Section 4 Performance Results Based on Quality Criteria (Criterion 4 – Student Assessment)

Criterion 4 – Student Assessment

Criterion

Requirements

Quality level assessment

Result

4.1 A variety of assessment methods are shown to be used and are shown to be constructively aligned to achieving the expected learning outcomes and the teaching and learning objectives.

Operational Result

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการควบคุมจราจรทางอากาศ ได้ดำเนินการพัฒนาระบบการประเมินผลผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลัก Constructive Alignment เป็นแกนสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่าง Expected Learning Outcomes (ELOs) วัตถุประสงค์การเรียนการสอน และวิธีการประเมินผล เพื่อให้มั่นใจว่าการวัดและประเมินผลสามารถสะท้อนระดับความสำเร็จของผู้เรียนได้อย่างแท้จริงและครอบคลุมทุกมิติของผลการเรียนรู้

               จากการดำเนินงาน พบว่าหลักสูตรมีการกำหนดผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตรและระดับรายวิชาอย่างชัดเจนตามหมวดที่ 4 ของเล่มหลักสูตร และได้มีการถ่ายทอดผลการเรียนรู้ดังกล่าวสู่การออกแบบการเรียนการสอนและ
การประเมินผลในระดับรายวิชา โดยอาจารย์ผู้สอนแต่ละรายวิชาจะออกแบบ แผนการสอน (TQF 3) ที่ระบุความเชื่อมโยงระหว่างผลการเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ และวิธีการประเมิน และมีการสื่อสารให้ผู้เรียนรับทราบอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นภาคการศึกษา

                   ด้านความหลากหลายของวิธีการประเมิน (Variety of Assessment Methods) หลักสูตรได้ออกแบบให้มีทั้งการประเมินแบบ Formative Assessment และ Summative Assessment โดยครอบคลุมเครื่องมือที่หลากหลาย เช่น

  • การสอบกลางภาคและปลายภาค เพื่อวัดความรู้และความเข้าใจเชิงทฤษฎี
  • การประเมินจากงานที่ได้รับมอบหมาย การนำเสนอ และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน เพื่อสะท้อนทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม
  • การประเมินจากการฝึกปฏิบัติและสถานการณ์จำลอง (Simulation) โดยเฉพาะในรายวิชาชีพ
    ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะวิชาชีพด้านการควบคุมจราจรทางอากาศ
  • การประเมินจากสหกิจศึกษา เพื่อวัดสมรรถนะในการปฏิบัติงานจริง

โดยโครงสร้างคะแนนมีการกระจายตัวอย่างเหมาะสม ได้แก่ กลางภาค 20% ปลายภาค 60% และ
การประเมินระหว่างเรียน 20% ซึ่งสะท้อนทั้งการวัดผลระยะสั้นและระยะยาว

*** ตัวอย่าง Assessment Plan รายวิชา 223 221 Aerodrome Control Service***

นอกจากนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับ ความเที่ยงตรงและความเชื่อถือได้ของการประเมิน (Validity & Reliability) โดยมีระบบการทวนสอบข้อสอบผ่านผู้ทรงคุณวุฒิในหลายระดับ เช่น หัวหน้าสาขา คณบดี และผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือวัดสามารถวัดผลการเรียนรู้ที่ตั้งไว้ได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีการใช้ Test Blueprint
ในการกำหนดสัดส่วนข้อสอบให้ครอบคลุมผลการเรียนรู้ในแต่ละด้านอย่างชัดเจน

***ตัวอย่าง Test Blueprint ราวิชา 233 201 Air Navigation & Communication ***

                   ภายหลังการประเมิน อาจารย์ผู้สอนจะดำเนินการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน และรายงานผลผ่านระบบ MIS TQF 5 เพื่อสะท้อนว่าผลการเรียนรู้ที่คาดหวังบรรลุผลในระดับใด พร้อมทั้งนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนในรอบถัดไป ซึ่งแสดงถึงวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement: CQI)

กล่าวโดยสรุป คือ หลักสูตรมีการใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ครอบคลุม และมีการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบกับผลการเรียนรู้และวัตถุประสงค์การเรียนการสอนอย่างชัดเจน ทั้งในระดับการออกแบบ การดำเนินการ และการปรับปรุง ดังตาราง
ที่ 21

                   ตารางที่ 21 ตารางสรุปการประเมินผลของหลักสูตร

องค์ประกอบรายละเอียดการดำเนินการหลักฐานเชิงประจักษ์
Expected Learning Outcomes (ELOs)กำหนดผลการเรียนรู้ระดับหลักสูตรและรายวิชาอย่างชัดเจน ครอบคลุมด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะหมวดที่ 4
ของหลักสูตร
Teaching & Learning Activitiesออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น บรรยาย ปฏิบัติ Simulation และสหกิจศึกษาแผนการสอน
(TQF 3)
Assessment Methods (หลากหลาย)ใช้ข้อสอบ งานกลุ่ม การนำเสนอ Simulation และประเมิน
สหกิจศึกษา
โครงสร้างคะแนน +
วิธีประเมิน +
แบบประเมิน
Constructive Alignmentเชื่อมโยง ELOs → กิจกรรม → การประเมินผ่านการออกแบบรายวิชาการ mapping ใน TQF 3
Assessment Quality Assuranceมีการตรวจสอบข้อสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้ Test Blueprintระบบทวนสอบข้อสอบ
Feedback & Improvementวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ผ่าน TQF 5 และนำไปปรับปรุงการสอนรายงานผลการสอน (TQF 5)
Authentic Assessmentประเมินจากสถานการณ์จริง เช่น Simulation และสหกิจศึกษารายวิชาปฏิบัติ +
สหกิจศึกษา

