Criterion 7 – Facilities and Infrastructure
Criterion
Requirements

Quality level assessment

Result
7.1 The physical resources to deliver the curriculum, including equipment, material, and information technology, are shown to be sufficient.
Operational Result
หลักสูตรได้ดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรทางกายภาพเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นให้ทรัพยากรด้านอุปกรณ์ วัสดุ และเทคโนโลยีสารสนเทศมีความเพียงพอ สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร และรองรับจำนวนนักศึกษาอย่างเหมาะสม ทั้งนี้มีการกำหนดแผนการจัดหาและจัดสรรทรัพยากรอย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากความต้องการใช้งานจริงในรายวิชา ความจำเป็นเชิงวิชาชีพ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชา
หลักสูตรได้ดำเนินการจัดให้มีทรัพยากรพื้นฐานและทรัพยากรเฉพาะทางอย่างครบถ้วน เช่น ห้องเรียนที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียงพอ ห้องปฏิบัติการที่ติดตั้งเครื่องมือเฉพาะทาง ได้แก่ ระบบเรดาร์ วิทยุสื่อสาร โมเดลเครื่องบิน และ Table Top สำหรับการจำลองสถานการณ์ รวมถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเครื่องสำรองไฟฟ้า เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ เช่น หนังสือ ตำรา และเอกสารวิชาการเพิ่มเติม ทั้งในและนอกห้องสมุด เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษาอย่างเพียงพอและทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรดังกล่าวมีความเพียงพอและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ อีกทั้ง หลักสูตรได้กำหนดระบบการตรวจสอบ บำรุงรักษา และซ่อมแซมอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกในการตรวจเช็คอุปกรณ์สำคัญ เช่น ระบบคอมพิวเตอร์และระบบเรดาร์ในห้องปฏิบัติการควบคุมจราจรทางอากาศ ตลอดจนมีการติดตามอัตราการใช้งาน และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน
เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทรัพยากรทางกายภาพของหลักสูตรมีความเพียงพอ ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังตารางที่ 41
ตารางที่ 41การจัดสรรและความเพียงพอของทรัพยากรทางกายภาพ
| ประเภททรัพยากร | รายการทรัพยากร | การจัดสรร/ลักษณะการใช้งาน | ความเพียงพอ/แนวทางประเมิน |
| ห้องเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวก | โต๊ะ เก้าอี้ ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง | รองรับจำนวนนักศึกษาในแต่ละรายวิชา | เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา ตรวจสอบทุกภาคการศึกษา |
| ห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง | ระบบเรดาร์ วิทยุสื่อสาร Table Top โมเดลเครื่องบิน | ใช้ในการจำลองสถานการณ์จริงทางวิชาชีพ | เพียงพอและสอดคล้องกับ CLOs ประเมินจากการใช้งานจริง |
| เทคโนโลยีสารสนเทศ | คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เครื่องสำรองไฟ | สนับสนุนการเรียนการสอนและการค้นคว้า | เพียงพอ มีการตรวจสอบประสิทธิภาพระบบอย่างต่อเนื่อง |
| ทรัพยากรสารสนเทศ | หนังสือ ตำรา เอกสารวิชาการเพิ่มเติม | ใช้ศึกษาค้นคว้าและเตรียมสอบ | เพียงพอ และมีการจัดหาเพิ่มเติมตามความต้องการ |
| การบำรุงรักษา | การซ่อมแซม ตรวจสอบอุปกรณ์ | ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญภายในและภายนอก | มีระบบติดตามและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ |
