ส่วนที่ 3 องค์ประกอบที่ 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (Criteria 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการของสถาบัน (Measurement, Analysis, Review, and Improvement of Organizational Performance)

Criteria 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการของสถาบัน (Measurement, Analysis, Review, and Improvement of Organizational Performance)

Requirements

Quality level assessment

Result 4.1

1. การวัดผลการดำเนินการ (4.1 ก)

(1) ตัววัดผลการดำเนินการ

ตัววัดการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปี จะพิจารณาจากตัวชี้วัดที่สำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้

  1. การปฏิบัติตามแผนในรอบปี(ได้ปฏิบัติ ไม่ได้ปฏิบัติ) มีการสรุปปีละ 2 ครั้ง
  2. ร้อยละของงบประมาณที่ใช้ ระยะครึ่งปี และสิ้น 2 ไตรมาศสุดท้ายของปี
  3. คะแนนผลการประกันคุณภาพภายในระดับหลักสูตร
  4. ผลการประเมินประสิทธิผลของโครงการพิเศษต่างๆ (program Effectiveness) โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับงบประมาณพิเศษจากภายนอกที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ

 ตัววัดความสำเร็จในการการดำเนินการระดับหลักสูตร ถือเป็นเงื่อนไขคุณภาพที่สำคัญ ที่คณะกำหนดและชี้นำให้ทราบเป็นการล่วงหน้าสำหรับทุกหลักสูตร ประกอบด้วย

  1. สัดส่วนรายวิชาที่มีการผลิตเอกสารประกอบการสอนเป็นของตนเอง(ระดับบัณฑิตศึกษา)
  2. อัตราการสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาปกติ(เพิ่มขึ้น เข้าสู่เกณฑ์ ไม่ต่ำกว่า 80 % ทุกหลักสูตร)
  3. อัตราการตกออกหรือออกกลงคันของนักศึกษา ทุกโปรแกรมวิชา(ลดลง หรือหมดไป)
  4. อัตราการสอบผ่านและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู(เข้าสู่เกณฑ์ความสำเร็จ ที่ 70 % ทุกหลักสูตร)
  5. อัตราการมีงานทำ(100 %)
  6. ความพึงพอใจในสมรรถนะบัณฑิต ในกลุ่มผู้ใช้บัณฑิต(มากกว่า 3.50 ในระบบคะแนนเต็ม 5)

(2) ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ

  1. การปฏิบัติตามแผน  ปี 2566   กับ ปี 2567 ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ร้อยละ 87.50 และ 93.75 ตามลำดับ
  2. การใช้งบประมาณ ปี 2566 กับ 2567 เท่ากับร้อยละ  78.32 และ 85.45  ตามลำดับ
  3. คะแนนผลการประเมินระดับหลักสูตร ปี 2566 และ 2567 เท่ากับ  3.58 และ 4.15 แนวโน้มสูงขึ้น
  4. สัดส่วนรายวิชาในระดับบัณฑิตศึกษา ที่มีการผลิตเอกสารประกอบการสอนที่ครบถ้วนรายวิชา พบว่า ยังไม่มีรายวิชาใดผลิตเอกสารประกอบการสอนเป็นของตนเอง   ปี 2567-2568 อาจารยืเร่มเรียบเรียงเอกสารประกอบการสอนเป็นของตนเอง
  5. อัตราการสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาปกติ  ระดับปริญญาตรี ปี 2566 กับ 2567  83.33 กับ  96.90 แนวโน้มดีขึ้น
  6. อัตราการสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  จากกลุ่มตัวอย่าง นศ.ระดับปริญญาตรี ปี 2566 กับ 2567 พบว่ามีอัตราสอบผ่านในการสอบรอบแรก เท่ากับ 2.22(2 ใน 9 คน) กับ 77.78 % (7 ใน 9 คน) ตามลำดับ ถือว่า มีแนวโน้มสูงขึ้น และคะแนนเฉลี่ยผลการสอบในปี 2567 สูงกว่าค่ากลางของประเทศอย่างมันัยสำคัญ ในทุกหมวดความรู้

2. การวิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินการ (4.1 ข)

(1) สถาบันมีวิธีการอย่างไร ในการวิเคราะห์และทบทวน ผลการดำเนินการและขีดความสามารถของสถาบัน

  1. การสุ่ม เยี่ยมห้องเรียนออนไลน์ ในระบบ Google Classroom เพื่อพิจารณาความพร้อมของอาจารย์ และความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
  2. การตรวจสอบความสามารถในการออกข้อสอบ วัดผลการเรียนรู้ของอาจารย์ผู้สอน พิจารณาผังข้อสอบ และตัวข้อสอบ
  3. การตรวจสอบพัฒนาการของโปรแกรมวิชา ตามตัวชี้วัดสำคัญ คือ อัตราการจบในเวลาปกติ อัตราตกออก คะแนนผลการประกันคุณภาพภายในปีล่าสุดและพัฒนาการเมื่อเทียบกับปีก่อน
  4. การตรวจสอบการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการประจำปี
  5. การติดตามผลการประเมินสมรรถนะบัณฑิตตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง และตามความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต

(2) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการนำผลการทบทวนผลการดำเนินการ ไปใช้จัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และระบุโอกาสในการสร้างนวัตกรรม

  1. ตัวแปรกลุ่มที่ 1 คือ ตัวแปรประสิทธิผลหรือผลสำเร็จของงาน คือ (1) ประสิทธิผลที่เกิดกับผู้เรียน เช่น อัตราการจบในเวลาปกติ อัตราการตกออก อัตราการสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ อัตราการมีงานทำในระยะ 6-12 เดือน และ ความพึงพอใจต่อสมรรถนะบัณฑิต ในกลุ่มผู้ใช้บัณฑิต ถือเป็นตัวชี้วัดผลสำเร็จที่สำคัญของการจัดการศึกษา เป็นความสำคัญลำดับแรก ๆ เป็นตัวแปรกลุ่มแรกในการตัดสินใจปรับปรุง-พัฒนา และ (2) ประสิทธิผลด้านการวิจัย บริการทางวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เน้นการพิจารณาการใช้ประโยชน์ของผลงาน(Utilities) และความพึงพอใจของกลุ่มผู้ใช้บริการหรือชุมชน-ท้องถิ่นที่ตั้งสถาบัน
  2. ตัวแปรกลุ่มที่สอง คือ ตัวแปรสาเหตุ เช่น ความสมบูรณ์ของห้องเรียนออนไลน์ ความสมบูรณ์ในการออกแบบการเรียนการสอน ความเป็นระบบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การออกแบบจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้จากสภาพจริง หรือการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในงานอาชีพ
  3. ตัวแปรกลุ่มที่ 3 คือ ความรู้ความเข้าใจในหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้น work-Integrated learning การออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่เน้น PLOs ตลอดจน การวัดและประเมินที่เน้นการตรวจสอบการบรรลุตาม PLOs
  4. ตัวแปรกลุ่มที่ 4 คือ ความรู้ของอาจารย์ผู้สอนในด้านการวิจัยทางการศึกษา สมรรถนะด้านการออกแบบวิจัย การสร้างเครืองมือวิจัย รวมถึงความรู้ด้านการออกแบบกิจกรรมบริการทางวิชาการแก่ชุมชน ท้องถิ่น

ในการตัดสินใจปรับปรุงพัฒนา จะต้องอภิปรายวิเคราะห์ ตัวแปรประสิทธิผลในการจัดการศึกษาก่อน และการวางแผนแก้ปัญหา หรือจัดทำโครงการพัฒนา จะไปเน้นที่การเสริมสร้างศักยภาพของคณะ เพื่อให้เป็นคณะขีดสมรรถนะสูงในตัวแปรกลุ่มที่ 2-4

       จากการวิเคราะห์ ทบทวน เห็นว่าในอนาคต จะต้องเน้นการดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้

  1. การพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ ด้านการออกแบบการสอนที่เน้น PLOs และ การจัดการเรียนรู้แบบ Work-Integrated Learning-WIL อย่างจริงจังมากขึ้น

  2. การพัฒนาระบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง โดยเฉพาะการประเมินแฟ้มสะสมผลงาน E- Portfolio Assessment รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ด้าน การพัฒนาข้อสอบแบบสถานการณ์ เพื่อเสริมสมรรถนะนักศึกษาในการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

  3. การพัฒนาระบบห้องเรียนออนไลน์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสอนในระบบห้องเรียนปกติ

          …….การพัฒนาใน 3 รายการแรก  เนื่องจากคณะได้ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสในการ     สร้างนวัตกรรมต้นแบบในเรื่องเหล่านี้

