4. อาจารย์ผลิตผลงานวิจัยร่วมกับเครือข่ายภายนอกในจังหวัดนครนายก ได้แก่ เรื่อง ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

          5. ให้เกียรติบัตร ชื่นชม ยกย่อง และประชาสัมพันธ์แสดงความยินดีแก่อาจารย์และนักศึกษาที่ได้รับรางวัลจาการนำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรมในเวทีวิชาการ หรือตีพิมพ์ เผยแพร่ผลงานวิจัย นวัตกรรมในวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมทั้งได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์ อนุสิทธิบัตร) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านไลน์กลุ่ม เฟสบุคของคณะพยาบาลศาสตร์ และหน้าเวบไซด์ของมหาวิทยาลัย

          6. จัดการความรู้ โดยจัดเวทีแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์เทคนิควิธีการเตรียมผลงานนวัตกรรมและงานสร้างสรรค์เพื่อขอคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการนำไปใช้ประโยชน์ให้แก่อาจารย์ในคณะพยาบาลศาสตร์ ในวันที่ 19 มีนาคม 2569

          ผลการดำเนินงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ปีการศึกษา 2568 ภายหลังการใช้คู่เทียบพบว่าอาจารย์มีการผลิตและตีพิมพ์ เผยแพร่งานวิจัยเพิ่มขึ้น เป็น  10 เรื่องในฐาน TCI1 จำนวน 3 เรื่อง ฐาน TCI2 จำนวน 7 เรื่อง และได้ส่งผลงานวิจัยไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติ ฐาน Scopus 3 คือ Journal of  Health Science and Medical Research จำนวน 1 เรื่อง ได้แก่  Successful Management of Response to the COVID-19 Pandemic of Bangkok Metropolitan Administration โดยได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในปีการศึกษา 2570 ผลงานวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาส่งไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติ จำนวน 2 เรื่องอยู่ระหว่างรอตอบรับ ผลงานวิจัยของอาจารย์ได้รับอ้างอิง (citation) จำนวน  25 เรื่อง สำหรับผลดำเนินงานด้านนวัตกรรมพบว่าผลงานนวัตกรรมของอาจารย์และของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษามีการนำไปใช้ประโยชน์เชิงวิชาการด้านการสอนภาคปฏิบัติและเพิ่มคุณภาพของการปฏิบัติการพยาบาล และนำไปใช้ประโยชน์เชิงชุมชนในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน จำนวน 3 ผลงาน ผลงานนวัตกรรมของอาจารย์ ได้รับการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ จำนวน 8 ผลงาน และได้ยื่นขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร จำนวน 5 ผลงาน  ผลงานนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษาได้รับการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ จำนวน 13 ผลงาน และผลงานนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษาได้รับรางวัลระดับนานาชาติ จำนวน 2 ผลงาน  ซึ่งผลงานวิจัย และนวัตกรรมภายหลังการเทียบเคียงได้เปรียบเทียบกับเป้าหมาย พบว่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ (8.3-2) ดังตารางที่ 50

ตารางที่ 50 ผลการดำเนินงานหลังเทียบเคียง ด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย หลังเทียบเคียงผลการดำเนินงานหลังเทียบเคียง
1.จำนวนผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ (TCI1) (TCI2) /ระดับนานาชาติ≥ 10 เรื่อง10 เรื่อง TCI 1 = 3 เรื่อง TCI 2 = 7 เรื่อง
2.จำนวนผลงานวิจัยได้รับการ ตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติ≥ 1 เรื่อง Scopus 3 = 1 เรื่อง ส่ง submit ปกศ.2568 ได้รับตอบรับตีพิมพ์ ปกศ.2570
3.จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรมที่มีการนำไปใช้ประโยชน์≥ 2 ผลงาน3 ผลงาน
4.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์/จดอนุสิทธิบัตร≥ 5 ผลงานลิขสิทธิ์ = 8 ผลงาน ยื่นขอจดทะเบียน อนุสิทธิบัตร = 5 ผลงาน