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.1-1 | สิ่งอำนวยความสะดวก |
| 7.1-2 | ระบบและอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ |
| 7.1-3 | หนังสือ ตำรา เอกสารวิชาการ |
| 7.1-4 | โครงการบำรุงรักษา |
7.2 The laboratories and equipment are shown to be up-to-date, readily available, and effectively deployed.
Operational Result
หลักสูตรได้ดำเนินการบริหารจัดการห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านความทันสมัย (up-to-date) ความพร้อมใช้งาน (readily available) และการใช้งานอย่างมีประสิทธิผล (effectively deployed) โดยมีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ ดังนี้
1. หลักสูตรมีการจัดเตรียมห้องปฏิบัติการเฉพาะทางที่สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร โดยเฉพาะในกลุ่มวิชาชีพด้านการควบคุมจราจรทางอากาศ ซึ่งประกอบด้วยรายวิชาปฏิบัติการและการจำลองสถานการณ์จำนวน 8 รายวิชา ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการถูกออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับสถานการณ์จริง (realistic simulation environment) เช่น ระบบจำลองเรดาร์ ระบบวิทยุสื่อสาร และซอฟต์แวร์ควบคุมจราจรทางอากาศ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของผู้เรียนอย่างแท้จริง
2. หลักสูตรมีระบบการปรับปรุงและทดแทนอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากหลายแหล่ง ได้แก่ ข้อเสนอแนะจากอาจารย์ประจำหลักสูตร อาจารย์พิเศษ ผู้เชี่ยวชาญภายนอก และนักศึกษา รวมถึงการพิจารณาอายุการใช้งานและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ กระบวนการดังกล่าวนำไปสู่การวางแผน งบประมาณและ
การจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ทำให้อุปกรณ์มีความทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม
3. ด้านความพร้อมในใช้งาน หลักสูตรมีการบริหารจัดการตารางการใช้ห้องปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างเพียงพอและไม่เกิดความแออัด นอกจากนี้ยังมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และการซ่อมบำรุงเชิงแก้ไข โดยประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารมีความเสถียร พร้อมใช้งานตลอดเวลา
4. หลักสูตรได้ดำเนินการใช้งานทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผล โดยการบูรณาการห้องปฏิบัติการเข้ากับกระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างชัดเจน เช่น การใช้สถานการณ์จำลองในรายวิชาปฏิบัติ การประเมินผลผู้เรียนจากการปฏิบัติงานจริง และการพัฒนาทักษะการตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤต/ฉุกเฉิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรเพื่อสนับสนุนผลลัพธ์การเรียนรู้ (learning outcomes) อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ หลักสูตรยังมีการติดตามและประเมินประสิทธิภาพการใช้ห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์
อย่างต่อเนื่อง ผ่านตัวชี้วัด เช่น อัตราการใช้งาน ความพึงพอใจของผู้ใช้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา
เพื่อนำข้อมูลไปสู่การปรับปรุงอย่างเป็นระบบ ดังตารางที่ 42
ตารางที่ 42 การบริหารจัดการห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์
| ประเด็นการประเมิน | แนวทางดำเนินการ | หลักฐานเชิงประจักษ์ | ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น |
| ความทันสมัยของอุปกรณ์ (Up-to-date) | วางแผนปรับปรุง/ทดแทนอุปกรณ์ตามอายุการใช้งานและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | แผนจัดซื้อจัดจ้าง รายงานข้อเสนอแนะ | อุปกรณ์มีความทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีอุตสาหกรรม |
| ความพร้อมใช้งาน (Readily available) | จัดตารางใช้ห้องปฏิบัติการและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน | ตารางใช้งาน รายงานการซ่อมบำรุง | ผู้เรียนเข้าถึงอุปกรณ์ได้เพียงพอ ระบบมีความเสถียร |
| การใช้งานอย่างมีประสิทธิผล (Effective deployment) | บูรณาการห้องปฏิบัติการกับการเรียนการสอนและการประเมินผล | แผนการสอน รายงานผลการเรียนรู้ | ผู้เรียนมีทักษะปฏิบัติจริงและสมรรถนะวิชาชีพสูงขึ้น |
| การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous improvement) | ประเมินผลการใช้งานและนำข้อมูลไปพัฒนา | แบบประเมินความพึงพอใจ/ รายงาน KPI | เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน |
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.2-1 | โครงการบำรุงรักษา |
| 7.2-2 | แบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษา |
| 7.2-3 | รายงานการซ่อมบำรุง |
7.3 A digital library is shown to be set-up, in keeping with progress in information and communication technology.
Operational Result
หลักสูตรได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบว่าด้านการจัดตั้งและพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library)
ที่สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยมุ่งเน้นการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย เข้าถึงได้สะดวก และสนับสนุนทั้งการเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 อย่างมีประสิทธิผลและต่อเนื่อง
ด้านการดำเนินการ หลักสูตรได้บูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการออกแบบและพัฒนาระบบห้องสมุดดิจิทัลให้มีความพร้อมใช้งาน (availability) และการเข้าถึง (accessibility) ที่สูง โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย สะท้อนให้เห็นถึงการนำแนวคิด “Anywhere Anytime Learning” มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรทรัพยากรสารสนเทศที่ทันสมัย ครอบคลุมทั้ง e-books, e-journals, ฐานข้อมูลวิชาการ และแหล่งข้อมูลเฉพาะทางที่สอดคล้องกับสาขาวิชา เช่น อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งมีการอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์ความรู้และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ด้านเทคโนโลยี ระบบห้องสมุดดิจิทัลได้รับการออกแบบให้มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายและทันสมัย เช่น ระบบสืบค้นที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ระบบยืม-คืนออนไลน์ที่ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ระบบอ่าน e-book ที่รองรับอุปกรณ์หลากหลาย รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้และแนะนำเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ (user experience)
นอกจากนี้ หลักสูตรยังได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตามแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่ เช่น การนำ VR/AR มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เสมือนจริง การพัฒนาระบบให้รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ (mobile-first approach) และการสร้างชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ (online learning community)
เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว (adaptability) และการวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การเพิ่มอัตราการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศของนักศึกษาและอาจารย์ ความพึงพอใจของผู้ใช้ที่สูงขึ้น การสนับสนุนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการวิจัย ตลอดจนการลดข้อจำกัดด้านทรัพยากรทางกายภาพ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิผล (effectiveness) และความคุ้มค่า (efficiency) ของการดำเนินงานด้านห้องสมุดดิจิทัล ดังตารางที่ 43
ตารางที่ 43 การดำเนินงานและผลลัพธ์ของห้องสมุดดิจิทัล
| องค์ประกอบ | การดำเนินการ | เทคโนโลยีที่ใช้ | ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ |
| การเข้าถึงทรัพยากร | ให้บริการออนไลน์ 24/7 ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต | Cloud System, Web Portal | ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา |
| ระบบสืบค้นข้อมูล | พัฒนาระบบค้นหาที่รวดเร็วและแม่นยำ | Search Engine, Metadata | ลดเวลาในการค้นหา เพิ่มความแม่นยำ |
| การให้บริการ ยืม-คืน | ใช้ระบบยืม-คืนออนไลน์ | Library Management System | ลดขั้นตอนและเวลาในการให้บริการ |
| แหล่งข้อมูลดิจิทัล | จัดหา e-books, e-journals และฐานข้อมูลเฉพาะทาง | Digital Database Platforms | เพิ่มความหลากหลายและความทันสมัยของข้อมูล |
| การสนับสนุนผู้ใช้ | ใช้ AI แนะนำเนื้อหาตามความสนใจ | Artificial Intelligence | ผู้ใช้ได้รับข้อมูลตรงตามความต้องการ |
| การพัฒนาในอนาคต | นำ VR/AR และ Mobile Learning มาใช้ | VR/AR, Mobile Technology | ยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ |
| การสร้างชุมชนการเรียนรู้ | พัฒนาพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้แบบออนไลน์ | Online Community Platform | ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน |
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.3-1 | เว็บไซต์ห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library) |