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
4.1-1 TQF 2
4.1-2 TQF 3
4.1-3 TQF 5

4.2 The assessment and assessment-appeal policies are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently.

Operational Result

ผลการประเมินผู้เรียนของอาจารย์ในทุกรายวิชา มีการกระจายของคะแนนเป็น Normal Curve
โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. คะแนนการเข้าชั้นเรียน การตรงต่อเวลา พฤติกรรมอันพึงประสงค์ระหว่างการเรียนการสอน5%  2. คะแนนงานที่ได้รับมอบหมาย การทำกิจกรรม งานกลุ่ม และการนำเสนองานหรือรายงาน 15% 3. คะแนนสอบกลางภาค 20% และ 4. คะแนนสอบปลายภาค 60% ซึ่งข้อสอบทั้งกลางภาคและปลายภาคจะวัดความรู้นักศึกษาในทุก ๆ ด้าน ตามทฤษฎี Bloom Taxonomy  ทั้งความจำ ความเข้าใจ การประยุกต์ การวิเคราะห์ การประเมินผล และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อวัดนักศึกษาในทุก ๆ ด้านให้ได้ตามมาตรฐานที่หลักสูตร และมหาวิทยาลัยฯ กำหนด และให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2565 โดยมีขั้นตอนการประเมินผลการศึกษาและเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้

ตัวอย่างขั้นตอนการประเมินผลการศึกษารายวิชาฝึกปฏิบัติ

1. การประเมินผลรายวิชา

1.1 การประเมินผลระหว่างภาคการศึกษา

อาจารย์ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ผ่านการสอบย่อย (Quiz) การปฏิบัติ (Simulation) การส่งงาน (Assignment) และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน (Participation) คะแนนระหว่างภาคคิดเป็น 20% ของคะแนนรวม

1.2 การประเมินผลการสอบกลางภาคและปลายภาคการศึกษา

  • คะแนนสอบกลางภาค (Midterm Examination) 20%
  • คะแนนสอบปลายภาค (Final Examination) ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 60%

1.3 การตัดเกรด

คะแนน 80-100 ผลการศึกษาได้เกรด A

                 คะแนน 79-75 ผลการศึกษาได้เกรด B+

                 คะแนน 74-70 ผลการศึกษาได้เกรด B

                 คะแนน 69-65 ผลการศึกษาได้เกรด C+

                 คะแนน 64-60 ผลการศึกษาได้เกรด C

คะแนน 59-55 ผลการศึกษาได้เกรด D+

คะแนน 54-50 ผลการศึกษาได้เกรด D

คะแนน 49-0 ผลการศึกษาได้เกรด F

2. การประเมินผลการฝึกปฏิบัติ (Simulation & On-the-Job Training)

2.1 การประเมินโดยผู้สอน/ผู้ควบคุมการฝึก

การประเมินทักษะการควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC Procedures, Communication, Decision Making)

2.2 การสอบปฏิบัติ (Practical Examination)

นักศึกษาต้องผ่านการสอบปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง (ATC Simulator) ไม่ต่ำกว่า 70% ของแบบทดสอบ หากไม่ผ่านต้องทำการฝึกเพิ่มเติมและสอบใหม่

3. การประเมินผลรวม (Final Assessment)

3.1 การสรุปผลการเรียน

ต้องผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำในทุกรายวิชา (ไม่ต่ำกว่า C) และต้องผ่านการฝึกปฏิบัติและสอบปฏิบัติ

3.2 การพิจารณาจบหลักสูตร

  • ผลการศึกษารวมต้องไม่ต่ำกว่า 2.00
  • หากไม่ผ่านรายวิชาใดวิชาหนึ่งต้องลงทะเบียนเรียนใหม่
  • หากไม่ผ่านการฝึกปฏิบัติต้องฝึกปฏิบัติซ้ำ

นอกจากนี้ กรณีที่ผู้เรียนขออุทธรณ์ผลการประเมิน สามารถยื่นเรื่องผ่านประธานสาขาวิชา และ/หรือ คณบดี กรณีเป็นรายวิชาที่สอนโดยประธานสาขาวิชา ได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังประกาศผลการศึกษาในระบบของมหาวิทยาลัยฯ โดยทางสาขาวิชาฯ ได้มีการประกาศแจ้งข่าวให้แก่นักศึกษาทุกชั้นปีทราบผ่านแอพพลิเคชั่นกลุ่มไลน์และอีเมลล์ทางการศึกษาของนักศึกษาแต่ละคน และมอบหมายให้อาจารย์ที่ปรึกษาดำเนินการเช็คเกรดของนักศึกษาในความดูแลเป็นรายบุคคลผ่านระบบ MIS ของทางมหาวิทยาลัยฯ เพื่อติดตามผลและรายงานต่อหัวหน้าสาขาวิชาฯ ซึ่งในปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมาไม่มีนักศึกษาเข้ามายืนอุทรผลการศึกษาแต่อย่างใด