ตารางที่ 51 ผลการดำเนินงานหลังเทียบเคียง ด้านการวิจัยนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย หลังเทียบเคียงผลการดำเนินงานหลังเทียบเคียง
1.จำนวนผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติ≥ 1 เรื่อง2 เรื่อง ส่ง submit รอตอบรับ
2.จำนวนนวัตกรรมได้รับการจดลิขสิทธิ์/จดอนุสิทธิบัตร≥ 5 ผลงานลิขสิทธิ์ = 14 ผลงาน  
3.จำนวนนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับชาติ/นานาชาติ≥ 2 ผลงานนานาชาติ = 2 ผลงาน

          คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ได้วางแผนยกระดับการผลิต เผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของอาจารย์ และของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษาในปีการศึกษา 2569 ดังนี้

          1. กำหนดให้อาจารย์และนักศึกษาร่วมกันผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมในรายวิชาวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล และรายวิชาทางการพยาบาล เช่นรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์ รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลอนามัยชุมชน เป็นต้น และส่งผลงานวิจัยและนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดในเวทีประชุมวิชาการระดับชาติจัดโดยเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานสาขาภาคตะวันออก  และเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติจัดโดยคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ

          2. จัดให้มีคลินิกวิจัยเพื่อให้คำปรึกษาสำหรับอาจารย์ที่มีปัญหาด้านการเขียนโครงร่างวิจัยขอทุนวิจัยหรือปัญหาด้านการเขียนต้นฉบับเพื่อตีพิมพ์ เผยแพร่วิจัยในวารสาร

          3. จัดพี่เลี้ยงในการทำวิจัยระหว่างนักวิจัยที่มีประสบการณ์และนักวิจัยหน้าใหม่ต่อเนื่อง

          4. อาจารย์ขยายเครือข่ายผลิตผลงานวิจัยร่วมกับหน่วยบริการ หรือสถาบันการศึกษาภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

          5. ฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้จัดทำแนวปฏิบัติขั้นตอนการขอรับการคุ้มครองสิทธิ์และเป็นที่ปรึกษาแนะนำแก่อาจารย์และนักศึกษาในการนำผลงานนวัตกรรม และงานสร้างสรรค์ยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ หรือจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

          6. ให้เกียรติบัตร ชื่นชม ยกย่อง และประชาสัมพันธ์แสดงความยินดีแก่อาจารย์และนักศึกษาที่ได้รับรางวัลจาการนำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรมในเวทีวิชาการ หรือตีพิมพ์ เผยแพร่ผลงานวิจัย นวัตกรรมในวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมทั้งได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์ อนุสิทธิบัตร) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านเวบไซด์ของมหาวิทยาลัย เฟสบุค และไลน์กลุ่ม ของคณะพยาบาลศาสตร์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้อาจารย์ และนักศึกษาผลิต และเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพิ่มขึ้น

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
8.3-1รายงานสรุปผลการกำกับติดตามผลลัพธ์หลักสูตรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของอาจารย์ และการวิจัยและนวัตกรรมของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา ตามเป้าหมายที่หลักสูตรกำหนด ปีการศึกษา 2568
8.3-2รายงานสรุปผลการเทียบเคียงประเด็นการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติและระดับนานาชาติ กับคู่เทียบวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ปีการศึกษา 2568

8.4 Data are provided to show directly the achievement of the programme outcomes, which are established and monitored.

Operational Result

          ปีการศึกษา 2568 หลักสูตรโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตร กำหนดตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย การบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) ของนักศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษา ตามที่วางแผนการประเมินการบรรลุ PLOs ของนักศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาที่กำหนดไว้แล้ว คือ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 16 หลักสูตรพยาบาลพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2561) ซึ่งมี LOs 6 ด้าน SubLOs จำนวน 22 ตัว โดยในปีการศึกษา 2568 มีนักศึกษาปีที่ 4 ได้รับการประเมินก่อนสำเร็จการศึกษา จำนวน 110 คน และกำหนดให้

          1.  ร้อยละ100 ของนักศึกษา มีผลการประเมินการบรรลุ PLOs (ตามการรับรู้ตนเอง) ได้ตามเกณฑ์

(ค่าเฉลี่ย >3.51) 

          2.  ร้อยละ 100 ของนักศึกษา ผ่านการประเมินทักษะปฏิบัติก่อนสำเร็จการศึกษา (Selected Nursing Skills) 