| 7.3-2 | ตัวอย่าง e-books, e-journals |
7.4 The information technology systems are shown to be set up to meet the needs of staff and students.
Operational Result
หลักสูตรร่วมมือกับฝ่าย IT ของมหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการจัดทำและปรับปรุงระบบสารสนเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านการเรียนรู้และด้านกิจกรรมของหลักสูตรฯ ให้มีความทันสมัยและประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงระบบสารสนเทศนั้น ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านมี เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บแล็ต โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
โดยระบบสารสนเทศต่าง ๆ ที่ทางหลักสูตรฯ และมหาวิทยาลัยฯ มีบริการให้แก่บุคลากรและนักศึกษา มีดังนี้
1. ระบบทะเบียนและระบบการศึกษา ช่วยให้นักศึกษาสามารถดูผลการเรียน ผลการลงทะเบียน ตารางเรียน ตารางสอน ตารางสอบ และผลการศึกษา
2. ระบบสนเทศเพื่อการบริหาร (MIS) ช่วยให้อาจารย์ผู้สอนสามารถเข้ามาบันทึกข้อมูลแผนการเรียนการสอน ส่งผลคะแนนผลการศึกษา และตัดเกรดได้ อีกทั้งช่วยให้อาจารย์ที่ปรึกษา สามารถเข้าถึงข้อมูลของนักศึกษาเป็นรายบุคคล เพื่อติดตามผลการเรียนและแนะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่นักศึกษาได้ทันเวลา
3. ระบบ LMS ช่วยให้อาจารย์สามารถทำการทดสอบออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้
โดยการอัพโหลดข้อสอบลงไปในระบบและให้นักศึกษาทำแบบทดสอบด้วยตนเองจากที่บ้านหรือที่พัก
ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักศึกษาในอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดการใช้กระดาษใน
การข้อสอบ
4. เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยฯ ช่วยให้ผู้ที่สนจะเข้ามาศึกษาในสาขาวิชาฯ สามารถค้นหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้ามาเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
5. ระบบเรดาร์ ช่วยให้นักศึกษาสามารถฝึกปฏิบัติการควบคุมจราจรทางอากาศโดยใช้เรดาร์เสมือนปฏิบัติงานจริงได้
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.4-1 | Hyperlink |
7.5 The university is shown to provide a highly accessible computer and network infrastructure that enables the campus community to fully exploit information technology for teaching, research, service, and administration.
Operational Result
มหาวิทยาลัยในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องมีระบบเครือข่ายที่รวดเร็ว มีเสถียรภาพ และครอบคลุมทุกพื้นที่
เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการแก่นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร โดยระบบเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ ดังนี้
1. เครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) โดยมหาวิทยาลัยจัดให้มีเครือข่าย Wi-Fi ที่ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ของทางมหาวิทยาลัย เช่น ในห้องเรียนและห้องบรรยาย เพื่อสนับสนุนการเรียนแบบออนไลน์และการสืบค้นข้อมูล หอสมุดและศูนย์การเรียนรู้ เพื่อใช้สำหรับการค้นคว้าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูลวิชาการ พื้นที่ส่วนกลาง เช่น โรงอาหาร ลานกิจกรรม เพื่อให้บริการแก่นักศึกษาและผู้มาเยือน และหอพักนักศึกษา เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานส่วนบุคคล โดยทั่วไป นักศึกษาและบุคลากรสามารถเข้าถึงเครือข่าย Wi-Fi ได้ผ่าน ระบบ Authentication เช่น การล็อกอินด้วยบัญชีมหาวิทยาลัย (รหัสนักศึกษา/พนักงานและรหัสผ่าน)
2. เครือข่ายแบบมีสาย (LAN) มีให้บริการนักศึกาและบุคลากรในบางพื้นที่ เช่น ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียรสำหรับการทำงานที่ต้องการความเร็วสูง ห้องทำงานอาจารย์และหน่วยงานบริหาร สำหรับการใช้งานระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัย โดยเครือข่ายแบบมีสายมักมีความเร็วสูงและมีความปลอดภัยมากกว่า Wi-Fi
3. ระบบความปลอดภัยเครือข่าย โดยมหาวิทยาลัยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลของทุกภาคส่วน เช่น มีระบบ Firewall และระบบกรองเนื้อหา เพื่อป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ระบบ VPN สำหรับการเข้าถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยจากภายนอกอย่างปลอดภัย และการตรวจสอบการใช้งาน เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ เป็นต้น
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.5-1 | – |
7.6 The environmental, health, and safety standards and access for people with special needs are shown to be defined and implemented.
