Executive Summary

Executive Summary

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ/หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2568 เกิดขึ้ันตามความต้องการครูผู้สอนระดับการศึกษาปฐมวัยที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอนได้ในระดับดี เป็นสาขาวิชาที่ขาดแคลนสาขาวิชาหนึ่งของประเทศ ที่มีปรัชญา สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยและคณะศึกษาศาสตร์

  1. ความสอดคล้องของหลักสูตรกับพันธกิจของสถาบัน
    มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา กำหนดปรัชญาไว้ว่า “การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจะพัฒนาบัณฑิตให้ประสบความสำเร็จ และมีสังคมชีวิตที่ดี” โดยมีพันธกิจในการผลิตและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศให้มีความรู้ มีทักษะวิชาชีพ ในสาขาวิชาต่าง ๆ ให้เป็นผู้มีความสามารถในการพัฒนาตนและพัฒนาสังคม เป็นผู้มีความเข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจ สามารถดำรงชีวิต และสร้างสรรค์สังคม การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาผู้ที่สนใจเข้าสู่วิชาชีพครู หรือพัฒนาบุคลากรสายวิชาชีพครูที่ประจำการให้มีความสามารถในวิชาชีพ จึงถือเป็นพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย สอดคล้องกับการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยประเมินตนเอง และเลือกดำเนินการพัฒนาให้โดดเด่นในกลุ่มที่ 5 กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ ทั้งนี้ หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยเป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของสังคมและความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู ที่เป็นสาขาขาดแคลนมาร่วม 10 ปี บัณฑิตในสาขาวิชานี้จะสามารถจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศโดยรวม อีกทั้งจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0 และการเป็นประชาคมอาเซียนที่สมบูรณ์
  2. ความเป็นมาและความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตร
    2.1 สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
    แนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องพึ่งพากัน แต่ในเวลาเดียวกันก็มีการแข่งขันในด้านเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น ประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกจับกลุ่มร่วมกันทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย การร่วมมือกันและการแข่งขันเช่นนี้ทำให้ประเทศชาติต้องการกำลังคนที่มีความสามารถ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพถือเป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนา อย่างไรก็ตามการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพต้องอาศัยครูที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญ การผลิตครูที่สามารถสอนให้ผู้เรียนได้พัฒนาทั้งความรู้ สติปัญญา คุณธรรมจริยธรรม และทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน อีกทั้งโรงเรียนก็มีความจำเป็นต้องใช้ครูที่มีความรู้ในสาขาวิชาเฉพาะต่าง ๆ ที่มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนควบคู่กันไป ซึ่งในการนี้ หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย เป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของสังคมและความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู ที่เป็นสาขาขาดแคลนมาร่วม 10 ปี จึงเป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน และโรงเรียนนานาชาติที่ต้องการครูที่สามารถสอนภาษาอังกฤษ ตลอดจนนักเรียน ที่มีความสนใจที่จะศึกษาและประกอบวิชาชีพครู สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ให้ได้มีโอกาสพัฒนาความรู้และประสบการณ์ด้านการศึกษาปฐมวัย ภาษาอังกฤษและวิชาครูตามมาตรฐานวิชาชีพที่คุรุสภากำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพหรือประกันคุณภาพด้านการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา และธำรงไว้ซึ่งความเป็นวิชาชีพชั้นสูงอย่างต่อเนื่องสืบไปอนึ่ง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสื่อสารได้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรม ตลอดจนการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั่วโลกอย่างมาก การศึกษาซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเพื่อเตรียมเยาวชนให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีความสุข ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การผลิตครูที่มีความรู้ มีทักษะทางวิชาชีพ ที่สามารถสร้างสรรค์การเรียนการสอนที่มีคุณภาพสำหรับการสอนในศตวรรษที่ 21 ที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพและมีลักษณะส่วนบุคคลในด้านจิตวิญญาณของความเป็นครู ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความภาคภูมิใจในวิชาชีพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งจำเป็นต้องมีคุณลักษณะบางประการ ที่เป็นความเสี่ยงในสังคมไทย และสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 ที่ได้ก่อให้เกิดปัญหาทั้งในวิชาชีพและการดำเนินชีวิต คือ เรื่องการตระหนักและมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม และการเคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์หรือการเคารพในสิทธิเด็กในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพครู ที่ถือเป็นต้นแบบสำหรับเด็กและคนในสังคมและเป็นผู้ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่น จึงถือเป็นภารกิจของสถาบันการผลิตครูที่จะต้องผลิตครูที่มีสมรรถนะสูงทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ มีจรรยาบรรณวิชาชีพ และมีลักษณะบุคคลที่สำคัญ ทั้งคุณลักษณะของความเป็นครู และคุณลักษณะทั่วไปของคนที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำทางวิชาการให้แก่ศิษย์หรือผู้นำในสังคม