          3.  ร้อยละ 100 ของนักศึกษา ผ่านเกณฑ์การประเมินทักษะการปฏิบัติการพยาบาลสู่วิชาชีพก่อนสำเร็จการศึกษา

คณะกรรมการบริหารหลักสูตร มีการกำกับติดตามให้ตัวชี้วัดดังกล่าวบรรลุตามเป้าหมายโดยมีการดำเนินการดังนี้

          1. กำกับติดตามการออกแบบการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด

          2. พัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและ Active learning

          3. พัฒนาเครื่องมือในการวัดและประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ เช่น Rubric score

          4. พัฒนาอาจารย์และอาจารย์พี่เลี้ยงให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ LOs การสอนภาคปฏิบัติ การวัดและประเมินผล

          5. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษา (Learning How to Learn) โครงการเข้าค่ายคุณธรรมและการทำงานเป็นทีม โครงการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดปัญญาและสันติสุข และโครงการพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เป็นต้น

          นอกจากนี้ยังได้กำกับติดตามผลการบรรลุ LOs อย่างต่อเนื่อง 3 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2566-2568) พบว่า

          1. ร้อยละนักศึกษามีผลการประเมินการบรรลุ LOs (ตามการรับรู้ตนเอง) ได้ตามเกณฑ์ (ค่าเฉลี่ย>3.51)  ดังตารางที่ 52 (8.4-1)

ตารางที่ 52 จำนวนร้อยละ ผลการประเมินการบรรลุ PLOs ของนักศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2566-2568 

ลำดับตัวชี้วัดค่าเป้าหมายปีการศึกษา 2568ผลการดำเนินงาน ปีการศึกษา
256625672568
1ร้อยละของนักศึกษามีผลการประเมินการบรรลุ PLOs (ตามการรับรู้ตนเอง) ได้ตามเกณฑ์ (ค่าเฉลี่ย>3.51)ร้อยละ 10086.0896.2889.89
2ร้อยละของ PLOs ที่มีผลการประเมินการบรรลุ PLOs (ตามการรับรู้ตนเอง) อยู่ระดับ ดีมาก (ค่าเฉลี่ย>4.50)ร้อยละ 2036.3668.1813.64

ตารางที่ 53 จำนวน ร้อยละ และค่าเฉลี่ย ผลการประเมินการบรรลุ PLOs ของนักศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาตามการรับรู้ตนเองของนักศึกษา ปีการศึกษา 2568 แยกราย TQF และ SubLOs

ลำดับSubLOsระดับคุณภาพ (ร้อยละ)ค่าเฉลี่ย
ดีมาก (5)ดี (4)ปานกลาง (3)พอใช้ (2)น้อย (1)
TQF 14.31
1.มีคุณธรรมจริยธรรมเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์45.945.98.1  4.38
2.มีความรับผิดชอบ และเอื้ออาทร48.631.518.90.9 4.28
3.มีจิตใฝ่บริการ42.348.69.0  4.33
4.แสดงออกถึงความเป็นผู้มีจรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาล40.550.58.10.9 4.31
5.ดำรงตนเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม    ในการดำรงชีวิต43.247.78.10.9 4.33
6.มีทักษะชีวิตในการปรับตัวและดำรงชีวิตในสังคมได้35.155.09.00.9 4.24
TQF 24.25
7.มีความรู้ในศาสตร์ทางการพยาบาล การผดุงครรภ์ และการบูรณาการศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการพยาบาลบุคคลทุกช่วงวัยและทุกภาวะสุขภาพ ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ44.135.119.80.9 4.23
8.มีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสืบค้นและแสวงหาความรู้42.337.818.90.9 4.22
9.มีความรู้หลักกฎหมายและหลักจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาล36.954.19.0  4.28
10.มีความรู้ด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น35.155.98.10.9 4.25
TQF 34.39
11. มีทักษะในการคิดอย่างเป็นระบบโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และใช้วิจัยเป็นฐานในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาล38.752.38.10.9 4.29
12.มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศ รู้เท่าทันและรู้จักเลือกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม42.34.512.6  4.30
13.มีความไฝ่รู้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง62.233.34.5  4.58
TQF44.57
14.มีความรับผิดชอบ และเอื้ออาทร67.627.05.4  4.62
15.มีภาวะผู้นำ สามารถร่วมงานกับทีมสุขภาพ และสหวิชาชีพได้59.532.48.1  4.51
TQF 54.41
16.มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศ รู้เท่าทันและรู้จักเลือกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม54.139.66.3  4.48
17.มีทักษะในการใช้ภาษาไทย และภาษาอังกฤษในการสื่อสารทั้งเชิงวิชาการและวิชาชีพ41.450.58.1  4.33
TQF 64.36
18.มีทักษะปฏิบัติการพยาบาล การผดุงครรภ์ โดยใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลอย่างเป็นองค์รวมต่อบุคคลทุกช่วงวัยและทุกภาวะสุขภาพ45.047.77.2  4.38
19.มีทักษะในการคิดอย่างเป็นระบบโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และใช้วิจัยเป็นฐานในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาล36.055.09.0  4.27
20.มีคุณธรรมจริยธรรมเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์41.449.58.10.9 4.32
21.แสดงออกถึงความเป็นผู้มีจรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาล47.745.06.30.9 4.40
22.เป็นสมาชิกที่ดีของวิชาชีพ สังคมและเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ52.336.011.7  4.41
 เฉลี่ยรวม45.5544.34    
 รวม89.89    

