
Criteria 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการของสถาบัน (Measurement, Analysis, Review, and Improvement of Organizational Performance)
Requirements

Quality level assessment

Result 4.1
4.1ก: การวัดผลการดำเนินการ
(1) ตัววัดผลการดำเนินการ ได้กำหนดตัววัดผลการดำเนินงานในรอบปี ที่เป็นที่รับทราบตรงกัน
ตัววัดการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปี จะพิจารณาจากตัวชี้วัดที่สำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้
- การปฏิบัติตามแผนในรอบปี(ได้ปฏิบัติ ไม่ได้ปฏิบัติ) มีการสรุปปีละ 2 ครั้ง
- ร้อยละของงบประมาณที่ใช้ ระยะครึ่งปี และสิ้น 2 ไตรมาศสุดท้ายของปี
- คะแนนผลการประกันคุณภาพภายในระดับหลักสูตร
- ผลการประเมินประสิทธิผลของโครงการพิเศษต่างๆ (program Effectiveness) โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับงบประมาณพิเศษจากภายนอกที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ
ตัววัดความสำเร็จในการการดำเนินการระดับหลักสูตร ถือเป็นเงื่อนไขคุณภาพที่สำคัญ ที่คณะกำหนดและชี้นำให้ทราบเป็นการล่วงหน้าสำหรับทุกหลักสูตร ประกอบด้วย
- สัดส่วนรายวิชาที่มีการผลิตเอกสารประกอบการสอนเป็นของตนเอง(ระดับบัณฑิตศึกษา)
- อัตราการสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาปกติ(เพิ่มขึ้น เข้าสู่เกณฑ์ ไม่ต่ำกว่า 80 % ทุกหลักสูตร)
- อัตราการตกออกหรือออกกลงคันของนักศึกษา ทุกโปรแกรมวิชา(ลดลง หรือหมดไป)
- อัตราการสอบผ่านและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู(เข้าสู่เกณฑ์ความสำเร็จ ที่ 70 % ทุกหลักสูตร)
- อัตราการมีงานทำ(100 %)
- ความพึงพอใจในสมรรถนะบัณฑิต ในกลุ่มผู้ใช้บัณฑิต(มากกว่า 3.50 ในระบบคะแนนเต็ม 5)
(2) ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ
- การปฏิบัติตามแผน ปี 2567 กับ ปี 2568 ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ร้อยละ 87.50 และ 95.75 ตามลำดับ
- การใช้งบประมาณ ปี 2567 กับ 2568 เท่ากับร้อยละ 78.32 และ 88.45 ตามลำดับ
- คะแนนผลการประเมินระดับหลักสูตร ปี 2567 และ 2568 เท่ากับ 4.15 และ 4.45 แนวโน้มสูงขึ้น
- สัดส่วนรายวิชาในระดับบัณฑิตศึกษา ที่มีการผลิตเอกสารประกอบการสอนที่ครบถ้วนรายวิชา พบว่า ยังไม่มีรายวิชาใดผลิตเอกสารประกอบการสอนเป็นของตนเอง ปี 2568-2569 อาจารย์เริ่มเรียบเรียงเอกสารประกอบการสอนเป็นของตนเองมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นเอกสารในระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีการเขียนตำราและเตรียมการจดลิขสิทธิ์
- อัตราการสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาปกติ ระดับปริญญาตรี ปี 2567 กับ 2568 95.46 กับ 97.90 แนวโน้มดีขึ้น
- อัตราการสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จากกลุ่มตัวอย่าง นศ.ระดับปริญญาตรี ปี 2567 กับ 2568 พบว่ามีอัตราสอบผ่านในการสอบรอบแรก เท่ากับ 77.78 % (7 ใน 9 คน) และ 80.00 (4 ใน 5 คน) ตามลำดับ ถือว่า มีแนวโน้มสูงขึ้น
4.1ข: การวิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินการ
(1) สถาบันมีวิธีการอย่างไร ในการวิเคราะห์และทบทวน ผลการดำเนินการและขีดความสามารถของสถาบัน
- การสุ่ม เยี่ยมห้องเรียนออนไลน์ ในระบบ Google Classroom เพื่อพิจารณาความพร้อมของอาจารย์ และความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
- การตรวจสอบความสามารถในการออกข้อสอบ วัดผลการเรียนรู้ของอาจารย์ผู้สอน พิจารณาผังข้อสอบ และตัวข้อสอบ
- การตรวจสอบพัฒนาการของโปรแกรมวิชา ตามตัวชี้วัดสำคัญ คือ อัตราการจบในเวลาปกติ อัตราตกออก คะแนนผลการประกันคุณภาพภายในปีล่าสุดและพัฒนาการเมื่อเทียบกับปีก่อน
- การตรวจสอบการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการประจำปี
- การติดตามผลการประเมินสมรรถนะบัณฑิตตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง และตามความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต
(2) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการนำผลการทบทวนผลการดำเนินการ ไปใช้จัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และระบุโอกาสในการสร้างนวัตกรรม
- ตัวแปรกลุ่มที่ 1 คือ ตัวแปรประสิทธิผลหรือผลสำเร็จของงาน คือ (1) ประสิทธิผลที่เกิดกับผู้เรียน เช่น อัตราการจบในเวลาปกติ อัตราการตกออก อัตราการสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ อัตราการมีงานทำในระยะ 6-12 เดือน และ ความพึงพอใจต่อสมรรถนะบัณฑิต ในกลุ่มผู้ใช้บัณฑิต ถือเป็นตัวชี้วัดผลสำเร็จที่สำคัญของการจัดการศึกษา เป็นความสำคัญลำดับแรก ๆ เป็นตัวแปรกลุ่มแรกในการตัดสินใจปรับปรุง-พัฒนา และ (2) ประสิทธิผลด้านการวิจัย บริการทางวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เน้นการพิจารณาการใช้ประโยชน์ของผลงาน(Utilities) และความพึงพอใจของกลุ่มผู้ใช้บริการหรือชุมชน-ท้องถิ่นที่ตั้งสถาบัน
- ตัวแปรกลุ่มที่สอง คือ ตัวแปรสาเหตุ เช่น ความสมบูรณ์ของห้องเรียนออนไลน์ ความสมบูรณ์ในการออกแบบการเรียนการสอน ความเป็นระบบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การออกแบบจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้จากสภาพจริง หรือการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในงานอาชีพ
- ตัวแปรกลุ่มที่ 3 คือ ความรู้ความเข้าใจของอาจารย์ ในหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้น work-Integrated learning การออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่เน้น PLOs ตลอดจน การวัดและประเมินที่เน้นการตรวจสอบการบรรลุตาม PLOs
- ตัวแปรกลุ่มที่ 4 คือ ความรู้ของอาจารย์ผู้สอนในด้านการวิจัยทางการศึกษา สมรรถนะด้านการออกแบบวิจัย การสร้างเครืองมือวิจัย รวมถึงความรู้ด้านการออกแบบกิจกรรมบริการทางวิชาการแก่ชุมชน ท้องถิ่น
ในการตัดสินใจปรับปรุงพัฒนา จะต้องอภิปรายวิเคราะห์ ตัวแปรประสิทธิผลในการจัดการศึกษาก่อน ส่วนการวางแผนแก้ปัญหา หรือจัดทำโครงการพัฒนา จะไปเน้นที่การเสริมสร้างศักยภาพของคณะ เพื่อให้เป็นคณะขีดสมรรถนะสูงในตัวแปรกลุ่มที่ 2-4 ซึ่งเป็นตัวแปรสาเหตุ
จากการวิเคราะห์ ทบทวนสภาพในปี 2567-2568 เห็นว่าในอนาคต จะต้องเน้นการดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้
-
การพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ ด้านการออกแบบการสอนที่เน้น PLOs และ การจัดการเรียนรู้แบบ Work-Integrated Learning-WIL อย่างจริงจังมากขึ้น รวมทั้งจะต้องส่งเสริมให้อาจารย์พัฒนาตนให้มีสมรรถนะตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพการสอนในระดับอุดมศึกษา(Thailand PSF)
-
การพัฒนาระบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง โดยเฉพาะการประเมินแฟ้มสะสมผลงาน E- Portfolio Assessment รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ด้าน การพัฒนาข้อสอบแบบสถานการณ์ เพื่อเสริมสมรรถนะนักศึกษาในการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
-
การพัฒนาระบบห้องเรียนออนไลน์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสอนในระบบห้องเรียนปกติ
…การพัฒนาใน 3 รายการนี้ เนื่องจากคณะได้ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมต้นแบบในเรื่องเหล่านี้(ในต้นปี 2569 ได้ดำเนินการแก้ปัญหา หรือดำเนินการตามผลการวิเคราะห์ 1-3 อย่างเป็นรุปธรรมมากขึ้น
ส่วนในด้านการพัฒนางานตามพันธกิจอื่น ๆ อาจเน้นในเรื่องต่อไปนี้
- การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น หรือจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะเฉพาะทางมากขึ้น ทั้งนี้ ควรพัฒนาแบบเชื่อมโยงกับระบบธนาคารหน่วยกิต ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ
- เน้นการพัฒนาหลักสูตรในสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการจริง ๆ เช่น สาขาการสอนภาษาไทย หรือสาขาประถมศึกษา โดยจะต้องเน้นการเป็นครูที่มีสมรรถนะภาษาอังกฤษ สามารถสอนเป็นภาษาอังกฤษได้ ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้นักศึกษาสามารถขอในอนุญาตประกอบวิชาชีพพิเศษที่คุรุสภากำลังจะดำเนินการ คือ “ใบประกอบวิชาชีพครูในวิชาเอกใด ๆ ที่สามารถสอนเป็นภาษาอักฤษได้คล่อง”
- ขยายการรับนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษามากขึ้น และเน้นการเรียนในระบบเก็บสะสมหน่วยกิต ที่อาจใช้การประเมินความรู้และสมรรถนะในการเก็บสะสมหน่วยกิต แล้วค่อยทำวิทยานิพนธ์ พร้อมผลักดันให้สำเร็จการศึกษาในระยะเวลาปกติตามหลักสูตร เพื่อจูงใจผู้ที่จะเข้าเรียน สามารถมองภาพความสำเร็จได้ในเวลาอันใกล้ได้อย่างชัดเจน
- พัฒนาระบบการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning เช่น ควรออกแบบการจัดประสบการณ์ว่า “ในการเรียนวิชาพื้นฐาน 24 หน่วยกิต ในชั้นปีที่ 1 จะมอบให้นักศึกษาทำโครงงานจำนวนกี่โครงงาน แล้วจัดสัมมนาเสริมความรู้เป็นระยะ ๆ” ที่ไม่จำเป็นต้องมีตารางสอนรายสัปดาห์และเน้นการบรรยายของผู้สอน(lecture-Based Learning) แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ลดการสอนเพื่อสอบ เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการพัฒนาการดำเนินชีวิตประจำวันและชีวิตการเรียน
- ด้านการบริการทางวิชาการ ควรบริการทางวิชาการแก่ชุมชน ท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งของสถาบันเป็นพิเศษ เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งอาจของบประมาณสนับสนุนการพัฒนาสังคมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้กิจกรรมบริการทางวิชาการทุกประเภทจะต้องบูรณาการกับการจัดการเรียบนรู้
- เน้นการสร้างเครือข่ายกับโรงเรียนร่วมพัฒนาวิชาชีพและโรงเรียนในเครือข่ายของวิทยาลัย(MOU-Schools) เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้ และเป็นเครือข่ายในการพัฒนาอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการเปิดโอกาสให้โรงเรียนเครือข่าย สามารถส่งตัวป้อนคือผู้เรียน เข้าสู่หลักสูตรในระดับปริญญาตรี โท หรือ เอก ในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขการลดค่าเล่าเรียน เป็นกรณีพิเศษ
- จัดระบบการเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเรียนในห้องเรียนปกติ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งฝั่งผู้เรียนและฝ่ายสถาบันการศึกษา
- เน้นการเรียนบูรณาการกับการทำงานปกติ หรือการปฏิบัติ ในลักษณะ Work-Integrated Learning และปรับแก้เงื่อนไข ระเบียบที่ยังเน้นระบบชั้นเรียนหรือเน้นการบรรยายเป็นหลัก อย่างเช่นปัจจุบัน
- เน้นบริการทางวิชาการกับกลุ่มชุมชนทางวิชาชีพ(วิชาชีพครู)ในเขตภาคตะวันออก อย่างเจาะลึกและจริงจังมากขึ้น
- ขยายบริการด้านการวิจัยเชิงวิเคราะห์(Analytical Research) และการวิจัยและพัฒนา(R & D) ร่วมกับเครือข่ายทางการศึกษาในท้องถิ่น และในภาคตะวันออกมากขึ้น
เอกสารหลักฐาน
| รหัสหลักฐาน | รายการ |
| 4.1 ก. การวัดผลการดำเนินงาน | ตัวชี้วัดการดำเนินงาน ดูในแผนกลยุทธ์ Strategic Plan – คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา (facultyofeducation.net) คะแนนผลการประเมิน 9 โปรแกรมวิชา ปี 2568 |
| 4.1 ข. การวิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินงาน | เน้นการปรับที่ปัจจัยสาเหตุ คือ ความพร้อมของผู้สอน โดยมีศูนย์การนิเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในประเด็นที่เป็นจุดเน้นสำคัญๆ การจัดทำแผนพัฒนาอาจารย์ที่เป็นรูปธรรม https://drsuphak.wixsite.com/graduateschooledstic/about-7-2 |
Self-Assessment 4.1
| เกณฑ์คุณภาพ | ประเมินตนเอง | คะแนน |
| 1. การวัดผลการดำเนินการ | ||
| (1) ตัววัดผลการดำเนินการ – ติดตามข้อมูลและสารสนเทศของการปฏิบัติงานประจำวัน (1 คะแนน) | / | 1 |
| – ติดตามผลการดำเนินการของสถาบัน (1 คะแนน) | / | 1 |
| (2) ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ (1 คะแนน) | / | 1 |
| 2. การวิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินการ | ||
| (1) วิเคราะห์และทบทวน ผลการดำเนินการและขีดความสามารถของสถาบัน (1 คะแนน) | / | 1 |
| (2) จัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และระบุโอกาสในการสร้างนวัตกรรม (1 คะแนน) | / | 1 |
| รวมผลการประเมินตนเอง Criteria 4.1 | 4 | |