    2.2 สถานการณ์ด้านมาตรฐานวิชาชีพ
    ตามประกาศคณะกรรมการคุรุสภา ว่าด้วยการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ตามมาตรฐานวิชาชีพเพื่อประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2567 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567โดยได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพเพื่อประกอบวิชาชีพ และประกาศคณะกรรมการคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ได้กำหนดมาตรฐานมาตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ และมาตรฐาน
    การปฏิบัติงานสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพครูไว้อย่างชัดเจน ประกอบด้วย มาตรฐานความรู้ ต้องมีความรอบรู้และเข้าใจในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (1) การเปลี่ยนแปลงบริบทของโลก สังคม และแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (2) จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการศึกษา และจิตวิทยาให้คำปรึกษาในการวิเคราะห์และพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ (3) เนื้อหาวิชาที่สอน หลักสูตร ศาสตร์การสอน และเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ (4) การวัด ประเมินผลการเรียนรู้ และการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียน (5) การใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา (6) การออกแบบและการดำเนินการเกี่ยวกับงานประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ จะต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด คือ(1) การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และ (2) การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะมาตรฐานการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย (ก) การปฏิบัติหน้าที่ครู ครอบคลุมในเรื่อง (1) มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียน ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู (2) ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (3) ส่งเสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละบุคคล(4) สร้างแรงบันดาลใจผู้เรียนให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ และผู้สร้างนวัตกรรม และ (5) พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทันสมัย และทันต่อการเปลี่ยนแปลง (ข) การจัดการเรียนรู้ ครอบคลุมในเรื่อง (1) พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ สื่อ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (2) บูรณาการความรู้และศาสตร์การสอนในการวางแผนและจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีปัญญารู้คิด และมีความเป็นนวัตกร (3)ดูแล ช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามศักยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ (4) จัดกิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนโดยตระหนักถึงสุขภาวะของผู้เรียน (5) วิจัย สร้างนวัตกรรม และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน และ (6) ปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาวิชาชีพ และ (ค) ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน ครอบคลุมในเรื่อง (1) ร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (2) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของผู้เรียน (3) ศึกษา เข้าถึงบริบทของชุมชน และสามารถอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่างทางวัฒนธรรม และ (4) ส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นนอกเหนือจากตามมาตรฐานวิชาชีพครูดังกล่าวข้างต้น ในปี 2567 คุรุสภาได้ออกประกาศคณะกรรมการคุรุสภา ว่าด้วยการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ตามมาตรฐานวิชาชีพ
    เพื่อประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2567 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 โดยได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ตามมาตรฐานวิชาชีพเพื่อประกอบวิชาชีพ
    2.3 ความต้องการครูในสาขาการศึกษาปฐมวัย
    จากสถิติการสอบบรรจุครูของภาครัฐในระยะ 5 ปีล่าสุด (2562-2566) พบว่า จำนวนผู้สมัครเข้ารับการทดสอบในสาขาการศึกษาปฐมวัยมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนที่ต้องการ และในทุกปีการศึกษา ในกรณีของเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผู้สอบขึ้นบัญชีได้ในสาขาการศึกษาปฐมวัยจะได้รับการเรียกบรรจุทั้งหมดในทุกรอบ อีกทั้งในกรณีของครูระดับการศึกษาปฐมวัยที่สามารถสอนเป็นภาษาอังกฤษ หรือโปรแกรมภาษาอังกฤษ ก็ไม่พบว่ามีสถาบันการศึกษาใดผลิตครูโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอนและจากสถิติการร้องขอนักศึกษาฝึกสอน หรือร้องขอผู้สำเร็จการศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัย ในแต่ละปีการศึกษา มีสถานศึกษาร้องขอมาที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ไม่น้อยกว่า10 ราย ซึ่งมหาวิทยาลัยไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสถานศึกษาเหล่านี้ได้ เนื่องจากยังไม่มีการผลิตบัณฑิตในสาขาวิชานี้ในสถานการณ์ที่มีการปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพ ทำให้หน่วยงานผู้ผลิตครู หน่วยงานผู้ใช้ครูต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิต ประกอบข้อมูลความต้องการครูในสาขาการศึกษาปฐมวัยที่สามารถสอนเป็นภาษาอังกฤษได้ ในการนี้มหาวิทยาลัยจึงได้พัฒนาหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยในครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องตามตามมาตรฐานวิชาชีพ
    และความต้องการ ดังกล่าวข้างต้น
  3. การกำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและวิธีการได้มาซึ่งความต้องการและความคาดหวัง
    คณะศึกษาศาสตร์ได้ศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ความต้องการและการคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาพัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงกับสถานการณ์ต่าง ๆที่เกิดขึ้น โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาร่วมศึกษา วิเคราะห์ ระดมความคิดเห็น รวมทั้งจากการสอบถามการสัมภาษณ์ ถึงความต้องการและความคาดหวังของหลักสูตร ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตร ทั้งภายนอกและภายในวิทยาลัย ประกอบด้วย ผู้ใช้บัณฑิต ผู้บริหาร ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และโรงเรียนในเขตพื้นที่ ผู้แทนองค์กรวิชาชีพครู ผู้แทน