          ผลการวิเคราะห์ ตารางที่ 52 และ 53 พบว่า 1) ตัวชี้วัดร้อยละของนักศึกษา ที่มีผลการประเมินการบรรลุ PLOs (ตามการรับรู้ของตนเอง) ได้ตามเกณฑ์ (ค่าเฉลี่ย >3.51) ปีการศึกษา 2566 – 2568 ไม่บรรลุตามเป้าหมาย (ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100) โดยมีผลการประเมินเท่ากับ ร้อยละ 86.08, 96.28 และ 89.89 ตามลำดับ โดยพบว่า  มีค่าไม่คงที่ 2) ตัวชี้วัด ร้อยละของ PLOs ที่มีผลการประเมินการบรรลุ PLOs (ตามการรับรู้ตนเอง) อยู่ระดับดีมาก (>4.50) ปีการศึกษา 2568 มีผลการประเมินเท่ากับร้อยละ 13.14 ซึ่งไม่บรรลุตามเป้าหมาย (ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 20) และมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก จากปีการศึกษา 2566 มีผลการประเมินเท่ากับร้อยละ 36.36 และปีการศึกษา 2567 มีผลการประเมินเท่ากับร้อยละ 68.18  เมื่อพิจารณารายผลลัพธ์การเรียนรู้ (TQF) พบว่ามีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 4.25 และสูงสุด 4.57 โดยผลลัพธ์การเรียนรู้ ด้านความรู้ มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด และ ผลลัพธ์การเรียนรู้ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด

          2. ร้อยละ 100 ของนักศึกษาผ่านการประเมินทักษะปฏิบัติก่อนสำเร็จการศึกษา (Selected Nursing Skill) นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 16 ประเมินทักษะปฏิบัติก่อนสำเร็จการศึกษา (Selected Nursing Skill) ใน 5 สาขาหลักวิชาชีพการพยาบาล ได้แก่ การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น การพยาบาลอนามัยชุมชน สุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช การพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ โดยการประเมินครอบคลุมผลลัพธ์การเรียนรู้ ทั้ง 6 ด้าน พบว่านักศึกษาร้อยละ100 ผ่านการประเมินทักษะปฏิบัติก่อนสำเร็จการศึกษา (8.4-2) ดังตัวอย่าง ตารางที่ 54

ตารางที่ 54 กิจกรรมและผลลัพธ์การเรียนรู้ Selected Nursing Skillsวิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น