Operational Result
มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม (Environment) สุขภาพ (Health) และความปลอดภัย (Safety) หรือ EHS (Environment, Health, and Safety) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของนักศึกษา โดยมาตรฐานหลัก ๆ ที่ทางหลักสูตร และมหาวิทยาลัยทำร่วมกัน ได้แก่
1. ประชาสัมพันธ์ด้านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Standards) โดยการประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาและบุคลากรทุกท่านปฏิบัติ ดังนี้
1.1 ลดการสร้างขยะและนำวัสดุมารีไซเคิล ดำเนินการโดย จัดให้มีถังขยะแยกประเภท (ขยะทั่วไป, ขยะรีไซเคิล, ขยะอันตราย) ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) ส่งเสริมการใช้ภาชนะ reusable และน้ำดื่มจากตู้เติมน้ำ
1.2 ประหยัดพลังงานและลดคาร์บอนฟุตพรินต์ โดยการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างประหยัดพลังงาน (LED) ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ ส่งเสริมการเดินทางแบบยั่งยืน เช่น การใช้จักรยาน, รถจักรยานไฟฟ้า ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย)
1.3 เพิ่มพื้นที่สีเขียวและอากาศบริสุทธิ์ โดยจัดให้มีสวนพักผ่อนและต้นไม้ช่วยลดมลพิษ และควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียงในมหาวิทยาลัย
2. มาตรฐานด้านสุขภาพ (Health Standards) เพื่อให้นักศึกษามีสุขภาพกายและใจที่ดี มหาวิทยาลัยมีมาตรการ ดังนี้
2.1 บริการสุขภาพนักศึกษา โดยจัดให้มีสถานพยาบาลภายในมหาวิทยาลัย บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานและฉีดวัคซีน ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต (Counseling Service) แก่นักศึกษาที่ร้องขอ
2.2 จัดให้มีอาหารและน้ำดื่มที่ปลอดภัย โดยการตรวจสอบมาตรฐานร้านอาหารและโรงอาหารในมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัดเรื่องความสะอาด และความปลอดภัยของอาหาร มีน้ำดื่มที่สะอาดและเพียงพอต่อนักศึกษา
ทุกคน
2.3 การส่งเสริมสุขอนามัย โดยรณรงค์ให้นักศึกษางล้างมืออย่างถูกวิธีทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร พร้อมทั้งทำความสะอาดสถานที่เรียนอย่างสม่ำเสมอ
3. มาตรฐานด้านความปลอดภัย (Safety Standards) นักศึกษาต้องปลอดภัยทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย โดยมีมาตรการ ดังนี้
3.1 มาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่มหาวิทยาลัย ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมีระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Emergency Alarm)
3.2 มาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินทาง ดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างให้เพียงพอและประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาที่ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมใส่หมวกนิรภัยทุกครั้งที่ทำการขับขี่และให้สวมใส่ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.6-1 | ถังขยะแต่ละประเภท |
| 7.6-2 | ไฟส่องสว่าง |
| 7.6-3 | ตู้กดน้ำดื่ม |
| 7.6-4 | โรงอาหาร |
7.7 The university is shown to provide a physical, social, and psychological environment that is conducive for education, research, and personal wellbeing.
Operational Result
มหาวิทยาลัยได้แสดงให้เห็นถึงการจัดสภาพแวดล้อมทั้งด้านกายภาพ สังคม และจิตวิทยาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิผล เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา การวิจัย และการเสริมสร้างคุณภาวะของผู้เรียนและบุคลากรอย่างรอบด้าน โดยมีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งมีระบบติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตามวงจร PDCA
ด้านกายภาพ มหาวิทยาลัยได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และเพียงพอต่อการใช้งาน เช่น อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ พื้นที่การเรียนรู้ร่วม (collaborative learning space) ห้องสมุด และพื้นที่สีเขียว โดยมีการออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม รวมถึงมีระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ด้านสังคม มหาวิทยาลัยส่งเสริมบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน โดยสนับสนุนกิจกรรมเสริมหลักสูตร