    สถาบันระดับอุดมศึกษา ศิษย์ปัจจุบันในสาขาวิชาอื่น ๆ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร อาจารย์ประจำหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน อาจารย์นิเทศ ผู้บริหารคณะศึกษาศาสตร์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อระดมความคิด ศึกษาวิเคราะห์ กำหนด ปรัชญา วัตถุประสงค์ และผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตร
    เพื่อนำไปกำหนดโครงสร้างหลักสูตร รายวิชา แนวการจัดการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผลที่มีความเกี่ยวข้องสอดคล้องกัน ทั้งนี้จากการศึกษาวิเคราะห์ดังกล่าวทำให้ได้ข้อสรุปที่สำคัญ เกี่ยวกับ ปรัชญาวัตถุประสงค์ ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง โครงสร้าง รายวิชา เนื้อหา ของหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (หลักสูตรภาษาอังกฤษ/หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2568) ที่สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพครู และมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพครู ของคุรุสภาและประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.2565 รายละเอียดผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2565 รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและผู้ใช้บัณฑิต รวมทั้งจะมีการกำกับให้มีการประเมินตามสภาพจริง ที่ใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น การใช้แบบสอบถาม การสังเกต การสัมภาษณ์ การทดสอบ การศึกษาพฤติกรรม ผลงาน เป็นต้น มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย มีกิจกรรมเสริมการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มพูนทักษะให้ผู้เรียน นอกจากนี้มีการวางระบบผู้สอนและกระบวนการจัดการเรียนการสอนในแต่ละรายวิชา มุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ตามที่หลักสูตรกำหนดอย่างมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะสำคัญของความเป็นครูในศตวรรษที่ 21 ที่สอดคล้องรัชญาของหลักสูตร คือ “การเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติในบริบทของการจัดการศึกษาในสถานการณ์จริง จะเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน ที่จะสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนางานในโลกชีวิตจริง” โดยตามหลักสูตรนี้ เน้นการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการปฏิบัติงาน (Work-based Learning) และการจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-based-Education) โดยมีโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพที่มีความพร้อมด้านบุคลากรที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนเป็นฐานในการฝึกประสบการณ์สำคัญระหว่างการเรียน หรือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพแบบเต็มเวลาในภาคการศึกษาสุดท้ายก่อนสำเร็จการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (หลักสูตรภาษาอังกฤษ/หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2568) ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดความต้องการความคาดหวังของหลักสูตรตั้งแต่ ปรัชญา วัตถุประสงค์ ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง โครงสร้างหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดประเมินผล ตลอดจนพัฒนาการของผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังแต่ละด้านระหว่างปีหรือผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังแต่ละชั้นปี ดังปรากฏในหลักสูตรนี้
  4. ปรัชญา อัตลักษณ์ วัตถุประสงค์ และผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตร
    4.1 ปรัชญาของมหาวิทยาลัย
    “การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจะพัฒนาบัณฑิตให้ประสบความสำเร็จ และมีสังคมชีวิตที่ดี”
    4.2 ปรัชญาของหลักสูตร
    “การเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติในบริบทของการจัดการศึกษาในสถานการณ์จริง จะเป็นการ
    เรียนรู้ที่แท้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน ที่จะสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนางานในโลก
    ชีวิตจริง”
    4.3 อัตลักษณ์ของบัณฑิต
    “มีทักษะภาษา เมตตา เอื้ออาทร เคารพสิทธิเด็กและยอมรับความแตกต่าง”
    4.4 วัตถุประสงค์ของหลักสูตร เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีสมรรถนะสำคัญ ดังต่อนี้
    1) มีความรู้พื้นฐานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความรู้เกี่ยวกับวิชาครู ศาสตร์การศึกษาปฐมวัย สามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการพัฒนาการดำเนินชีวิตและวิชาชีพครู และวิเคราะห์ ประเมินค่าและสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่เพื่อการดำเนินชีวิตและวิชาชีพครู
    2) มีทักษะพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและวิชาชีพ ทักษะการแสวงหาความรู้และการชี้นำตนเอง ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร ทักษะดิจิทัลเพื่อการดำเนินชีวิตและพัฒนาวิชาชีพ ทักษะการจัดการเรียนรู้โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการจัดการเรียนการสอน ทักษะการสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย และทักษะในการสังเคราะห์ สร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ในการประกอบวิชาชีพครูเพื่อให้สามารถพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
    3) มีจริยธรรมตามมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพครู ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ และปฏิบัติตนตามกฎหมายและวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมและชุมชนที่อยู่อาศัย
    4) มีลักษณะบุคคลที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติงานในวิชาชีพ คือ มีนิสัยใฝ่รู้ มุ่งมั่นในการทำงานและรับผิดชอบ บุคลิกน่าเชื่อถือ เป็นแบบอย่างได้ มีน้ำใจ เมตตาและเอื้ออาทร และเคารพสิทธิเด็กและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล

Leave a Reply