ฐาน/กิจกรรมประเมินรายละเอียดสมรรถนะที่วัดผลลัพธ์การเรียนรู้ 6 ด้าน
ฐานที่ 1 การประเมินพัฒนาการเด็ก1. คำนวณอายุน้ำหนัก/ส่วนสูงเด็กได้ถูกต้อง
2. คำนวณความต้องการพลังงานของเด็กวัยต่างๆได้ถูกต้อง
3. ประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือ DSPM และใช้เครื่องมือ DSPM ได้ถูกต้อง
2. ความรู้
3. ทักษะทางปัญญา
5.ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 6. ทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพ
ฐานที่ 2 ภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก1.เลือกภูมิคุ้มกันโรคให้เด็กได้ถูกต้อง 2.ปฏิบัติการให้ภูมิคุ้มกันโรคในเด็กได้ถูกต้อง
3.ให้คำแนะนำกับบิดามารดา สังเกตผลข้างเคียงของวัคซีนได้
1. คุณธรรมจริยธรรม
2. ความรู้
4. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
6. ทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพ
ฐานที่ 3 ทารกแรกเกิด1.ปฏิบัติการประเมินร่างกายทารกแรกเกิดคลอดก่อนกำหนด/ครบกำหนด
2.บอกข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลและแนวทางการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีปัญหาสุขภาพได้
1. คุณธรรมจริยธรรม
2. ความรู้
6. ทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพ
ฐานที่ 4 การประเมิน Hypoxia การประเมิน Croup Score การประเมินระบบประสาท1.ประเมินภาวะพร่องออกซิเจนได้ถูกต้อง 2.บอกข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลและแนวทางการพยาบาลเด็กที่มีภาวะพร่องออกซิเจนได้ถูกต้อง1. คุณธรรมจริยธรรม
2. ความรู้
3. ทักษะทางปัญญา

          3. ร้อยละ 100 ของนักศึกษา ผ่านเกณฑ์การประเมินทักษะการปฏิบัติการพยาบาลสู่วิชาชีพก่อนสำเร็จการศึกษา นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 16  ฝึกปฏิบัติวิชาปฏิบัติการพยาบาลสู่วิชาชีพ ซึ่งเป็นวิชาที่ฝึกก่อนสำเร็จการศึกษา เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทั้งวิชาพื้นฐานการพยาบาล และวิชาชีพการพยาบาล โดยนักศึกษาฝึกปฏิบัติภายใต้การนิเทศของพยาบาลพี่เลี้ยง และนักศึกษาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้าเวร และสมาชิกในทีม ให้การพยาบาลแก่ผู้รับบริการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานในบทบาทพยาบาลวิชาชีพต่อไป มีการประเมินครอบคลุมผลลัพธ์การเรียนรู้ทั้ง 6 ด้าน โดยใช้แบบประเมินการปฏิบัติการพยาบาล รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลสู่วิชาชีพ ซึ่งแบบประเมินมีลักษณะเป็น Rubric score ประเมินโดยพยาบาลพี่เลี้ยง  ในแหล่งฝึก ผลการประเมินพบว่า นักศึกษาร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์การประเมิน (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65) โดยนักศึกษาได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 89.56 มีคะแนนสูงสุดร้อยละ 97.64 และคะแนนต่ำสุดร้อยละ 67.16 (8.4-3)

หลักสูตรโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ได้นำผลการวิเคราะห์ มาวางแผนเพื่อใช้ประโยชน์ในปีการศึกษา 2569 ดังนี้

          1. วิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุ ของผลการประเมินตนเองของนักศึกษา

          2. พัฒนาแนวทางการประเมินการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) ของนักศึกษาทั้งทางตรง และทางอ้อม และมีผู้ประเมินที่หลากหลายมากขึ้น

          3. พัฒนาแบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ตามการรับรู้ตนเองของนักศึกษา ให้มีความเหมาะสม

          4. พัฒนาการจัดการเรียนการสอน เช่น รูปแบบการสอน สื่อการสอน ให้สอดคล้องเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

          5. พัฒนาอาจารย์และพยาบาลพี่เลี้ยง ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลลัพธ์การเรียนรู้ การเรียนการสอน รวมทั้งการวัดและประเมินผล

          6.  ร่วมกับฝ่ายกิจการนักศึกษา ในการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
8.4-1ผลการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ตามการรับรู้ตนเอง ของนักศึกษาพยาบาล รุ่นที่ 16 ปีการศึกษา 2568
8.4-2ผลการประเมินทักษะปฏิบัติก่อนสำเร็จการศึกษา (Selected Nursing Skills)  นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 16
8.4-3ผลการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ตลอดหลักสูตรนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 4 รุ่นที่ 16

