ส่วนที่ 3 องค์ประกอบที่ 1 การนำองค์กร (Criteria 1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง (Senior Leadership))

Criteria 1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง (Senior Leadership)

Requirements

Quality level assessment

Result 1.1

ผู้นำระดับสูงนำองค์การอย่างไร

อธิการบดี นำองค์กรตามปรัชญาการศึกษา ที่ว่า “สังคมฐานความรู้ สร้างบัณฑิตที่มีขีดสมรรถนะสูง” สู่วิสัยทัศน์ ด้วยระบบการสื่อสารที่สร้างความผูกพัน กับบุคลากร คู่ความร่วมมือ ผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอื่น ที่เรียกว่า TRSU Model เพื่อสร้างความเข้าใจและร่วมกันสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสู่ความสำเร็จ

ภาพที่ 1.1 ระบบการสื่อสาร TRSU Model

 ผู้นำระดับสูงดำเนินการอย่างไร ในการกำหนดและถ่ายทอดพันธกิจ วิสัยทัศน์และค่านิยม

ภาพที่ 1.1 ก1 ระบบการกำหนดวิสัยทัศน์และค่านิยม                                   

ภาพที่ 1.1 ก2 ระบบการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล

อธิการบดีและผู้บริหารทุกระดับ นำอัตลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นที่ทำให้มหาวิทยาลัยแตกต่างจากคู่เทียบ(op2ก1) และสมรรถนะหลักขององค์กร(op1ก2) มากำหนดวิสัยทัศน์ ที่ให้เห็นทิศทางการดำเนินการของแต่ละพันธกิจ และกำหนดพฤติกรรมบุคลากรหรือค่านิยมหลัก(op1ก2) นำไปใช้ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้บรรลุผล

การถ่ายทอด วิสัยทัศน์ พันธกิจ และ ค่านิยม ด้วย 1)การสื่อสารและการสร้างความเข้าใจ(การสื่อสารแบบสองทาง ใช้ช่องทางที่หลากหลาย การอธิบายเชื่อมโยงกับงานประจำ) 2)การประพฤติตนเป็นแบบอย่าง(แสดงพฤติกรรมที่สะท้อนค่านิยม)และมีการตัดสินใจ/สั่งการสอดคล้องกับทิศทางที่กำหนด(ใช้ค่านิยมและพันธกิจเป็นหลักในการจัดทำนโยบาย แผน และการจัดสรรงบประมาณ) 3)การขับเคลื่อนเป็นแผนงาน(นำวิสัยทัศน์ไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัดสำหรับคณะ และหน่วยงานต่างๆ) และการติดตาม ประเมินผล และให้รางวัลกับ บุคลากร และหน่วยงานที่ปฏิบัติตามค่านิยม พันธกิจ และ บรรลุผลตามวิสัยทัศน์(STIC: op1 ก2) ดังภาพที่/ตารางที่ 1.1 ก1

 ตารางที่ 1.1 ก1 การกำหนด ถ่ายทอดพันธกิจ วิสัยทัศน์ และค่านิยม

การปฏิบัติตนของผู้นำระดับสูงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และอย่างมีจริยธรรมอย่างไร

อธิการบดี และผู้บริหารทุกระดับ แสดงความมุ่งมั่นต่อการปฏิบัติตามกฎหมายและจริยธรรม ด้วย 1)การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี(การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ- op1ก5 และยืดหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยความยุติธรรม) 2)การสร้างความโปร่งใส(ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน สนับสนุนระบบการทำงานที่เปิดเผย และเปิดโอกาสให้ตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล) 3)การยึดถือประโยชน์ส่วนรวม(การตัดสินใจใดๆคำนึงถึงชื่อเสียงและผลประโยชน์ที่มหาวิทยาลัยและสังคม ด้วยความยุติธรรมและปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม)ดังภาพที่ 1.1 ก2

ผู้นำระดับสูงดำเนินการอย่างไรในการสื่อสารและสร้างความผูกพันกับบุคลากร ทั่วทั้งองค์กร คู่ความร่วมมือที่เป็นทางการที่สำคัญ ผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอื่นที่สำคัญ

อธิการบดี สื่อสารและสร้างความผูกพันเชิงรุกแบบคนในครอบครัว ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การรับฟังอย่างตั้งใจ การเข้าพบได้ตลอดเวลา และการเข้าร่วมกิจกรรมในโอกาสต่างๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากความร่วมมือ ทั้งกับคณะคณาจารย์ บุคลากร ผู้เรียน และ ลูกค้ากลุ่มอื่น