การมีส่วนร่วมของนักศึกษา การทำงานเป็นทีม และการสร้างเครือข่ายระหว่างนักศึกษา คณาจารย์ ศิษย์เก่า และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีระบบสนับสนุนผู้เรียน ที่ครอบคลุม เช่น ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา การให้คำปรึกษา
ด้านวิชาการและอาชีพ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ
การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนทุกคน
ด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยได้จัดให้มีระบบดูแลสุขภาวะทางจิต (mental wellbeing) อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ศูนย์ให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา การจัดกิจกรรมลดความเครียด โปรแกรมพัฒนาทักษะชีวิต และการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมบุคลากรให้สามารถสังเกตและช่วยเหลือนักศึกษาที่มีความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม โดยมีช่องทางการเข้าถึงบริการที่สะดวกและเป็นความลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการ
เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการประเมินผลผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย เช่น แบบสำรวจความพึงพอใจ การสนทนากลุ่ม (focus group) และการเทียบเคียงสมรรถนะ (benchmarking) กับสถาบันชั้นนำ พร้อมทั้งนำผลการประเมินมาวิเคราะห์และกำหนดแนวทางพัฒนาอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และสามารถสนับสนุนการเรียนรู้ การวิจัย และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เรียนและบุคลากรได้อย่างยั่งยืน ดังตารางที่ 44
ตารางที่ 44 การดำเนินงานด้านสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษา วิจัย และความเป็นอยู่ที่ดีส่วนบุคคล
| มิติของสภาพแวดล้อม | แนวทางการดำเนินงาน | กลไกสนับสนุน | ตัวชี้วัด/หลักฐานเชิงประจักษ์ |
| ด้านกายภาพ (Physical) | พัฒนาอาคาร สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัย ปลอดภัย และเพียงพอ | แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบบำรุงรักษา, งบประมาณสนับสนุน | ระดับความพึงพอใจผู้ใช้งาน, รายงานการตรวจสอบความปลอดภัย, อัตราการใช้งานพื้นที่ |
| ด้านสังคม (Social) | ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีม และเครือข่ายความร่วมมือ | กิจกรรมเสริมหลักสูตร, ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา, ศูนย์พัฒนานักศึกษา | จำนวนกิจกรรม, อัตราการเข้าร่วม, ผลประเมินทักษะด้านสังคม |
| ด้านจิตวิทยา (Psychological) | สนับสนุนสุขภาวะทางจิตและการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ | ศูนย์ให้คำปรึกษา, โปรแกรมพัฒนาทักษะชีวิต, ระบบคัดกรองความเสี่ยง | จำนวนผู้ใช้บริการ, ระดับความเครียดที่ลดลง, ความพึงพอใจต่อบริการ |
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.7-1 | ระดับความพึงพอใจผู้ใช้งานและสถานที่ |
| 7.7-2 | จำนวนกิจกรรม, อัตราการเข้าร่วม, ผลประเมินทักษะด้านสังคม |
7.8 The competences of the support staff rendering services related to facilities are shown to be identified and evaluated to ensure that their skills remain relevant to stakeholder needs.
Operational Result
หลักสูตรได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบในการกำหนด ระบุ และประเมินสมรรถนะของบุคลากรสายสนับสนุนที่ให้บริการด้านสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเชื่อมโยงกับความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าการให้บริการมีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนได้อย่างแท้จริง
ด้านนโยบาย หลักสูตรได้พัฒนา กรอบสมรรถนะ ที่ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) สมรรถนะหลัก