8.5 Satisfaction level of the various stakeholders are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement.

Operational Result

          หลักสูตรโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรได้กำหนดการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครอบคลุม ผู้ใช้บัณฑิต และนักศึกษา มีการเก็บข้อมูลความพึงพอใจที่หลายหลาย โดยกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความพึงพอใจดังนี้

          1. ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตต่อบัณฑิต  ด้านคุณธรรมจริยธรรม ด้านความรู้ ด้านทักษะทางปัญญา ด้านลักษณะบุคคล ด้านอัตลักษณ์บัณฑิตและเอกลักษณ์ของสถาบัน คะแนนเฉลี่ย > 3.51 จากคะแนนเต็ม 5  โดยเก็บรวบรวมหลังผู้สำเร็จการศึกษาไปปฏิบัติงานแล้ว 6 เดือน ขึ้นไป

          2. ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ต่อ คุณภาพของหลักสูตร เก็บรวบรวมก่อนนักศึกษาสำเร็จการศึกษา คะแนนเฉลี่ย > 3.51 จากคะแนนเต็ม 5

คณะกรรมการบริหารหลักสูตร มีการกำกับติดตามให้ตัวชี้วัดดังกล่าวทั้งหมดบรรลุตามเป้าหมาย โดยมีการดำเนินการดังนี้

          1. ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตต่อบัณฑิต ด้านคุณธรรมจริยธรรม ด้านความรู้ ด้านทักษะทางปัญญาด้านลักษณะบุคคล ด้านอัตลักษณ์บัณฑิตและ เอกลักษณ์ของสถาบัน มีการดำเนินการ คือ

                    1.1 กำกับติดตามการออกแบบการเรียนการสอนในประมวลรายวิชาให้สอดคล้องกับหลักสูตร

                    1.2 กำกับติดตามการจัดการการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลให้เป็นไปตามประมวลรายวิชาที่ออกแบบไว้

                    1.3 นำผลการประเมินมาวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตต่อบัณฑิต และวางแผนการพัฒนาบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต

                    1.4 ส่งเสริมกิจกรรมเสริมหลักสูตรทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพเพื่อบ่มเพาะให้นักศึกษามีคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์เช่น การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษา (Learning How to Learn) การเข้าค่าธรรมมะและการทำงานเป็นทีม การเข้าค่ายฝึกภาวะผู้นำ

          2. ความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ต่อ คุณภาพของหลักสูตร มีการดำเนินการคือ

                    2.1 สื่อสาร กระบวนการบริหารหลักสูตร ให้แก่นักศึกษาในการปฐมนิเทศ

                    2.2 พัฒนาการจัดการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฏี และปฏิบัติ รวมทั้งการวัดประเมินผล

                    2.3 พัฒนาสิ่งสนับสนุนนการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับบริบทของการเรียนการสอน

          นอกจากนี้ได้มีการกำกับติดตามผลการเก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสีย ต่อเนื่อง 3 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2566-2568) (8.5-1) ดังนี้ดังตารางที่ 55

ตารางที่ 55 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสีย ตามตัวชี้วัด ปีการศึกษา 2566 – 2568 (3 ปี ย้อนหลัง)

ลำดับรายการตัวชี้วัดค่าเป้าหมาย
ปีการศึกษา 2568
ผลการประเมิน ปีการศึกษา
256625672568
1.ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตต่อบัณฑิต ≥3.513.853.863.64
2.ความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ต่อคุณภาพของหลักสูตร≥3.514.454.284.33

ตารางที่ 56 ค่าเฉลี่ย ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต จำแนกรายด้าน ปีการศึกษา 2566-2568 (3 ปี ย้อนหลัง)

ด้านคะแนนเฉลี่ย
ค่าเป้าหมายปีการศึกษา 2566ปีการศึกษา 2567ปีการศึกษา 2568
1. ด้านคุณธรรมจริยธรรม≥ 3.514.134.214.02
2. ด้านความรู้≥ 3.513.523.723.58
3. ด้านทักษะทางปัญญา≥3.513.483.703.44
4. ด้านลักษณะบุคคล≥ 3.513.683.883.71
5. ด้านอัตลักษณ์บัณฑิตและเอกลักษณ์ของสถาบัน≥ 3.513.523.793.44
คะแนนเฉลี่ยรวม≥ 3.513.673.863.64