กลุ่มบุคลากรภายใน(op1ก3) ใช้การสื่อสารแบบสองทาง ทั้งการประชุมประจำปีเพื่อ

แสดงวิสัยทัศน์และทิศทางการทำงาน การประชุมเพื่อรับฟังปัญหาและตอบข้อคำถาม การรับฟังความต้องการการพัฒนาของบุคลากรแต่ละกลุ่ม การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากการแสดงพฤติกรรมเป็นแบบอย่างที่ดี ที่เป็นไปตามค่านิยมและจริยธรรมของมหาวิทยาลัย การเข้าพบที่ห้องทำงานได้ตลอดเวลา การร่วมกิจกรรมกับบุคลากรในโอกาสและเทศกาลต่างๆ การสื่อสารผ่านสื่อสังคมต่างๆ  ตลอดจนการสร้างขวัญกำลังใจ เช่น การมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ

กลุ่มคู่ความร่วมมือที่เป็นทางการ ใช้การสื่อสารแบบสองทาง ผ่าน การประชุมหารือร่วมกันในระดับนโยบายเพื่อรับทราบวิสัยทัศน์ระหว่างกัน การรับฟังอย่างตั้งใจเพื่อประเมินความร่วมมือกัน และการขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมกัน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการตามข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)ด้วยความโปร่งใส และได้ประโยชน์ร่วมกัน

กลุ่มผู้เรียนและลูกค้าที่สำคัญ ใช้การสื่อสารแบบสองทาง ผ่านการประชุมหรือปฐมนิเทศเพื่อรับทราบวิสัยทัศน์และทิศทางการทำงาน การรับฟังเสียงผู้เรียนและลูกค้าอย่างตั้งใจ เกี่ยวกับ ความต้องการความคาดหวัง และผลการดำเนินการเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้และบริการ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีจากการรับบริการ เพื่อหาความร่วมมือยกระดับประสบการณ์ผู้เรียนและลูกค้าให้ตอบโจทย์ยุคใหม่ที่สร้างความพึงพอใจสูงสุด รายละเอียดดัง ภาพที่/ตารางที่ 1.1 ข1

ตารางที่ 1.1 ข1  การสื่อสารที่ใช้สร้างความผูกพัน

ภาพที่ 1.1 ข1 ระบบการสื่อสารเพื่อสร้างความผูกพัน                

ภาพที่ 1.1 ค1 ระบบการสร้างสภาพแวดล้อมองค์กรเพื่อความสำเร็จ

ผู้นำระดับสูงดำเนินการสร้างสภาวะแวดล้อมอย่างไร ในการทำให้สถาบันประสบความสำเร็จทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

อธิการบดีสร้างและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร(op1ก2)ที่ให้คุณค่าทั้งการเปิดโอกาสให้บุคลากรกล้าคิดกล้าทำ การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลและผลลัพธ์ที่วัดได้ และส่งเสริมความผูกพันของบุคลากรโดยการรับฟังเสียงของบุคลากร(5.2ก2)เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าขององค์กรเข้ากับ บรรยากาศการทำงาน(5.1ข1) ให้ปลอดภัยและมั่นคง(6.2ค1) ที่สนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ(5.1ก3) การพัฒนาอาชีพ(5.2ค3) และให้สอดคล้องกับผลการประเมินความผูกพันของบุคลากร(5.2ก1)

อธิการบดีส่งเสริมความผูกพันของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น โดยการรับฟังเสียงของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น(3.1ก1, 3.1ก2) การจัดการความสัมพันธ์ที่ให้คุณค่ากับทุกคน(3.2ก1) การค้นหาความไม่พึงพอใจ และความผูกพัน(3.2ข) การจัดการข้อร้องเรียนเพื่อปรับปรุงบริการ(3.2ก3) 

อธิการบดีเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ(6.2ค2)ด้วยการใช้วัฒนธรรมองค์กร(op1ก2) และการเตรียมบุคลากร(5.1ก3) กระจายอำนาจให้บุคลากรมีอิสระในการตัดสินใจและแก้ปัญหาด้วยตนเอง และ เปิดใจรับฟังความคิดใหม่ๆ ที่พร้อมปรับเปลี่ยน กลยุทธ์(2.1ก) แผนงาน(2.2ข) กระบวนการหรือระบบงาน(6.1ข2) ให้ยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ภาวะฉุกเฉิน ภาวะพลิกพันต่างๆ (6.2ค2)

อธิการบดีเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร(5.2ค) ให้เกิดการสร้างนวัตกรรม(4.2ค) และความสามารถการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว(6.2ค2) โดยมีพื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยา จัดการผลการปฏิบัติงาน(5.2ค1) ให้บุคลากรกล้าลองผิดลองถูก ใช้ความล้มเหลวเป็นบทเรียน สนับสนุนเมื่อเกิดวิกฤต และส่งเสริมให้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

สำหรับการส่งเสริมให้เกิดความกล้าที่จะเสี่ยงโดยประเมินผลได้ผลเสียอย่างรอบด้าน(2.1ก3) โดยสนับสนุนให้ใช้สารสนเทศ(4.2ก) ทำการวิเคราะห์และทบทวน(4.1ข)ผลได้และผลเสียอย่างรอบคอบ ที่เป็นไปตามสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ(op1ก5) จากนั้นนำผลที่ได้ไปทดลองแบบสเกลเล็ก(4.2ค) เพื่อดูผลผลลัพธ์ และวิธีจำกัดความเสียหาย ก่อนนำไปสู่สเกลใหญ่ นำผลลัพธ์ที่ได้ไปเรียนรู้และวัดผลสำเร็จ ทั้งมิติประสิทธิภาพและประสิทธิผล (6.2ก) และสิ่งที่องค์กรได้เรียนรู้(4.2ข1) ดัง ภาพที่/ตารางที่ 1.1 ค1

ตารางที่ 1.1 ค1 การสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อความสำเร็จ

ผู้นำระดับสูงดำเนินการอย่างไร ในการทำให้เกิดการมุ่งเน้นการปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุพันธกิจ และวิสัยทัศน์ของสถาบัน

ภาพที่ 1.1 ค2 ระบบการมุ่งเน้นการปฏิบัติอย่างจริงจัง

อธิการบดี ใช้การสื่อสารแบบ TRSU ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากเดิมที่ทำงานตามหน้าที่  ให้เป็นการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่กำหนด(OKR: Objective and Key Results) โดยการดำเนินการตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ และค่านิยมของมหาวิทยาลัย(ภาพ 1.1ก1) จากผลการดำเนินการที่ผ่านมา(4.1ข1, 4.1ข2) ใช้ข้อกำหนดต่างๆในปัจจุบัน(op1ก5-1)เป็นข้อมูลการวางแผนการทำงาน(BAR: Before Action Review) จัดทำ OKR ในหน่วยงาน/โครงการที่ได้รับมอบหมาย  นำไปสู่การกำหนดกิจกรรม การสื่อสาร การดำเนินการตามแผน การกำกับ/ติดตามผลการดำเนินการ การตรวจสอบการบรรลุผลตาม OKR  และการจัดประชุมสรุปผลการทำงาน (AAR: After Action Review) ที่นำไปสู่การวางแผนการทำงานรอบใหม่ต่อไป(4.1ก1, 4.1ก2) มีรายละเอียดดัง ภาพที่/ตารางที่ 1.1 ค2

ตารางที่ 1.1 ค2 การมุ่งเน้นการปฏิบัติอย่างจริงจัง

Evidence

รหัสหลักฐานชื่อหลักฐาน(พร้อมแนบลิ้งค์)
1.1-1แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2568-2572
1.1-2แผนปฏิบัติการประจำปีของมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2568
1.1-3ข้อบังคับว่าด้วยธรรมาภิบาล พ.ศ. 2565
1.1-4คู่มือจริยธรรมและธรรมาภิบาล สำหรับผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากร 2566
1.1-5สารสนเทศที่ใช้ในการสื่อสารกับบุคลากร
1.1-6สารสนเทศที่ใช้ในการสื่อสารกับคู่ความร่วมมือที่เป็นทางการที่สำคัญ
1.1-7สารสนเทศที่ใช้ในการสื่อสารกับ ผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอื่น
1.1-8ตัวอย่างภาพถ่ายสภาพแวดล้อมองค์กรเพื่อความสำเร็จ
1.1-9ตัวอย่างภาพถ่ายการมุ่งเน้นการปฏิบัติอย่างจริงจัง

Self-Assessment 1.1

เกณฑ์คุณภาพประเมินตนเองคะแนน
1. พันธกิจ วิสัยทัศน์และค่านิยม
   (1) การกำหนดพันธกิจ วิสัยทัศน์และค่านิยม (1 คะแนน)/1
   (2) การส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และอย่างมีจริยธรรม (1 คะแนน)/1
2. การสื่อสาร (1 คะแนน)/1
3. การมุ่งเน้นผลการดำเนินการของสถาบัน
    (1) การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อความสำเร็จ (1 คะแนน)/1
    (2) การทำให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง (1 คะแนน)/1
รวมผลการประเมินตนเอง Criteria 1.15