ตัวอย่างขั้นตอนการอุทธรณ์ผลการประเมินการศึกษา

1. การยื่นคำร้องขอทบทวนผลการประเมิน

1.1 ยื่นคำร้องภายใน 7 วันทำการ หลังจากทราบผลการประเมิน

1.2 แบบฟอร์มการอุทธรณ์

  • กรอกแบบฟอร์ม “คำร้องขอทบทวนผลการประเมิน” พร้อมระบุเหตุผล
  • ส่งคำร้องไปยัง คณะกรรมการวิชาการสาขา

2. การพิจารณาคำร้องโดยคณะกรรมการ

2.1 ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐาน

  • อาจารย์ผู้สอนตรวจสอบคะแนนและวิธีการประเมินอีกครั้ง
  • หากเป็นกรณีปฏิบัติ กรรมการอาจเรียกสอบใหม่

2.2 แจ้งผลการพิจารณาภายใน 14 วันทำการ

  • หากคำร้องได้รับการยอมรับ → ปรับปรุงผลการประเมิน
  • หากไม่ได้รับการยอมรับ → แจ้งเหตุผลการปฏิเสธ

3. การอุทธรณ์ต่อหน่วยงานสูงขึ้น (กรณีจำเป็น)

3.1 ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสาขาวิชา/คณะกรรมการวิชาการคณะ

  • ภายใน 10 วันทำการ หลังจากได้รับผลการพิจารณารอบแรก
  • ต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม (ถ้ามี)

3.2 การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ผลการตัดสินของคณะกรรมการวิชาการถือเป็นที่สิ้นสุด

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
4.2-1 TQF 3
4.2-2 TQF 5
4.2-3 ผลการศึกษาของนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2568

4.3 The assessment standards and procedures for student progression and degree completion, are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently.

Operational Result

หลักสูตรได้กำหนดมาตรฐานและขั้นตอนการประเมินความก้าวหน้าของนักศึกษา (student progression) และการสำเร็จการศึกษา (degree completion) อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และตรวจสอบได้ โดยอ้างอิงตามระเบียบของ
มหาวิทยาลัย และสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ทั้งนี้ ระบบการประเมินถูกออกแบบให้ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของนักศึกษา ตั้งแต่การรับเข้า การติดตามความก้าวหน้า ไปจนถึงการสำเร็จการศึกษา โดยแบ่งช่วงการประเมินออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

1. นักศึกษาใหม่ หลักสูตรได้กำหนดคุณสมบัติการรับนักศึกษาเข้าอย่างชัดเจน เช่น การสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า สุขภาพร่างกายและจิตใจที่เหมาะสม และการปฏิบัติตามระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยมีขั้นตอนการประเมินที่เป็นระบบผ่านกระบวนการรับนักศึกษา (admission system) ซึ่งมีการแสดงเป็นแผนผัง (Flowchart ขั้นตอนการรับนักศึกษาใหม่) เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกัน นอกจากนี้ หลักสูตรยังมีการสื่อสารเกณฑ์และข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ ผ่านกิจกรรมแนะแนวและการปฐมนิเทศ เพื่อให้ผู้เรียนรับทราบก่อนเริ่มเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย

     2. นักศึกษาโอนย้าย หลักสูตรกำหนดมาตรฐานการเทียบโอนหน่วยกิตอย่างโปร่งใส โดยอิงตามระเบียบมหาวิทยาลัยและเกณฑ์ระดับประเทศ เช่น การกำหนดเกรดขั้นต่ำ (ไม่ต่ำกว่า C) และจำนวนหน่วยกิตที่สามารถโอนได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของหลักสูตร รวมถึงมีขั้นตอนการพิจารณาที่ชัดเจนผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในกรณีโอนย้ายภายในและภายนอกสถาบัน ซึ่งช่วยให้เกิดความเป็นธรรมและความสม่ำเสมอในการตัดสินใจ โดยมีแผนผัง ขั้นตอนการประเมินนักศึกษาที่โอนย้าย ดังนี้ Flowchart ขั้นตอนการประเมินนักศึกษาที่โอนย้าย

     3. นักศึกษาที่กำลังศึกษา หลักสูตรมีระบบติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเกณฑ์การคงสภาพนักศึกษาและการพ้นสภาพอย่างชัดเจน เช่น ค่า GPA ขั้นต่ำในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาที่มีความเสี่ยง (at-risk students) ผ่านระบบอาจารย์ที่ปรึกษาและการแจ้งเตือนอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการนำเกณฑ์ไปใช้จริงอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบเดียวกันทั้งหลักสูตร

     4. นักศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษา หลักสูตรกำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาอย่างชัดเจน เช่น การเรียนครบตามโครงสร้างหลักสูตร (121 หน่วยกิต) การมีค่า GPA ไม่ต่ำกว่า 2.00 การผ่านการฝึกงาน และการไม่มีภาระหนี้สินกับมหาวิทยาลัย โดยมีการใช้ระบบสารสนเทศ (MIS) ในการตรวจสอบและติดตามสถานะการสำเร็จการศึกษาแบบ
real-time ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

นอกจากนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการ “สื่อสาร” อย่างเป็นระบบ โดยใช้หลายช่องทาง เช่น
การปฐมนิเทศ เว็บไซต์ ระบบ MIS และการให้คำปรึกษาโดยอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาทุกคนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเท่าเทียมกัน ขณะเดียวกัน การดำเนินการทั้งหมดถูกควบคุมภายใต้ระเบียบเดียวกันของมหาวิทยาลัย
ทำให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างสม่ำเสมอ และลดความคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติ จากการดำเนินงานดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรมีระบบการประเมินความก้าวหน้าและการสำเร็จการศึกษาที่มีความชัดเจน โปร่งใส มีการสื่อสารอย่างทั่วถึง และมีการนำไปใช้จริงอย่างต่อเนื่อง ดังตารางที่ 22

ดังตารางที่ 22 ตารางสรุปขั้นตอนการประเมินความก้าวหน้าและการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา

ช่วงของนักศึกษามาตรฐาน (Standards)ขั้นตอน (Procedures)ช่องทางการสื่อสารความสม่ำเสมอใน
การใช้
นักศึกษาใหม่คุณสมบัติการรับเข้า
(วุฒิ, สุขภาพ, ความประพฤติ)
ระบบรับสมัคร + Flowchart ชัดเจนปฐมนิเทศ /
แนะแนว
ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งมหาวิทยาลัย
นักศึกษาโอนย้ายเกรด ≥ C, โอนได้ ≤ 50%คณะกรรมการพิจารณา + ขั้นตอนอนุมัติคู่มือ/ระเบียบ/เจ้าหน้าที่ใช้เกณฑ์เดียวกัน
ทุกกรณี
นักศึกษาที่กำลังศึกษาGPA ขั้นต่ำ, เงื่อนไขพ้นสภาพติดตามผลรายภาค +
ระบบที่ปรึกษา
แจ้งเตือน / พบอาจารย์ที่ปรึกษาใช้ต่อเนื่องทุกภาคการศึกษา
นักศึกษา
ก่อนจบ
หน่วยกิตครบ, GPA ≥ 2.00, ฝึกงานตรวจสอบผ่านระบบ MISระบบออนไลน์ +
ที่ปรึกษา
ตรวจสอบด้วยระบบเดียวกันทั้งหมด

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
4.3-1  ระเบียบมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ.2565
4.3-2 ระบบ MIS
4.3-3 โครงการปฐมนิเทศ

4.4 The assessments methods are shown to include rubrics, marking schemes, timelines, and regulations, and these are shown to ensure validity, reliability, and fairness in assessment.

Operational Result

หลักสูตรได้ออกแบบและดำเนินการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้ง วิธีการประเมิน (assessment methods), ระยะเวลา (timeline), เกณฑ์การให้คะแนน (rubrics & marking schemes),
การกระจายค่าน้ำหนัก (weighting), และหลักเกณฑ์การตัดเกรด โดยมีการกำหนดรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนในเอกสาร มคอ.3 ของทุกรายวิชา และสื่อสารให้ผู้เรียนรับทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มการเรียนการสอน เพื่อสร้างความโปร่งใสและลดความคลาดเคลื่อนในการรับรู้

การประเมินผลถูกออกแบบให้ สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (CLOs alignment) ในทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ คุณธรรมจริยธรรม ความรู้ ทักษะทางปัญญา ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขและเทคโนโลยี โดยใช้เครื่องมือประเมินที่หลากหลาย เช่น การทดสอบย่อย การสอบกลางภาค–ปลายภาค การประเมินจากงานโครงงาน การนำเสนอ และการประเมินตามสภาพจริง ซึ่งช่วยสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนในหลายมิติ

ด้าน โครงสร้าง เวลา และการกระจายค่าน้ำหนัก หลักสูตรกำหนดแผนการประเมินอย่างเป็นลำดับตลอดภาคการศึกษา (continuous assessment) เช่น การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน (3%) งานที่มอบหมาย (8%) แบบทดสอบและการสอบย่อย (5%) การนำเสนอ (4%) การสอบกลางภาค (20%) และการสอบปลายภาค (60%) ซึ่งแสดงถึงการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลระหว่าง formative และ summative assessment และช่วยลดความเสี่ยงจากการประเมินเพียง
ครั้งเดียว และเพื่อให้การประเมินมีความถูกต้อง (Validity) หลักสูตรมีการออกแบบข้อสอบและเครื่องมือประเมินให้สอดคล้องกับ CLOs และผ่านกระบวนการตรวจสอบหลายระดับ โดยคณาจารย์ผู้สอน คณะกรรมการหลักสูตร และคณะกรรมการตรวจสอบการวัดและประเมินผล พร้อมทั้งมีการวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับผลลัพธ์
การเรียนรู้

ด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability) มีการใช้วิธีการตรวจข้อสอบโดยผู้ประเมินมากกว่าหนึ่งคน (inter-rater) การใช้ marking schemes ที่ชัดเจน เพื่อประเมินความสอดคล้องของเครื่องมือวัด รวมถึงการกำหนดมาตรฐานการให้คะแนนร่วมกันในรายวิชาที่มีผู้สอนหลายคน