ตารางที่ 57 ค่าเฉลี่ย ผลการประเมินความพึงพอใจ ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ต่อคุณภาพของหลักสูตร ปีการศึกษา 2566-2568 (3 ปี ย้อนหลัง)   

ด้านคะแนนเฉลี่ย
ค่าเป้าหมายปีการศึกษา 2566ปีการศึกษา 2567ปีการศึกษา 2568
1. การจัดโปรแกรมการศึกษาตลอดหลักสูตร≥3.514.734.214.38
2. อาจารย์ผู้สอนภาคทฤษฎี≥ 3.514.664.314.42
3. อาจารย์ผู้สอนภาคทดลอง≥ 3.514.364.344.44
4. อาจารย์ผู้สอนภาคปฏิบัติ≥ 3.514.504.314.42
5. ห้องเรียน และโสตทัศนูปกรณ์≥ 3.514.464.094.18
6. ห้องปฏิบัติการพยาบาล≥ 3.514.604.184.24
7. หนังสือ ตำรา เอกสาร เพื่อการศึกษาค้นคว้า≥ 3.513.934.314.28
8. ระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า≥ 3.514.264.314.14
9. แหล่งฝึกปฏิบัติ     9.1 ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ตามรายวิชา ≥ 3.51  4.26  4.43  4.42
    9.2 ได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ≥ 3.514.334.404.42
    9.3 อาจารย์พี่เลี้ยงในแหล่งฝึกปฏิบัติ≥ 3.514.404.464.42
10. กิจกรรมพัฒนานักศึกษา     10.1 กิจกรรมปฐมนิเทศ≥ 3.51  4.53  4.21  4.32
    10.2 ด้านคุณธรรม จริยธรรม≥ 3.514.664.184.38
    10.3 ด้านกีฬาและนันทนาการ≥ 3.514.534.124.18
    10.4 ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม≥3.514.434.184.24
16. ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม≥ 3.514.334.284.30
17. ระบบอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการ≥ 3.514.234.314.30
18. ความสัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์ และนักศึกษา≥ 3.514.604.404.28
19. การทบทวนความรู้เพื่อการสอบขึ้นทะเบียน≥ 3.514.664.374.44
คะแนนเฉลี่ยรวม≥ 3.514.454.284.33

มีการวิเคราะห์ข้อมูล ปัจจัยและสาเหตุ ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสีย ดังนี้

          1. ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสีย ตามตัวชี้วัด 3 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2566-2568) พบว่า ทั้ง 2 ตัวชี้วัดบรรลุ ตามเป้าหมาย ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต และความพึงพอใจต่อการบริหารหลักสูตร มีค่าไม่คงที่

          2. ค่าเฉลี่ย ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต จำแนกรายด้าน 3 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2566-2568) พบว่า บรรลุ เป้าหมาย 3 ด้าน และไม่บรรลุเป้าหมาย 2 ด้าน ได้แก่ ด้านทักษะทางปัญญา และด้านอัตลักษณ์บัณฑิตและเอกลักษณ์ของสถาบัน โดยปัจจัย/ สาเหตุอาจเนื่องมาจากความคาดหวังของผู้ประเมินต่อบัณฑิตค่อนข้างสูง ในเรื่องการคิด การตัดสินใจแก้ปัญหา และความสามารถด้านภาษาอังกฤษ เป็นต้น และเครื่องมือการประเมินอาจจะไม่ชัดเจนเพียงพอ

          3. ความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ต่อคุณภาพของหลักสูตร จำแนกรายด้าน 3 ปีการศึกษา  (ปีการศึกษา 2566 – 2568) พบว่าบรรลุเป้าหมาย (> 3.51) และมีค่าเฉลี่ยไม่คงที่ โดยด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุด คือระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า และห้องเรียนและโสตทัศนูปกรณ์ ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือด้านอาจารย์สอนภาคทดลอง และการทบทวนความรู้เพื่อสอบขึ้นทะเบียนรับใบประกอบวิชาชีพ ทั้งนี้มีปัจจัย/สาเหตุมาจากการสอนภาคทดลองเป็นการสอนในกลุ่มเล็ก ประมาณ 8-12 คนต่อกลุ่ม ทำให้อาจารย์สามารถสอน กระตุ้นและมีกิจกรรมการสอนกับนักศึกษาได้ทั่วถึง 