        ส่วนในด้านการพัฒนางานตามพันธกิจอื่น ๆ อาจเน้นในเรื่องต่อไปนี้

  1. การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น หรือจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะเฉพาะทางมากขึ้น ทั้งนี้ ควรพัฒนาแบบเชื่อมโยงกับระบบธนาคารหน่วยกิต ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ
  2. เน้นการพัฒนาหลักสูตรในสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการจริง ๆ เช่น สาขาปฐมวัย  สาขาการสอนภาษาไทย   หรือสาขาประถมศึกษา  โดยจะต้องเน้นการเป็นครูที่มีสมรรถนะภาษาอังกฤษ สามารถสอนเป็นภาษาอังกฤษได้ ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้นักศึกษาสามารถขอในอนุญาตประกอบวิชาชีพพิเศษที่คุรุสภากำลังจะดำเนินการ คือ “ใบประกอบวิชาชีพครูในวิชาเอกใด ๆ ที่สามารถสอนเป็นภาษาอักฤษได้คล่อง”
  3. ขยายการรับนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษามากขึ้น และเน้นการเรียนในระบบเก็บสะสมหน่วยกิต ที่อาจใช้การประเมินความรู้และสมรรถนะในการเก็บสะสมหน่วยกิต แล้วค่อยทำวิทยานิพนธ์  พร้อมผลักดันให้สำเร็จการศึกษาในระยะเวลาปกติตามหลักสูตร เพื่อจูงใจผู้ที่จะเข้าเรียน สามารถมองภาพความสำเร็จได้ในเวลาอันใกล้ได้อย่างชัดเจน
  4. พัฒนาระบบการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning เช่น ควรออกแบบการจัดประสบการณ์ว่า “ในการเรียนวิชาพื้นฐาน 24 หน่วยกิต ในชั้นปีที่ 1  จะมอบให้นักศึกษาทำโครงงานจำนวนกี่โครงงาน แล้วจัดสัมมนาเสริมความรู้เป็นระยะ ๆ” ที่ไม่จำเป็นต้องมีตารางสอนรายสัปดาห์และเน้นการบรรยายของผู้สอน(lecture-Based Learning) แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 
  5. ด้านการบริการทางวิชาการ ควรบริการทางวิชาการแก่ชุมชน ท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งของสถาบันเป็นพิเศษ  เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งอาจของบประมาณสนับสนุนการพัฒนาสังคมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้กิจกรรมบริการทางวิชาการทุกประเภทจะต้องบูรณาการกับการจัดการเรียบนรู้ 
  6.  เน้นการสร้างเครือข่ายกับโรงเรียนร่วมพัฒนาวิชาชีพและโรงเรียนในเครือข่ายของวิทยาลัย(MOU-Schools) เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้ และเป็นเครือข่ายในการพัฒนาอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการเปิดโอกาสให้โรงเรียนเครือข่าย สามารถส่งตัวป้อนคือผู้เรียน เข้าสู่หลักสูตรในระดับปริญญาตรี โท หรือ เอก ในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขการลดค่าเล่าเรียน เป็นกรณีพิเศษ
  7. จัดระบบการเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเรียนในห้องเรียนปกติ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งฝั่งผู้เรียนและฝ่ายสถาบันการศึกษา
  8. เน้นการเรียนบูรณาการกับการทำงานปกติ หรือการปฏิบัติ ในลักษณะ Work-Integrated Learning และปรับแก้เงื่อนไข ระเบียบที่ยังเน้นระบบชั้นเรียนหรือเน้นการบรรยายเป็นหลัก อย่างเช่นปัจจุบัน
  9. เน้นบริการทางวิชาการกับกลุ่มชุมชนทางวิชาชีพ(วิชาชีพครู)ในเขตภาคตะวันออก อย่างเจาะลึกและจริงจังมากขึ้น
  10. ขยายบริการด้านการวิจัยเชิงวิเคราะห์(Analytical Research) และการวิจัยและพัฒนา(R & D) ร่วมกับเครือข่ายทางการศึกษาในท้องถิ่น และในภาคตะวันออกมากขึ้น

เอกสารหลักฐาน

รหัสหลักฐาน รายการ
4.1 ก. การวัดผลการดำเนินงานตัวชี้วัดการดำเนินงาน ดูในแผนกลยุทธ์
Strategic Plan – คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา (facultyofeducation.net)
4.1 ข. การวิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินงานเน้นการปรับที่ปัจจัยสาเหตุ คือ ความพร้อมของผู้สอน โดยมีศูนย์การนิเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในประเด็นที่เป็นจุดเน้นสำคัญๆ การจัดทำแผนพัฒนาอาจารย์ที่เป็นรูปธรรม
https://drsuphak.wixsite.com/graduateschooledstic/about-7-2

Self-Assessment 4.1

เกณฑ์คุณภาพประเมินตนเองคะแนน
1. การวัดผลการดำเนินการ
   (1) ตัววัดผลการดำเนินการ       
– ติดตามข้อมูลและสารสนเทศของการปฏิบัติงานประจำวัน (1 คะแนน)
/1
       – ติดตามผลการดำเนินการของสถาบัน (1 คะแนน)/1
   (2) ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ (1 คะแนน)/1
2. การวิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินการ
   (1) วิเคราะห์และทบทวน ผลการดำเนินการและขีดความสามารถของสถาบัน
(1 คะแนน)
/1
   (2) จัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และระบุโอกาสในการสร้างนวัตกรรม (1 คะแนน)/1
รวมผลการประเมินตนเอง Criteria 4.15