ด้านความเป็นธรรม (Fairness) หลักสูตรกำหนดกฎระเบียบการตัดเกรดที่ชัดเจนตามระเบียบมหาวิทยาลัย และมีระบบอุทธรณ์ผลการเรียน (appeal process) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบและทบทวนคะแนนได้ นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์การกระจายเกรด (grade distribution) เพื่อค้นหาความผิดปกติหรืออคติในการประเมิน

               กระบวนการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนด้วยระบบการทวนสอบ ทั้งก่อนการประเมิน ระหว่างการประเมิน และหลังการประเมิน รวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก และการนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มั่นใจได้ว่าการประเมินผลของหลักสูตรมีคุณภาพ และมีความโปร่งใส ดังตารางที่23

               ตารางที่23 โครงสร้างและกลไกการประเมินผลของหลักสูตร

องค์ประกอบการประเมินแนวปฏิบัติของหลักสูตรหลักฐานเชิงประจักษ์การประกันคุณภาพ (AUN-QA)
วิธีการประเมิน (Methods)ใช้หลากหลาย เช่น Quiz, Assignment, Presentation, Exam, Simulatorมคอ.3 และแผนการสอนครอบคลุม CLOs ทุกด้าน
ระยะเวลา (Timeline)กำหนดรายสัปดาห์ตลอดภาคการศึกษาตาราง Assessment Planลด bias จากการสอบครั้งเดียว
เกณฑ์การประเมิน (Rubrics/Marking)มี rubrics และ marking scheme ชัดเจนตัวอย่างข้อสอบ + เฉลยเพิ่ม reliability
การกระจายน้ำหนัก (Weighting)CA (20%) + Midterm (20%) + Final (60%)Assessment of Learning Outcomeสมดุล formative/summative
การตัดเกรด (Grading Policy)อิงเกณฑ์มหาวิทยาลัย (A–F)ระเบียบปี 2565โปร่งใส เป็นธรรม
ความถูกต้อง (Validity)CLO-based assessment +
multi-level review
รายงานทวนสอบวัดตรงตามผลลัพธ์
ความน่าเชื่อถือ (Reliability)Inter-raterรายงานสถิติความสม่ำเสมอของคะแนน
ความเป็นธรรม (Fairness)ไม่มี bias + มี appeal processระบบอุทธรณ์เท่าเทียม ตรวจสอบได้
การทวนสอบ (Verification)มีคณะกรรมการ + external reviewerรายงาน QAควบคุมคุณภาพ
การปรับปรุง (CQI)นำผลไปปรับปรุงการสอน/ประเมินรายงานสรุปผลพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
4.4-1 TQF 3
4.4-2 Assessment Plan
4.4-3 ระเบียบมหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ.2565
4.4-4รายงานทวนสอบข้อสอบ

4.5 The assessment methods are shown to measure the achievement of the expected learning outcomes of the programme and its courses.

Operational Result

สาขาวิชาฯ ได้ดำเนินการออกแบบระบบการประเมินผลการเรียนรู้โดยยึดหลัก Outcome-Based Education (OBE) อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการกำหนด ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตร (Program Learning Outcomes: PLOs) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานสากล (เช่น ICAO, FAA) จากนั้นจึงถ่ายทอดลงสู่ ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (Course Learning Outcomes: CLOs) ผ่านกระบวนการ Curriculum Mapping เพื่อให้มั่นใจว่าทุกรายวิชามีส่วนสนับสนุนการบรรลุ PLOs อย่างชัดเจน โดยผู้สอนทุกรายวิชาจะต้องออกแบบวิธีการประเมิน โดยอิง CLOs และเชื่อมโยงกลับไปยัง PLOs อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งกำหนด เครื่องมือประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนที่สามารถวัดผลได้จริง และตรวจสอบได้ โดยครอบคลุมทั้ง 3 ด้านของการเรียนรู้ ได้แก่

1. ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ใช้วิธีการประเมิน เช่น การสอบข้อเขียน การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการสอบสถานการณ์จำลอง เพื่อวัดความรู้ ความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์เชิงระบบ

2. ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) ใช้การประเมินผ่านการปฏิบัติจริง เช่น การใช้เครื่องจำลองในห้องปฏิบัติการ การฝึกปฏิบัติ และการฝึกงานในสถานประกอบการ โดยมีเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิง

3. ด้านเจตพิสัย (Affective Domain) ใช้การประเมินเชิงพฤติกรรม เช่น การสังเกต การมีส่วนร่วม
ความรับผิดชอบ และวินัยในการทำงาน โดยใช้แบบประเมินเชิงพฤติกรรมและ rubric ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ สาขาวิชาฯ ยังใช้การประเมินแบบหลากหลาย (Multiple Assessment Methods) และ
การประเมินแบบต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสะท้อนพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง รวมถึงมีการใช้ Authentic Assessment เช่น การจำลองสถานการณ์จริง (Simulation-based Assessment) และการฝึกงาน (Internship Evaluation) เพื่อประเมินสมรรถนะในบริบทวิชาชีพจริง ซึ่งผลการประเมินจะถูกนำไปวิเคราะห์ในระดับรายวิชาและระดับหลักสูตร ผ่านกระบวนการ Course Report (TQF 5) และ Program Report (TQF 7) เพื่อพิจารณาว่าผู้เรียนสามารถบรรลุ CLOs และ PLOs ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ โดยมีการกำหนด Key Performance Indicators (KPIs) เช่น ร้อยละของนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในแต่ละ PLO ดังตารางที่ 24