จากผลการวิเคราะห์ หลักสูตรได้นำข้อมูลมาวางแผนเพื่อใช้ประโยชน์ ในปีการศึกษา 2569 ดังนี้

          1. ปรับเครื่องมือการประเมินให้มีความชัดเจน และสื่อสารกับผู้ใช้บัณฑิตเพื่อให้มีความเข้าใจในการประเมินมากขึ้น

          2. ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดกระบวนการคิด เช่น การตั้งคำถาม การสะท้อนคิด ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี ภาคทดลอง และภาคปฏิบัติ

          3. ประสานผู้เกี่ยวข้อง ในการหาสาเหตุและปัจจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และโสตทัศนูปกรณ์       เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

          4. พัฒนาอาจารย์ให้มีความรู้และทักษะการสอน เช่น กลยุทธ์การสอน การวัดและประเมินผล การใช้ AI เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน

          การเทียบเคียง หลักสูตรได้กำหนดประเด็นการเทียบเคียง คือความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตต่อคุณลักษณะของบัณฑิต มีการเสาะหาคู่เทียบ ที่มีผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่ โดดเด่นและสูงกว่า คือรายงานการประเมินตนเองของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ ปีการศึกษา 2567 ซึ่งเผยแพร่ทางเวปไซด์ https://www.bcnc.ac.th/group/strategicpages/km (8.5-2) โดยมีเป้าหมาย ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต เพิ่มขึ้นจาก 3.86 เป็นมากกว่า 4.00

ตารางที่ 58  ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต เปรียบเทียบกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่

สถาบันการศึกษาค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ
256525662567
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา3.663.673.86
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่4.104.134.18

ผลการเทียบเคียง ได้แนวปฏิบัติของคู่เทียบ คือ

          1. สร้างเสริมสมรรถนะนักศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตรโดยมุ่งเน้นในรายวิชาปฏิบัติ

          2. เพิ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม คือ ผู้รับบริการ และเพื่อนร่วมงานในสหวิชาชีพอื่น

          3. ปรับระยะเวลาในการประเมินคุณภาพบัณฑิต

หลักสูตรได้นำแนวปฏิบัติมาปรับใช้ดังนี้

          1. พัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ ให้นักศึกษาได้มีสมรรถนะและทักษะในรายวิชาภาคปฏิบัติ เช่น Case conference, Case study, Concept mapping และในการฝึกปฏิบัติแต่ละ Rotation ให้อาจารย์นิเทศสรุปสมรรถนะที่นักศึกษายังทำได้ไม่สมบูรณ์ ส่งต่อเพื่อพัฒนาสมรรถนะและทักษะปฏิบัติใน Rotation ต่อไป

          2. ปรับช่วงเวลาของการเก็บรวบรวมข้อมูลประมาณ 1 ปี หลังสำเร็จการศึกษา

          ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตปีการศึกษา 2568 พบว่าบรรลุเป้าหมายคือ มากกว่า 3.51 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษา 2566 และ 2567 แนวโน้มลดลง คณะกรรมการบริหารหลักสูตรจะดำนินการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุเพื่อวางแผนจัดทำแนวทาง และกำกับติดตามในปีการศึกษา 2569 ต่อไป

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
8.5-1รายงานสรุปผลการกำกับติดตามผลลัพธ์หลักสูตรด้านความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสีย ปีการศึกษา 2566-2568
8.5-2ข้อมูลคู่เทียบเคียง ประเด็นความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ ปีการศึกษา 2567

Self-Assessment

RequirementsResultScore
8.1 The pass rate, dropout rate, and average time to graduate are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement./1
8.2 Employability as well as self-employment, entrepreneurship, and advancement to further studies, are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement./1
8.3 Research and creative work output and activities carried out by the academic staff and students, are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement./1
8.4 Data are provided to show directly the achievement of the programme outcomes, which are established and monitored./1
8.5 Satisfaction level of the various stakeholders are shown to be established, monitored, and benchmarked for improvement./1
Overall5

Leave a Reply