(Core Competencies) เช่น การให้บริการอย่างมืออาชีพ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม (2) สมรรถนะเฉพาะทางด้านเทคนิค (Technical Competencies) เช่น การบริหารจัดการระบบสิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้ (LMS, MIS, Smart Classroom, and Digital Tools) และ (3) สมรรถนะด้านการตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder-oriented Competencies) เช่น ความสามารถในการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน และ
การให้บริการเชิงรุก โดยการกำหนดสมรรถนะดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based) ผ่านการรวบรวมความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ เช่น การสำรวจความพึงพอใจของนักศึกษาและอาจารย์ การสัมภาษณ์เชิงลึก และข้อเสนอแนะจากผู้บริหารและหน่วยงานภายนอก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและทบทวนกรอบสมรรถนะให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง
ด้านการประเมิน หลักสูตรใช้ แนวทางการประเมินแบบ 360 องศา เพื่อให้ครอบคลุมมุมมองที่หลากหลาย ได้แก่ การประเมินตนเอง (Self-assessment) การประเมินโดยผู้บังคับบัญชา (Supervisor evaluation) การประเมินจากผู้ใช้บริการ (User feedback) และการสังเกตการปฏิบัติงานจริง โดยมีการกำหนดตัวชี้วัด (KPIs) ทั้งเชิงปริมาณ เช่น ระยะเวลาในการให้บริการ จำนวนงานที่ดำเนินการ และเชิงคุณภาพ เช่น ระดับความพึงพอใจ และความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งผลการประเมินถูกนำไปใช้ในการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) และการจัดอบรมที่ตรงกับช่องว่างสมรรถนะ (Competency Gap) เช่น
การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีใหม่ การบริหารจัดการอาคาร และการบริการเชิงนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม
การเรียนรู้ร่วมกันผ่านกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM)
ด้านระบบ หลักสูตรมีการติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับรายไตรมาสและรายปี โดยใช้ข้อมูลจากผลการประเมินและตัวชี้วัดมาเป็นฐานในการปรับปรุงกระบวนการ (Continuous Quality Improvement: CQI) พร้อมทั้งมีการรายงานผลต่อผู้บริหารระดับคณะและมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพอย่างยั่งยืน
จากการดำเนินงานดังกล่าว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหลักสูตรมีระบบในการระบุและประเมินสมรรถนะของบุคลากรสายสนับสนุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเป็นระบบ มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ และมีการนำผลไปใช้เพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังตารางที่ 45
ตารางที่ 45 กรอบการบริหารสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวก
| องค์ประกอบ | รายละเอียดการดำเนินงาน | เครื่องมือ/วิธีการ | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
| การกำหนดสมรรถนะ | จัดทำ Competency Framework ครอบคลุม Core, Technical, Stakeholder | เอกสารกรอบสมรรถนะ / การประชุมผู้เกี่ยวข้อง | ได้สมรรถนะที่สอดคล้องกับภารกิจ |
| การระบุความต้องการ Stakeholders | สำรวจและสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการ | แบบสอบถาม / Focus Group | เข้าใจความต้องการที่แท้จริง |
| การประเมินสมรรถนะ | ประเมินแบบ 360 องศา | Self, Supervisor, User Feedback | ได้ข้อมูลรอบด้าน |
| ตัวชี้วัด (KPIs) | กำหนดตัวชี้วัดเชิงปริมาณและคุณภาพ | Dashboard / รายงานผล | วัดผลได้ชัดเจน |
| การพัฒนา | จัดทำ IDP และอบรมตามช่องว่าง | Training / Workshop / KM | บุคลากรมีทักษะเพิ่มขึ้น |
| การติดตามและปรับปรุง | ทบทวนผลรายไตรมาส/รายปี | CQI / รายงานผู้บริหาร | พัฒนาอย่างต่อเนื่อง |
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.8-1 | แผนพัฒนาบุคลากร |
| 7.8-2 | คู่มือบุคลากร |
| 7.8-3 | ภาพกิจกรรม KM |
| 7.8-4 | โครงการพัฒนาอาจารย์ |
| 7.8-5 | วิจัยประจำปี |
| 7.8-6 | สัมมนทางวิชาการ |
7.9 The quality of the facilities (library, laboratory, IT, and student services) are shown to be subjected to evaluation and enhancement.