ตารางที่ 24 ความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้ วิธีการประเมิน และเครื่องมือประเมินระดับหลักสูตรและรายวิชา

ระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes)วิธีการประเมิน (Assessment Methods)เครื่องมือ/เกณฑ์การประเมิน (Tools & Rubrics)ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs)
หลักสูตร (PLO)ทักษะการควบคุมจราจรทางอากาศตามมาตรฐานสากลการสอบปฏิบัติในห้อง Simulation, การประเมินฝึกงานRubric มาตรฐาน ICAO, แบบประเมินจากอาจารย์ผู้สอน≥ 70% ผ่านเกณฑ์
หลักสูตร (PLO)การตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉินScenario-based Exam, Case StudyRubric การคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจ≥ 75% ผ่านเกณฑ์
หลักสูตร (PLO)การใช้เทคโนโลยี ATSPractical Test, Project-based Assessmentการทดสอบระบบ Radar/ADS-B, Rubric การใช้งาน≥ 75% ผ่านเกณฑ์
รายวิชา (CLO)อธิบายกฎและขั้นตอน ATCWritten Exam, Presentationแบบทดสอบ, Rubric การนำเสนอ≥ 70% ผ่านเกณฑ์
รายวิชา (CLO)ทักษะการจัดกระยะ
อากาศยาน
Simulator Test, Scenario Analysisบันทึกผล Simulator, Rubric ความถูกต้อง≥ 70% ผ่านเกณฑ์

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
4.5-1 ตัวอย่าง ASSESSMENT OF THE LEARNING OUTCOMES
4.5-2 การวัดผลสำเร็จของผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง รายวิชา และผลสำเร็จของหลักสูตรรายชั้นปี

4.6 Feedback of student assessment is shown to be provided in a timely manner.

Operational Result

การให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ผู้เรียนอย่างทันท่วงทีถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึก และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยสาขาวิชาได้ออกแบบระบบการให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตลอดวงจรการเรียนรู้ ได้แก่ ระยะก่อนเรียน ระยะระหว่างเรียน และระยะหลังเรียน โดยกำหนดกรอบเวลา และรูปแบบการให้ข้อมูลป้อนกลับที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                   1. ระยะก่อนการเรียนรู้ (Pre-Learning Phase) สาขาวิชามุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายการเรียนรู้และเกณฑ์การประเมิน โดยผู้สอนจะชี้แจง Learning Outcomes และ Rubrics อย่างโปร่งใสตั้งแต่ต้นภาคการศึกษา เพื่อให้นักศึกษาทราบถึงความคาดหวังและสามารถวางแผนการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมี
การประเมินความรู้พื้นฐานผ่านแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) และให้ข้อมูลป้อนกลับเบื้องต้นเกี่ยวกับจุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา พร้อมแนะนำแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม ซึ่งช่วยลดช่องว่างของความรู้ (learning gap) และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลัก

                        2. ระยะระหว่างการเรียนรู้ (Formative Phase) สาขาวิชาให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ (1) การให้ข้อมูลป้อนกลับทันที ในกิจกรรมที่ต้องการการแก้ไขอย่างรวดเร็ว เช่น การตอบคำถามในชั้นเรียน การฝึกปฏิบัติ หรือการทำงานกลุ่ม ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถปรับความเข้าใจได้ในขณะนั้น และ (2) การให้ข้อมูลป้อนกลับแบบมีระยะเวลา สำหรับงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์หรือสะท้อนคิด เช่น assignments หรือโครงงานย่อย โดยกำหนดระยะเวลาการคืนงานภายใน 3–5 วัน พร้อมข้อเสนอแนะเชิงลึกและเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ผู้สอนยังใช้เทคนิคการให้ข้อมูลป้อนกลับเชิงสร้างสรรค์ เช่น “2 Stars and a Wish” เพื่อสร้างแรงจูงใจและลดผลกระทบด้านลบต่อผู้เรียน

                        3. ระยะหลังการเรียนรู้ (Summative Phase) สาขาวิชาดำเนินการให้ข้อมูลป้อนกลับหลังการประเมินผลอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดกรอบเวลาการคืนผลการประเมินภายใน 1–2 สัปดาห์ พร้อมคำอธิบายคะแนนและข้อเสนอแนะเชิงพัฒนา อีกทั้งหลังการประกาศผลอย่างเป็นทางการ อาจารย์ที่ปรึกษาจะดำเนินการให้ข้อมูลป้อนกลับรายบุคคลภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อช่วยให้นักศึกษาวางแผนการเรียนในอนาคต เช่น การลงเรียนซ้ำ การเพิ่มรายวิชา หรือการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน

                        นอกจากนี้ สาขาวิชาฯ ยังมีระบบติดตามนักศึกษากลุ่มเสี่ยง โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะตรวจสอบผล
การเรียนและเรียกนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์เข้าพบเพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึก พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเสริม เช่น การติวเพิ่มเติมหรือการให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อการปรับปรุงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพื่อรายงานผล และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ คือ กรณีของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่มีผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ สาขาวิชาได้ดำเนินการให้ข้อมูลป้อนกลับเชิงลึก ร่วมกับการวางแผนแก้ไขรายวิชา และประสานงานเพื่อเปิดรายวิชาเพิ่มเติมในภาคฤดูร้อน ส่งผลให้นักศึกษาสามารถปรับปรุงผลการเรียนและยังคงอยู่ในแผนการสำเร็จการศึกษาได้ตามกำหนด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของระบบการให้ข้อมูลป้อนกลับที่มีความทันท่วงทีและนำไปใช้ได้จริง ดังตาราง
ที่ 25

ตารางที่ 25 ระบบการให้ข้อมูลป้อนกลับตามช่วงเวลาการเรียนรู้

ระยะการเรียนรู้รูปแบบการให้ Feedbackกรอบเวลาวิธีการดำเนินการผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ก่อนเรียน
(Pre-Learning)
Feedback เป้าหมายการเรียนรู้ / Pre-testก่อนเริ่มรายวิชาชี้แจง LO, Rubrics, วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนผู้เรียนมีความพร้อมและเข้าใจทิศทาง
ระหว่างเรียน (Formative)Immediate Feedbackทันทีถาม-ตอบ, ฝึกปฏิบัติ,
งานกลุ่ม
ปรับความเข้าใจได้ทันที
Delayed Feedbackภายใน 3–5 วันตรวจ assignment พร้อมข้อเสนอแนะรายบุคคลพัฒนาทักษะเชิงลึก
หลังเรียน (Summative)Feedback ผลการประเมินภายใน 1–2 สัปดาห์คืนข้อสอบ/โครงงาน/รายงาน พร้อมคำอธิบายเข้าใจผลลัพธ์และข้อผิดพลาด
หลังประกาศผลFeedback โดยอาจารย์
ที่ปรึกษา
ภายใน 1 สัปดาห์ให้คำปรึกษารายบุคคล วางแผนการเรียนวางแผนพัฒนาระยะต่อไป
การติดตามต่อเนื่องFeedback นักศึกษากลุ่มเสี่ยงต่อเนื่องเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา,
ติวเสริม, วางแผนแก้ไข
ลดการตกซ้ำและ
เพิ่มโอกาสสำเร็จ

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
4.6-1 รายงานการให้คำปรึกษาประจำชั้น
4.6-2 ผลการเรียนของนักศึกษา
4.6-3ตารางเรียนนักศึกษาสาขาวิชาการควบคุมจราจรทางอากาศประจำปีการศึกษา 2568

4.7 The student assessment and its processes are shown to be continuously reviewed and improved to ensure their relevance to the needs of industry and alignment to the expected learning outcomes.

Operational Result

การประเมินนักศึกษาและกระบวนการประเมินของหลักสูตรสาขาวิชาการควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) ได้รับการออกแบบและดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังกับความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน พร้อมทั้งมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องบนฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง และความทันสมัย

ด้านการออกแบบ หลักสูตรได้เริ่มจากการกำหนด ELOs โดยอ้างอิงสมรรถนะวิชาชีพที่จำเป็น เช่น ความรู้ด้านกฎหมายการบิน ทักษะการสื่อสารทางวิทยุสื่อสาร การตัดสินใจภายใต้ความกดดัน และการใช้ระบบ ATS ทั้งนี้มีการบูรณาการข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก อาทิ หน่วยงานด้านการบิน สายการบิน และผู้ใช้บัณฑิต เพื่อให้มั่นใจว่า ELOs มีความสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง constructive alignment ระหว่าง ELOs การจัดการเรียนการสอน และการประเมินผล

ด้านการดำเนินการ หลักสูตรใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และสมรรถนะเชิงพฤติกรรม ได้แก่ การสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติในห้องฝึกปฏิบัติการ การประเมินการสื่อสาร และ
การประเมินผ่านสถานการณ์จำลอง โดยมีทั้งการประเมินก่อนเรียน การประเมินระหว่างเรียน และการประเมินปลายภาค พร้อมทั้งกำหนดเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดความเที่ยงตรง และความเชื่อมั่นในคุณภาพของการจัดการเรียน
การสอน

ด้านการติดตามและวิเคราะห์ผล หลักสูตรมีการรวบรวมข้อมูลผลการประเมินอย่างเป็นระบบ เช่น
อัตราการผ่าน/ไม่ผ่าน จุดแข็ง-จุดอ่อนของนักศึกษา และข้อเสนอแนะจากอาจารย์ผู้สอน รวมถึงผลการบรรลุ ELOs ของนักศึกษาในแต่ละชั้นปี ซึ่งพบว่านักศึกษาสามารถบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามที่กำหนดได้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีการนำข้อมูลจากการนิเทศสหกิจศึกษา และความคิดเห็นของสถานประกอบการมาใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการยืนยันคุณภาพของบัณฑิตอีกด้วย

นอกจากนี้ หลักสูตรยังได้มีวงจรการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  โดยมีการนำผลการประเมินเข้าสู่กระบวนการทบทวนหลักสูตรเป็นประจำทุกปี ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอก เช่น คณาจารย์
ศิษย์เก่า และผู้ใช้บัณฑิต ประเด็นการปรับปรุงครอบคลุมทั้งการพัฒนาเครื่องมือประเมินให้ทันสมัย (เช่น การปรับปรุงระบบ simulator) การปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานการบินที่เปลี่ยนแปลง และการปรับน้ำหนักการประเมินตามความสำคัญของสมรรถนะ และหลักสูตรยังมีระบบ feedback loop ที่ชัดเจน โดยใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง ได้แก่ แบบประเมินรายวิชาของนักศึกษา (TQF 5) การทวนสอบข้อสอบ ความคิดเห็นจากผู้ใช้บัณฑิตและพี่เลี้ยงสหกิจศึกษา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์และใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนและการประเมินในรอบถัดไปอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ การนำข้อเสนอแนะของสถานประกอบการเกี่ยวกับทักษะการทำงานเป็นทีม
ความรับผิดชอบ และไหวพริบในการทำงาน มาปรับกิจกรรมการเรียนรู้และวิธีการประเมิน ส่งผลให้นักศึกษาแสดงสมรรถนะดังกล่าวได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสถานการณ์จริง

ผลลัพธ์ของกระบวนการดังกล่าวสะท้อนผ่านความพึงพอใจของสถานประกอบการและข้อเสนอแนะเชิงบวกจากการฝึกปฏิบัติงานจริง ซึ่งยืนยันว่าการประเมินและกระบวนการที่เกี่ยวข้องมีความสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม และสามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตรงตามความคาดหวังของตลาดแรงงานหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ดังตารางที่ 26

ตารางที่ 26 กระบวนการทบทวนและปรับปรุงการประเมินนักศึกษาเพื่อความสอดคล้องกับ ELOs และความต้องการอุตสาหกรรม

ขั้นตอนกิจกรรมหลักแหล่งข้อมูล/หลักฐานผลลัพธ์/การปรับปรุง
1. การกำหนด ELOsระบุสมรรถนะร่วมกับภาคอุตสาหกรรมความเห็นจาก AOT/
สายการบิน/ผู้ใช้บัณฑิต
ELOs สอดคล้องกับวิชาชีพจริง
2. การออกแบบ
การประเมิน
ใช้วิธีประเมินหลากหลาย (ข้อเขียน/ปฏิบัติ/สถานการณ์จำลอง)แผนการสอนและเครื่องมือประเมินการวัดผลครอบคลุมทุกมิติของสมรรถนะ
3. การดำเนินการประเมินFormative & Summative
พร้อม rubrics
ผลคะแนนและรายงานการประเมินการประเมินมีความเที่ยงตรงและเป็นธรรม
4. การวิเคราะห์ผลวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์และข้อเสนอแนะผลสอบ, feedback อาจารย์/นักศึกษาระบุจุดแข็ง-จุดอ่อนของผู้เรียน
5. การรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนิเทศสหกิจศึกษา/feedback
ผู้ใช้บัณฑิต
รายงานสถานประกอบการข้อมูลจริงจากภาคอุตสาหกรรม
6. การทบทวนหลักสูตรประชุมประจำปีร่วม stakeholderรายงานการประชุมแนวทางปรับปรุงที่ชัดเจน
7. การปรับปรุงและติดตามผลปรับเครื่องมือ/เนื้อหา/วิธีประเมินผลลัพธ์รุ่นถัดไป/อัตราการจ้างงานคุณภาพบัณฑิตดีขึ้นต่อเนื่อง

Evidence

ID_EvidenceName_Evidence
4.7-1 ตัวอย่างการรีวิวข้อสอบ ปีการศึกษา 2568
4.7-2 แบบสอบถามและข้อเสนอแนะระหว่างการนิเทศน์ศึกษา ปีการศึกษา 2568
4.7-3รายงานผลการนิเทศน์ศึกษา ปีการศึกษา 2568
4.7-4แบบสอบถามนิเทศน์สหกิจ

Self-Assessment

RequirementsResultScore
4.1 A variety of assessment methods are shown to be used and are shown to be constructively aligned to achieving the expected learning outcomes and the teaching and learning objectives./1
4.2 The assessment and assessment-appeal policies are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently./1
4.3 The assessment standards and procedures for student progression and degree completion, are shown to be explicit, communicated to students, and applied consistently./1
4.7 The student assessment and its processes are shown to be continuously reviewed and improved to ensure their relevance to the needs of industry and alignment to the expected learning outcomes. 
4.4 The assessments methods are shown to include rubrics, marking schemes, timelines, and regulations, and these are shown to ensure validity, reliability, and fairness in assessment./1
4.5 The assessment methods are shown to measure the achievement of the expected learning outcomes of the programme and its courses./
4.6 Feedback of student assessment is shown to be provided in a timely manner./1
Overall5