Operational Result
หลักสูตรและมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริการนักศึกษา โดยยึดหลักการบริหารจัดการคุณภาพแบบวงจร PDCA (Plan–Do–Check–Act) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้มีความเพียงพอ ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ขั้นการวางแผน (Plan) หลักสูตรได้กำหนดกลไกและเครื่องมือในการประเมินคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างชัดเจน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษามีส่วนร่วมสะท้อนความคิดเห็นผ่านแบบประเมินความพึงพอใจต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และแบบสอบถามคุณภาพการให้บริการในด้านต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ ห้องคอมพิวเตอร์ และบริการสนับสนุนนักศึกษา ทั้งนี้ได้กำหนดช่วงเวลาในการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ก่อนเปิดภาคการศึกษา และเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษา เพื่อให้ครอบคลุมทั้งความคาดหวังและประสบการณ์การใช้งานจริง
ขั้นการดำเนินการ (Do) หลักสูตรได้รวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ (ระดับความพึงพอใจ) และข้อมูลเชิงคุณภาพ (ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม) จากนักศึกษาอย่างเป็นระบบ และจัดเก็บในฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มและประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น
ขั้นการตรวจสอบ (Check) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรได้ทำการวิเคราะห์ผลการประเมิน โดยให้ความสำคัญกับประเด็นที่มีผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนรู้และความปลอดภัยของผู้เรียน พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงอย่างเหมาะสม
ขั้นการปรับปรุง (Act) หลักสูตรได้นำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น จากข้อเสนอแนะของนักศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในห้องปฏิบัติการควบคุมจราจรทางอากาศมีสภาพเสื่อมโทรมและไม่พร้อมใช้งาน หลักสูตรจึงได้ดำเนินการเสนอของบประมาณและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ ได้แก่ เมาส์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ และเสาอากาศวิทยุสื่อสารใหม่ โดยมีการดำเนินการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุดอย่างทันท่วงที ส่งผลให้นักศึกษาสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ
นอกจากนี้ หลักสูตรยังมีการติดตามผลหลังการปรับปรุง (post-improvement monitoring) โดยใช้ผลการประเมินในรอบถัดไปเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินงาน และใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงระบบการประกันคุณภาพที่มีความครบถ้วน เป็นวงจร และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ดังตารางที่ 46
ตารางที่ 46 กระบวนการประเมินและการปรับปรุงคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวก
| ขั้นตอน (PDCA) | แนวทางการดำเนินการ | เครื่องมือ/วิธีการ | ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น |
| Plan (วางแผน) | กำหนดระบบและช่วงเวลาในการประเมินคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวก | แบบประเมินความพึงพอใจ / แบบสอบถามข้อเสนอแนะ | ได้กรอบการประเมินที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกด้าน |
| Do (ดำเนินการ) | เก็บรวบรวมข้อมูลจากนักศึกษาอย่างเป็นระบบ | แบบสอบถามออนไลน์/ออฟไลน์ | ได้ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ |
| Check (ตรวจสอบ) | วิเคราะห์ผลการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของปัญหา | การประชุมคณะกรรมการหลักสูตร | ทราบประเด็นที่ต้องเร่งปรับปรุง |
| Act (ปรับปรุง) | ดำเนินการแก้ไขและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก | การเปลี่ยนอุปกรณ์ / ซ่อมบำรุง | อุปกรณ์พร้อมใช้งาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น |
| Monitoring (ติดตามผล) | ประเมินผลหลังการปรับปรุงในรอบถัดไป | แบบประเมินรอบใหม่ | เห็นแนวโน้มการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง |
Evidence
| ID_Evidence | Name_Evidence |
| 7.9-1 | แบบประเมินความพึงพอใจ / แบบสอบถามข้อเสนอแนะ |
| 7.9-2 | โครงการซ่อมบำรุง ATC |
| 7.9-3 | รายละเอียดการซ่อมบำรุง |
Self-Assessment
| Requirements | Result | Score |
| 7.1 The physical resources to deliver the curriculum, including equipment, material, and information technology, are shown to be sufficient. | / | 1 |
| 7.9 The quality of the facilities are shown to be subjected to evaluation and enhancement. | / | |
| 7.2 The laboratories and equipment are shown to be up-to-date, readily available, and effectively deployed. | / | 1 |
| 7.3 A digital library is shown to be set-up, in keeping with progress in information and communication technology. | / | |
| 7.4 The information technology systems are shown to be set up to meet the needs of staff and students. | / | 1 |
| 7.5 The university is shown to provide a highly accessible computer and network infrastructure that enables the campus community to fully exploit information technology for teaching, research, service, and administration. | / | |
| 7.6 The environmental, health, and safety standards and access for people with special needs are shown to be defined and implemented. | / | 1 |
| 7.7 The university is shown to provide a physical, social, and psychological environment that is conducive for education, research, and personal wellbeing. | / | |
| 7.8 The competences of the support staff rendering services related to facilities are shown to be identified and evaluated to ensure that their skills remain relevant to stakeholder needs. | / | 1 |
| Overall | 5 | |